การพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุองค์กรสมรรถนะสูงของบริษัทขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศในประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลรวมทั้งตรวจสอบความกลมกลืนของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุในการสร้างองค์กรสมรรถนะสูงสำหรับบริษัทขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศในประเทศไทย ที่พัฒนาขึ้นเพื่อทำการทดสอบกับข้อมูลเชิงประจักษ์ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามโดยเก็บข้อมูลจากผู้บริหารของบริษัทขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศในประเทศไทย จำนวน 400 ราย การวิเคราะห์ข้อมูลใช้แบบจำลองสมการโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์ ปัจจัยด้านสมรรถนะผู้ปฏิบัติการขนส่งสินค้าอันตราย ส่งผลทางตรงต่อองค์กรสมรรถนะสูงของบริษัทขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศอย่างมีนัยสำคัญที่ 0.001 รวมทั้งสมรรถนะผู้ปฏิบัติการขนส่งสินค้าอันตรายเป็นตัวแปรคั่นกลางระหว่างความสัมพันธ์ของการจัดการทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์และองค์กรสมรรถนะสูงมีค่าอิทธิพลทางอ้อมเป็น 0.419 ส่วนการบูรณาการเรียนรู้ในองค์กร ไม่ส่งผลทางตรงและอ้อมต่อองค์กรสมรรถนะสูงของบริษัทขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศ และได้ทำการทดสอบกับข้อมูลเชิงประจักษ์มีความสอดคล้องกับทฤษฎีดังนี้ (CMIN/df=1.938, CFI 0.987, GFI 0.950 , AGFI=0.922, RMR =0.010 และ RMSEA=0.048 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุองค์กรสมรรถนะสูงของบริษัทขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศในประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับข้อมูลเชิงประจักษ์ ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงต้องมีการจัดการทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์ที่ดีรวมทั้งในด้านสมรรถนะของผู้ปฏิบัติการขนส่งซึ่งจะนำไปสู่ประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กรสมรรถนะสูง
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ชัยวัฒน์ เพ็งกรูด และ ภัทริยา พรหมราษฎร์. (2564). คุณลักษณะองค์กรสมรรถนะสูง ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 16(2), 123-133.
ณัฏฐ์วัฒน์ ภควันฉัตร, กฤติยา อิศวเรศตระกูล และ วณิศญดา วาจิรัมย์. (2565). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในองค์กรของพนักงานภาคเอกชน จังหวัดชลบุรี. วารสารมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 8(2), 29-38.
ธนกิจ ยงยุทธ, พนมพัทธ์ สมิตานนท์ และ นพพล อัคฮาด. (2564). การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของเรือนจำ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี. วารสารการบริหารการปกครอง, 10(1), 474-497.
นิสดารก์ เวชยานนท์. (2561). Competency-Based Approach. กรุงเทพฯ: บริษัท เดอะ กราฟิโกซิสเต็มส์ จำกัด.
บัณฑิตา เพิ่มเดช. (2564). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินส่วนกลาง. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยรามคำแหง, คณะบริหารธุรกิจ.
ปานปรีย์ พหิทธานุกร. (2566). ขับเคลื่อนศักยภาพทุนมนุษย์สู่ยุคเศรษฐกิจ 5.0 เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน. สืบค้นเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2566. จาก https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/234684
เพ็ชรรัตน์ ฮีมินกูล, นิตยา ศรีมกุฎพันธ์, นันทวัฒน์ ภัทรกรนันท์, และ สิริยาภรณ์ มาละอินทร์. (2567). การพัฒนาทุนมนุษย์ทางการศึกษาระดับมหาบัณฑิต วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 11(1), 94-101.
ภัทรภร วรกุลรัตนา. (2564). โมเดลเชิงสาเหตุทุนมนุษย์ที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของพนักงาน และผลการดำเนินการขององค์กรของสถานประกอบการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ่า เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา, คณะการจัดการและการท่องเที่ยว.
รังสรรค์ ตรงฉาก และ ฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุล. (2562). การพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง: ศึกษากรณีกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. วารสารคุณภาพชีวิตกับกฎหมาย, 15(1), 23-34.
วินุลาศ เจริญชัย และ สุธรรม ธรรมทัศนานนท์. (2563) รูปแบบการบริหารจัดการองค์การสมรรถนะสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถาบันการศึกษาสังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 17(1),102-108.
วิไลวรรณ อิศรเดช และ พระมหาประกาศิต ฐิติปสิทธิกร. (2563). การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรสายปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไปมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 5(4), 413-425.
