จริยธรรมในการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ

 

วารสารบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นวารสารวิชาการ ที่เปิดรับผลงานวิชาการ จากนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ในประเภทบทความวิจัย และบทความวิชาการ โดยมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องครอบคลุมกับการบริหาร ทั้งในเชิงจุลภาคและมหภาค  ได้แก่  การบัญชี  การเงินและการธนาคาร  การตลาด  การจัดการ  การจัดการทรัพยากรมนุษย์  การประกอบการ  เทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ  คอมพิวเตอร์ธุรกิจ  พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  เศรษฐศาสตร์  ธุรกิจและระหว่างประเทศ และที่เกี่ยวข้อง  ดังนั้น วารสารวิชาการบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงได้กำหนดบทบาท หน้าที่และจริยธรรมการตีพิมผลงานวิชาการของผู้เขียน (Author)  ผู้ประเมินบทความ (Reviewer) และบรรณาธิการ (Editor) ไว้ดังนี้

 

ผู้เขียน (Author)

1. ผู้เขียนต้องรับรองว่าผลงานที่ส่งพิจารณาตีพิมพ์เป็นผลงานใหม่ ไม่เคยตีพิมพ์หรือกำลังเสนอตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน

2. ผู้เขียนต้องรับรองว่าผลงานไม่มีการลอกเลียนผลงานของผู้อื่น และผลงานไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรใดๆ

3. ผู้เขียนต้องอ้างอิงผลงานของผู้อื่น หากมีการนำผลงานเหล่านั้นมาใช้ในผลงานของตนเอง

4. ผู้เขียนต้องนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการวิจัย ไม่ปลอมแปลง บิดเบือน หรือนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ

5. ผู้เขียนต้องเขียนบทความให้ถูกต้องตามรูปแบบที่วารสารกำหนดไว้ใน "แนวทางการส่งบทความ"

6. ผู้เขียนที่ปรากฏชื่อในบทความต้องเป็นผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินการวิจัยในเชิงปฏิบัติ

7. ผู้เขียนต้องระบุแหล่งทุนที่สนับสนุนการวิจัยและระบุผลประโยชน์ทับซ้อน (หากมี)

 

ผู้ประเมินบทความ (Reviewer)

1. ผู้ประเมินบทความต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของบทความที่พิจารณาแก่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในระยะเวลาของการประเมินคุณภาพผลงานวิชาการ และจนกว่าบทความได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่

2. ผู้ประเมินบทความควรประเมินบทความในสาขาวิชาที่มีความเชี่ยวชาญ โดยพิจารณาความสำคัญของเนื้อหา วิธีการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล และความเข้มข้นทางวิชาการ

3. ผู้ประเมินบทความควรประเมินด้วยความซื่อตรง ปราศจากอคติ และไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง

4. ผู้ประเมินบทความควรตระหนักว่า หากตนเองอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียน เช่น เป็นผู้ร่วมโครงการ หรือรู้จักผู้เขียนเป็นการส่วนตัว หรือเหตุผลอื่นๆ ที่ทำให้ไม่สามารถให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างอิสระได้ ผู้ประเมินบทความควรแจ้งให้บรรณาธิการทราบและปฏิเสธการประเมินบทความนั้น

5. ผู้ประเมินบทความพึงชี้ให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อน รวมทั้งข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพื่อการปรับปรุงแก้ไขบทความนั้น

6. ผู้ประเมินบทความต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบหากพบว่า ส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความมีการลอกเลียนหรือซ้ำซ้อนกับผลงานของผู้อื่น

 

บรรณาธิการ (Editor)

1. บรรณาธิการมีหน้าที่พิจารณาคุณภาพของบทความ เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารของตนเอง

2. บรรณาธิการต้องคัดเลือกบทความเพื่อมาตีพิมพ์เผยแพร่หลังจากผ่านกระบวนการประเมินบทความแล้ว โดยพิจารณาจากความสำคัญ ความชัดเจน และความสอดคล้องของเนื้อหากับวัตถุประสงค์และนโยบายการตีพิมพ์ของวารสารเป็นสำคัญ

3. บรรณาธิการต้องไม่เปิดเผยข้อมูลผู้เขียนและผู้ประเมินบทความแก่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในระยะเวลาของการประเมินคุณภาพผลงานวิชาการ และจนกว่าบทความได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่

4. บรรณาธิการต้องไม่ตีพิมพ์บทความที่เคยตีพิมพ์ในวารสารอื่นมาแล้ว

5. บรรณาธิการต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียน ผู้ประเมินบทความ และกองบรรณาธิการ

6. บรรณาธิการต้องตรวจสอบการคัดลอกผลงานผู้อื่นในบทความอย่างจริงจัง ด้วยโปรแกรมที่มีมาตรฐานและเป็นทียอมรับในวงการวิชาการ

7. บรรณาธิการต้องหยุดกระบวนการประเมินคุณภาพผลงานวิชาการ หากตรวจพบการคัดลอกผลงานของผู้อื่น และติดต่อผู้เขียนหลักทันทีเพื่อขอคำชี้แจงในการประกอบการตัดสินใจ ตอบรับ หรือ ปฏิเสธ การตีพิมพ์บทความนั้น