การบูรณาการการใช้ภูมิปัญญาเจ้าโคตรของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลาว ผู้ไทย และกะเลิง สู่บทบาทหน้าที่ของผู้นำชุมชนและการควบคุมทางสังคมของชุมชนในภาคอีสาน Faculty of Cultural Science, Mahasarakham University

Main Article Content

บุญจันทร์ ทิพชัย
สมชาย ลำดวน
บุญสม ยอดมาลี

บทคัดย่อ

การใช้ภูมิปัญญาเจ้าโคตรของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลาว ผู้ไทยและกะเลิง แต่ละกลุ่มได้มีการ บูรณาการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม การวิจัยนี้กำหนดความมุ่งหมายไว้เพื่อศึกษา 1) ประวัติความเป็นมาของการใช้ภูมิปัญญาเจ้าโคตรของกลุ่มชาติพันธ์ไทยลาว ผู้ไทย และกะเลิง 2) บทบาทหน้าที่ของผู้นำและการควบคุมทางสังคมของชุมชนในภาคอีสาน 3) การบูรณาการการใช้ภูมิปัญญาเจ้าโคตรในการควบคุมทางสังคม พื้นที่วิจัยได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดสกลนคร ผู้ให้ข้อมูล รวมทั้งสิ้น 90 คน นำข้อมูลที่ได้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือโดยใช้เทคนิคการตรวจสอบแบบสามเส้า นำเสนอผลการวิจัยเชิงพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัย พบว่า 1) ความเป็นมาของการใช้ภูมิปัญญาเจ้าโคตรของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลาว ผู้ไทยและกะเลิง ผ่านการควบคุมทางสังคมด้วยการประกอบประเพณีพิธีกรรมทางศาสนาและพิธีกรรมความเชื่อ โดยมีผู้อาวุโสในชุมชน หรือผู้ใหญ่ในตระกูลหรือเจ้าโคตรเป็นต้นแบบ เป็นเจ้าพิธีในงาน เป็นปราชญ์ให้ความรู้อบรมหล่อหลอมบุตรหลาน และยังช่วยระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในสังคมหรือ ช่วยแก้ปัญหาเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข 2) ปัจจุบัน เจ้าโคตรยังมีบทบาทในสังคมของชาวอีสาน ได้แก่ การระงับข้อพิพาท ระหว่าง สามี-ภรรยาทะเลาะกันรุนแรงถึงขั้นหย่าร้างกัน การเป็นเจ้าพิธีในงานแต่งงาน เจ้าโคตรหรือผู้ใหญ่ฝ่ายผู้ชายจะทำพิธีสู่ขอก่อนแต่งงานให้การอบรมสั่งสอนคู่บ่าวสาวเกี่ยวกับการครองเรือน และด้านปราชญ์ชาวบ้าน ปัจจุบันภาครัฐมีการสนับสนุนให้ปราชญ์ชาวบ้านมีบทบาทในการเผยแพร่ภูมิปัญญา เป็นผู้ให้ความรู้เพื่อให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมกับภาครัฐ และยังมีการจัดตั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อจะได้ถ่ายทอดการควบคุมอบรมสั่งสอนความรู้ให้บุตรหลาน 3) การบูรณาการการใช้ภูมิปัญญาเจ้าโคตรเพื่อการระงับข้อพิพาทการเป็นเจ้าพิธี ในงาน และการเป็นปราชญ์ชาวบ้านมาบูรณาการกับบทบาทหน้าที่ของผู้นำชุมชนด้านการพูด การเขียน และการนันทนาการ มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน โดยสรุป การศึกษาครั้งนี้ชุมชนจะได้รับประโยชน์ด้านการระงับข้อพิพาท สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้รวดเร็ว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในชุมชน ด้านการเป็นเจ้าพิธีในงาน เข้าใจขั้นตอนการจัดพิธีในงานต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และการเป็นปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชนสามารถนำภูมิปัญญาเจ้าโคตรของกลุ่มตนมาถ่ายทอดโดยนำมาบูรณาการกับบทบาทหน้าที่ของตนตามโอกาสเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนและสังคมชาวอีสานตลอดไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทิพชัย บ., ลำดวน ส., & ยอดมาลี บ. . (2019). การบูรณาการการใช้ภูมิปัญญาเจ้าโคตรของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลาว ผู้ไทย และกะเลิง สู่บทบาทหน้าที่ของผู้นำชุมชนและการควบคุมทางสังคมของชุมชนในภาคอีสาน: Faculty of Cultural Science, Mahasarakham University. Journal of Politics and Governance, 9(3), 168–186. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jopag/article/view/229726
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กวี วงศ์พุฒ. (2536). ภาวะผู้นำ. กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริมวิชาชีพบัญชี พิมพ์ครั้งที่ 3.

