การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนโรงเรียนกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
DOI:
https://doi.org/10.14456/iarj.2022.101คำสำคัญ:
การพัฒนา; , รูปแบบ; , การบริหารแบบมีส่วนร่วม;, การพัฒนาทักษะชีวิตบทคัดย่อ
ทักษะชีวิตเป็นความสามารถในการปรับเปลี่ยนให้มีพฤติกรรมในทางที่เหมาะสมที่จะสามารถให้บุคคลจัดการกับความต้องการและสิ่งต่าง ๆ ที่มากระตุ้นในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิผลเป็นหนึ่งในจำนวนทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ที่ถูกจัดไว้ในกลุ่มทักษะชีวิตและการทำงาน ดังนั้นการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของนักเรียน (2) ศึกษาสภาพปัจจุบันของการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต (3) พัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต (4) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต และ (5) ประเมินรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ใช้กระบวนการการวิจัยและพัฒนา ดำเนินการวิจัยเป็น 5 ระยะ ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย เก็บข้อมูลโดยวิธีการสำรวจความคิดเห็นและการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test ผลการวิจัย พบว่า (1) ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ด้านที่มีค่าความต้องการจำเป็นมากที่สุด คือ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (2) สภาพปัจจุบันของการมีส่วนร่วมในการบริหารเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต อยู่ในระดับปานกลาง (3) รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ คณะกรรมการบริหารงาน ขอบข่ายกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ทั้งหมด 12 กิจกรรม และ กระบวนการบริหารเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต (4) ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต สรุปได้ 3 ประเด็น คือ (ก) ผลการปฏิบัติตามรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ในด้านระดับการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่และด้านกระบวนการบริหารเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.42 (ข) ผลของสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ด้านความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต หลังการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต อยู่ในระดับระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.93 ซึ่งสูงกว่าก่อนการทดลองใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ (ค) ผลของสภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาพัฒนาทักษะชีวิต หลังการทดลองใช้รูปแบบการบริหาร อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยรวมเป็น 4.42 ซึ่งสูงกว่าก่อนการทดลองใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ (5) ผลการประเมินรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.58 และรายด้านทั้ง 4 ด้าน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ ด้านความเป็นไปได้ ด้านความเหมาะสม ด้านความความถูกต้อง และด้านความเป็นประโยชน์ ตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2564). รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน ประจำปี 2563. กรุงเทพฯ : คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ชวัลวิทย์ จินดา. (2560). การวิจัยเชิงบูรณาการแบบองค์รวมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต : มหาวิทยาลัยบูรพา.
ธนัตถ์การต์ ศรีเฉลี่ยว. (2560). การพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 โดยการใช้การวิจัย ปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรม ราชูปถัมภ์. 11 (2), 61-74.
บุญไชย สิงห์มหาไชย. (2565). การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตและอาชีพ โรงเรียนสวนป่าเขาชะอางค์. [Online]. https://www.kroobannok.com/board_view.php?b_id=185100&bcat_id=16&fbclid=IwAR1Mck6fJd-9g4CIBr4Pmok0ZI65x-wYk95wO1KtzsbhSs9HRwWzb2d9P9w [20 กันยายน 2565].
ประภัสสร บุญบำเรอ, จำนง วงษ์ชาชม, วัลนิกา ฉลากบาง และ ทนงศักดิ์ คุ้มไข่น้ำ. (2560). การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของคณะกรรมการบริหาร โรงเรียนเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม. 7 (2), 27-35.
รมณภัทร กตตน์วงศกร. (2557). การศึกษาผลการพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบางจาก (โกมลประเสริฐอุทิศ) สำนักงานเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
รมย์นลิน ศรีสายหยุด, เสาวนีย์ สิกขาบัณฑิต, และปัญญา ธีระวิทยเลิศ. (2564). รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีของสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3. วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์, 7 (1), 89-104.
แววศิริ วิวัจนสิรินทร์. (2557). “การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมที่ใช้โรงเรียนเป็นฐานในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดกรุงเทพมหานคร”. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย. 3 (1), 91-102.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2554). การพัฒนาทักษะชีวิตในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2553. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561 - 2580. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560 – 2579. พิมพ์ครั้งที่ 2.กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
สุนันทวิทย์ พลอยขาว. (2557). การพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วมระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต : มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30 (3), 607-610.
World Health Organization. (1994). Life Skill Education in School. Geneva: World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 ประพันธ์ศักดิ์ ภูศรีฐาน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





