อาวุโสฟรีแลนซ์: การเสริมสร้างระบบและกลไกส่งเสริมอาชีพอิสระของผู้สูงอายุตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะที่ 2
คำสำคัญ:
อาวุโสฟรีแลนซ์, ระบบและกลไกส่งเสริมอาชีพอิสระของผู้สูงอายุบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระบบและกลไกการเสริมสร้างอาชีพอิสระของผู้สูงอายุ 2) ออกแบบการดำเนินกิจกรรมเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของผู้สูงอายุ กรณีศึกษา ตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3) พัฒนาศักยภาพการเรียนรู้การบริหารจัดการรระบบและกลไกในการส่งเสริมอาชีพอิสระของผู้สูงอายุ เป็นการวิจัยแบบชุมชนเป็นฐาน (CBR) โดยใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม (PAR)
ผลการวิจัย ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ดังนี้ ในระบบภูมิปัญญาดั้งเดิมกับวิถีชีวิตมีความสัมพันธ์กัน โดยภูมิปัญญาด้านอาหารเป็นองค์ความรู้ที่ใช้ในการทำอาหารที่ผ่านการคิดค้นขึ้นมาของคนโบราณ เพื่อให้เข้ากับภูมิอากาศภูมิประเทศ วัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบปรุงอาหาร ส่วนใหญ่เป็นพืชสมุนไพรในครัวเรือน และภูมิปัญญานี้ถูกถ่ายทอดผ่านวิถีชีวิตจากรุ่นสู่รุ่น กลไกในการส่งเสริมอาชีพอิสระผู้สูงอายุบ้านป้อม มี 3 ระดับ คือ (1) กลไกภายนอก ได้แก่ วัดท่าการ้อง วัฒนธรรมจังหวัด เกษตรอำเภอพัฒนาชุมชน และทีมวิจัย (2) กลไกภายใน ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นผู้นำ และผู้ตาม (3) กลไกในภายใน ได้แก่ กลไกความเป็นมนุษย์ กลไกแห่งความตระหนักรู้คุณค่าของความเป็นผู้สูงอายุ และกลไกที่สำคัญคือใจ ที่จะดำรงชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่ามีความหมายและมีความสุขในทุกวัน ระบบในการส่งเสริมอาชีพอิสระผู้สูงอายุบ้านป้อม มี 2 ระบบ ได้แก่ (1) ระบบภายนอก ได้แก่ ความสัมพันธ์ของระบบภูมิปัญญาและวิถีชีวิตดั้งเดิม ระบบความสัมพันธ์ของผู้สูงอายุกับหน่วยงานในพื้นที่ ระบบความสัมพันธ์ของผู้สูงอายุกับทีมวิจัย (2) ระบบภายใน ได้แก่ ความภาคภูมิใจ ใจเปิด การเห็นคุณค่าของตนเอง (self-esteem) การได้รับการยอมรับจากชุมชน และการดำรงชีวิตอย่างมีความหมาย
ผลการวิจัย ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ดังนี้ ออกแบบการดำเนินกิจกรรมเชิงพื้นที่มีความร่วมมือ 3 ระดับ (1) ความร่วมมือในการเรียนรู้ และร่วมพัฒนาของชุมชน (2) ความร่วมมือ และการเรียนรู้ร่วมกับโหนด CBR (3) ความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย นอกจากนี้ทีมวิจัยทำการออกแบบให้ผู้สูงอายุได้รู้จักตนเองผ่าน 3รู้ “รู้จักตนเอง (self-awareness)- รู้จักความสามารถของตน (self-efficacy)-รู้ที่จะภาคภูมิใจในตนเอง (self-esteem)” ทำการวิเคราะห์ตนเองให้เห็นพลังของชุมชนผ่านหลัก “RQ-พลังชุมชน-3I” ได้แก่ I have-I am-I can และทำการออกแบบกิจกรรมตามแผนชุมชน
ผลการวิจัย ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 ดังนี้ การวิจัยในครั้งนี้ใช้กระบวนการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในชุมชนบ้านป้อมในมิติของผู้สูงอายุ ให้สามารถพึ่งตนเองได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน และมีรายได้เสริมผ่านการฟื้นฟูอาหารภูมิปัญญา เพื่อเพิ่มคุณค่า และศักดิ์ศรีปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่โดย มี 4 กระบวนการ ดังนี้ กระบวนการสร้างคน กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการสร้างการเรียนรู้ และกระบวนการใช้ความรู้ และมีพลังในการเสริมเสริมทำให้เกิด “จากฟรีแลนซ์ สู่ฟรีแลนด์ สู่อิสระภาพของผู้สูงอายุ ที่เน้น “สร้างสุข-เสริมรายได้” 4 พลังได้แก่ พลังแห่งการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง พลังแห่งกัลยาณมิตร (ภาคีเครือข่าย) พลังแห่งการร่วมปฏิบัติการ สร้างสุข-เสริมอาชีพ และพลังแห่งการรวมกลุ่ม
เอกสารอ้างอิง
Ban Taling Daeng Community, Kanchanaburi Province. (2018). Princes of Naradhiwas University. Journal of Humanities and Social Science, 5, special edition, August.
Krasang F. (2018). Community Capital and Participation Process for Self-Reliance Community : A Comparative Study between Rangwai and Nongsarai Community Phanom Thuan District, Kanchanaburi Province. The Degree of Doctor of Philosophy in Public Administration Faculty of Public Administration.
Mezirow, Jack., Taylor, Edward W., and Associates. (2009). Transformative Learning in Practice : Insights from Community, Workplace, and Higher Education. San Francisco, CA. : Jossey-Bass.
Phamon N., and Tantivipawin P. (2020). The Knowledge Management of Local Food Culture in Northern Thailand, Journal of Rangsit Graduate Studies in Business and Social Sciences, 6(2) : 27-44.
Kosasivilai N., sukprasert S., and Sripuna S. (2106). A Development model for Intergrated social synergy networks for community economy development, Research and Development Journal Loei Rajabhat University. 11(38) : 105-118.
Chanthapamojjho S. (2021). The Application of the Threefold Training (tisikkha) for Promotion of Learning of High School Student of Lamplaimas School in Lamplaimas Sub-District Lamplaimas District, Buriram Province. Journal of Buddhist Studies Vanam Dongrak, 7(1) : 1-14.
Wasri P., in Kaew-ngam K. (2553). Community and Local Self Management. Bangkok : Bhopitchakarnpim.
Ram Chieng-Ka. A Study of The Role of Local Community Leaders in Strengthening and Sustainability. Copied Document.
Chunlasin S. (2010). Development of a Community Participatory Model Using Local Wisdom for Educational Management Based on the Sufficiency Economy Philosophy in Basic Education Institutions : An Application of the AIC Process. Suranaree J. Sco.Sci. 4(2) : 17-31.
Chaiumporn S. (2017). Food Security : Indicators of Cultural Differences in Thailand. NIDA Development Journal. 5(1) : 200-223.
Sanarmkate T., and Kabjan N. (2022). Guidelines for Strengthening Community Capital to Determine Success Factors at Uttaradit Province. The Journal of Research and Academics. 5(1) : 129-144. www.service.nso.go.th (August 18, 2023). https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30476 (September 2, 2023).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.