การบูรณาการเพื่อสร้างคุณค่าในตนเองสำหรับผู้สูงอายุในศตวรรษที่ 21 ผ่านรูปแบบอาสาสมัครดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลปลักแรด อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก

Main Article Content

ปริญญา หวันเหล็ม
ชาคินัย หมีเทศ

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง “การบูรณาการเพื่อสร้างคุณค่าในตนเองสำหรับผู้สูงอายุในศตวรรษที่ 21 ผ่านรูปแบบอาสาสมัครดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลปลักแรด อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก” เป็นการวิจัยที่ใช้วิธีวิทยาการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยอาศัยเทคนิคการสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเกิดขึ้นของเครือข่ายสหวิชาชีพในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว และเพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าในตนเองผ่านรูปแบบการดูแลสุขภาพระยะยาว จากการวิจัยพบว่า การก่อตัวของเครือข่ายอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในเทศบาลตำบลปลักแรดเกิดจากการรวมกลุ่มใน 2 รูปแบบ คือ 1. การรวมกลุ่มกันแบบไม่เป็นทางการ ภายใต้บริบทชุมชนผ่านการจัดตั้งกลุ่มชมรมผู้สูงอายุในหมู่บ้าน โดยการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านประชากร 3 วัย ได้แก่ กลุ่มเยาวชนนักเรียน กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข กลุ่มวัยทำงาน และ 2. การรวมกลุ่มแบบเป็นทาง โดยหน่วยงานราชการในพื้นที่ในรูปแบบเครือข่ายสหวิชาชีพ อันเป็นพันธกิจของ รพ. สต.ปลักแรด และเทศบาลตำบลปลักแรดที่ขับเคลื่อนบทบาทของเครือข่ายจิตอาสา ดำเนินงานแบบสหวิชาชีพอันเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างกระบวนการเห็นคุณค่าในตนเอง และส่งผลให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข มีคุณค่าในตนเองและมีความภาคภูมิใจในชีวิตต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
หวันเหล็ม ป., & หมีเทศ ช. (2022). การบูรณาการเพื่อสร้างคุณค่าในตนเองสำหรับผู้สูงอายุในศตวรรษที่ 21 ผ่านรูปแบบอาสาสมัครดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลปลักแรด อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก. วารสารวิเทศศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 12(1), 89–116. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jis/article/view/250478
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. (2558). คู่มือแนวทางการดำเนินงานตำบลจัดการสุขภาพ 5 กลุ่มวัยแบบบูรณาการโดยตำบล LTC เป็น Entry point. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.

ปริญญา หวันเหล็ม. (2562). สหวิชาชีพกับการประกอบสร้างแนวทางการดูแลสุขภาพระยะยาวเทศบาลตำบลพลายชุมพล อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.

วรรณเพ็ญ ประสิทธิ์. (2550). ปัจจัยบางประการที่สัมพันธ์กับองค์ประกอบย่อยของการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โรงเรียนสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกรุงเทพมหานคร. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

วิภาวี วงษ์อนันต์นนท์. (2552). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1. ปริญญานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ศศิพัฒน์ ยอดเพชร. (2552). บูรณาการระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์เจพริ้น 2.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2556). การคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2583. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์เดือนตุลาคม.

Aronson, E., Wilson, T. D., & Akert, R. M. (2007). Social Psychology (6th ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson.

Bandura, A. (1986). A Social Foundation of thought and Action: A Social Cognitive Theory. New Jersey: Prentice-Hall.

Branden, N. (1969). The Psychology of Self-Esteem. Los Angeles: Nash Publishing.

Coopersmith, S. (1984). SEI: Self-esteem Inventories. California: Psychologist Press Inc.

Lindgren, H. C., & Harvey, J. H. (1981). An introduction to social psychology. St. Louis: Mosby.

McMillan, J. H., Singh, J., & Simonetta, L. G. (1995). Self-Oriented Self-Esteem Self-Destruct The Psychology of Being Human. New York: Wiley.

Rowan, J. (1998). Maslow amended. Journal of humanistic psychology, 38(1), 81-92.