กุลวิตรา ภังคานนท์. (2531). นานาทัศนะเกี่ยวกับ “ ภูมิปัญญาท้องถิ่น”. วารสารการศึกษาแห่งชาติ, 24(1). (สิงหาคม – กันยายน).

ฆัสรา ขมะวรรณ. (2537). แนวความคิดของ เรย์มอนด์ วิลเลี่ยมในวัฒนธรรมศึกษาและการวิเคราะห์วัฒนธรรมบริโภค. วิทยานิพนธ์ สค.ม. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ชอบ ดีสวนโคก. (2547). เจ้าโคตรระบบอาวุโสอีสาน. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ทรงคุณ จันทจร. (2553). การถ่ายทอดภูมิปัญญาพื้นบ้านในเรื่องทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเลิง. มหาสารคาม : คณะวัฒนธรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

บุญตา ส.ผาบมีชัย. (2547). กระบวนการว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท: ศึกษาเปรียบเทียบตามกฎหมายไทยและสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว. วิทยานิพนธ์นิติศาสตร์มหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์.

ถวิล เกสรราช. (2512). ประวัติผู้ไทย. กรุงเทพฯ : กรุงสยามการพิมพ์.

นิคม กองเพชร. (2553). บทบาทของพอล่าม : ความปรองดองพื้นฐานในชีวิตสมรสของชาวผู้ไท.วิทยานิพนธ์ ปร.ด. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

พจนารถ กรึงไกร.(2545). การมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับชุมชนในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม : กรณีศึกษา ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สายจังหวัดเชียงราย. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม.(พัฒนาสังคม). เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

พระอธิพันธ์ อภิปุณฺโณและ. ศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการไกล่เกลี่ยเชิงพุทธกับระบบเจ้าโคตร.วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 5(ฉบับพิเศษ).

ไพฑูรย์ มีกุศล. (2550). แนวคิดและแนวทางในการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น. วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช. 1(2), กรกฎาคม –ธันวาคม,

ยุค ศรีอาริยะ. (2545). ภูมิปัญญาบูรณาการ. กรุงเทพฯ : อมรินทร์บุคเซ็นเตอร์.

ศิริพงษ์ นวลแก้ว. (2542). การนำภูมิปัญญาชุมชน ยาชุดวิเศษในการพัฒนา. วารสารวัฒนธรรมไทย, 36(5). มิถุนายน

สมชาย วรรณลุ. (2551). การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาของชาวอีสานในการระงับข้อพิพาททางสังคม. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. สาขาวัฒนธรรมศาสตร์ มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สมศักดิ์ จังตระกุล. (2554). การจัดการความขัดแย้งโดยนายอำเภอของประชาชนในประเทศไทย. นครปฐม: วิทยานิพนธ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยคริสเตียน.

สุพจน์ ประเสริฐศรี. (2527). การศึกษาและวัฒนธรรมของอีสานใต้. การศึกษาแห่งชาติ.

สุรจิตต์ จันทรสาขา. (2543). เมืองมุกดาหารและจังหวัดมุกดาหาร. มุกดาหาร : สภาวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร.

อรทัย ศรีทองธรรม. (2539). วัฒนธรรมความเชื่อของหมู่บ้านอีสานในการอนุรักษ์ป่าชุมชน กรณีศึกษาหมู่บ้านในอำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี. กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.

Ashley, Dominic Tarlton.(1995). Bureaucratic Barriers and Constraints to the Utilization of Indigenous knowledge in Sustainable Agriculturre in Sierra Leone. Madison : The University of Wisconsin- Madison.

The Black, Guy. (1989). The Application of system analysis to Government Operation. Washington D.C. : National Institute of Washington.

Lebars, Frank. M. and Others. (2001).Ethnic Group of Main and Southeast Asia. New Haven. Human Relations Area Files Press.