วิษณุ เชาเบ และ พนิดา ชื่นชม (2563). แนวทางการพัฒนาระบบที่มีผลต่อมาตรฐานการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศศึกษา กรณีท่าอากาศยานหัวหิน. วารสารรัชต์ภาคย์, 14(32), 1-11.
อภิญญา อิงอาจ. (2565). หลักการ ทฤษฎีและแนวทางปฏิบัติ: การพัฒนาแบบจำลองสมการโครงสร้าง. กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
อภิสิทธิ์ คุณวรปัญญา และ คำรณ โชธนะโชติ. (2562). การจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานตำแหน่งประเภทสนับสนุนมหาวิทยาลัยมหิดล. วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ, 5(2), 274-306.
อำพร อัศวโรจนกุลชัย และ ศิริชัย ชินะตังกูร.(2554) ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยกับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนสอนภาษาจีน. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปกร, 1(2), 37-55.
Ahmed, S., Haderi, S. M. S. A., Ahmad, F. B., Jaaffar, A. R., Walter, J., & Al-Douis, G. A. A. (2017). Employee job security and performance relationship in developing economy through employee engagement: Critical analysis with PLS-SEM. International Journal of Economic Research, 14(19), 133-147.
Buytendijk, F. (2006). The five keys to building a high-performance organization. Business Performance Management Magazine, 4(1), 24-47.
Elmirzaev, S., & Tursunova, N. (2024). The role of human resource management on employee performance and financial productivity. Economic Annals-XXI, 208(3-4), 10-14.
Gittell, J. H., & Hajjar, L. (2019). Strengthening patient-centered care in the VHA: Relational model of change. Journal of General Internal Medicine, 34, 7-10.
Handoyo, S., Suharman, H., Ghani, E. K., & Soedarsono, S. (2023). A business strategy, operational efficiency, ownership structure, and manufacturing performance: The moderating role of market uncertainty and competition intensity and its implication on open innovation. Journal of Open Innovation: Technology, Market, and Complexity, 9(2), DOI: 10.1016/j.joitmc.2023.100039
Holbeche, L. (2004). HR and the high-performance organization. Strategic HR Review, 5(2), 36-40.
Hu, L., & Bentler, P. M. (1998). Fit Indices in covariance structure modeling: Sensitivity to underparameterized model misspecification. Psychological Methods, 3, 424-453.
Jerez-Gómez, P., Céspedes-Lorente, J., & Pérez-Valls, M. (2019). Do high-performance human resource practices work? The mediating role of organizational learning capability. Journal of Management & Organization, 25(2), 189-210.
Jia, Z. (2023). The relationship between human resource management innovation and enterprise innovation performance and the mediating role of employee competencies in SMEs in China. SHS Web of Conferences, 163, DOI:10.1051/shsconf/202316302005
Parajuli, S. K., Mahat, D., & Kandel, D. R. (2023). Strategic human resources management: study the alignment of hr practices with overall business strategy and its impact on organizational performance. International Journal for Multidisciplinary Research (IJFMR), 5(5), 1-11.
Putri, N. T., Yusof, S. M., Hasan, A., & Darma, H. S. (2017). A structural equation model for Evaluating the relationship between total quality management and employee productivity. International Journal of Quality & Reliability Management, 34(8), 1138-1151.
Qifari, M. Y., & Hartono, A. (2024). Investigating the role of innovation capabilities and the impact of knowledge transfer and open innovation implementation on SME performance in Yogyakarta. Asian Journal of Economics, Business and Accounting, 24(2), 70-91.
Rodríguez-Gulías, M. J., Fernández-López, S., & Rodeiro-Pazos, D. (2024). Foreign knowledge sources and innovation: Differences between large, small, and medium-sized multinational enterprises (MNEs). International Review of Economics & Finance, 92, 741-757.
Schermerhorn, J. R., Hunt, J. G., & Osborn, R. N. (2003). Organizational Behavior (8th ed.). USA: John Wiley and Sons.
Siraj, R., & Yasmeen, G. (2025). Strategic human resource management and employee outcomes: A comprehensive literature review on the impact of SHRM practices on job satisfaction and organizational commitment. The Critical Review of Social Sciences Studies, 3(1), 3154-3164.
Zhu, C., Liu, A., & Wang, Y. (2019). Integrating organizational learning with high-performance work system and entrepreneurial orientation: A moderated mediation framework. Frontiers of Business Research in China, 13, 1-24.