จริยธรรมการตีพิมพ์ในวารสารวิเทศศึกษา
ประกาศเมื่อ 2026-07-19วารสารวิเทศศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการ เพื่อให้การเผยแพร่บทความเป็นไปอย่างถูกต้อง มีคุณภาพ โปร่งใสและสอดคล้องกับมาตรฐานการตีพิมพ์ที่เป็นที่ยอมรับกันในระดับสากล วารสารวิเทศศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติและจริยธรรม
การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิชาการ เพื่อกำกับบทบาทหน้าที่สำหรับผู้นิพนธ์ (Author) บรรณาธิการวารสาร (Editor) และผู้ประเมินบทความ (Reviewer) รวมถึงจริยธรรมการตีพิมพ์เกี่ยวกับการคัดลอกผลงานวิชาการ จริยธรรมการใช้ AI ในการเขียนบทความ และจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์และสัตว์ (ถ้ามี) โดยกองบรรณาธิการได้เผยแพร่หน้าที่รับผิดชอบดังกล่าวให้เป็นที่รับทราบและยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1. บทบาทและหน้าที่ของผู้นิพนธ์
- ผู้นิพนธ์ต้องไม่กระทำการลอกเลียนผลงานทางวิชาการ (Plagiarism) ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยการนำความคิด ข้อมูล ผลงาน รูปภาพ ตาราง หรือข้อความของผู้อื่นมาใช้โดยไม่อ้างอิงแหล่งที่มาอย่างเหมาะสม รวมถึงต้องไม่กระทำการคัดลอกผลงานของตนเองที่เคยเผยแพร่แล้ว (Self-plagiarism) โดยนำเนื้อหาส่วนสำคัญของผลงานเดิมมาใช้ซ้ำโดยไม่เปิดเผยหรืออ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ข้อกำหนดดังกล่าวครอบคลุมบทความวิจัย บทความวิชาการ และผลงานทางวิชาการทุกประเภทที่ส่งพิจารณาตีพิมพ์ในวารสาร
- ผู้นิพนธ์ต้องรับรองว่าผลงานที่ส่งตีพิมพ์เป็นผลจากการศึกษาและวิจัยที่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงทางวิชาการ ไม่มีการบิดเบือนหรือปลอมแปลงข้อมูล รวมทั้งต้องตรวจสอบความถูกต้องของการอ้างอิง และรับรองว่าแหล่งอ้างอิงทุกแห่งมีอยู่จริงและสามารถตรวจสอบได้
- ผู้นิพนธ์ต้องมีความรับผิดชอบต่อผลงานของตน และรับรองว่าผลงานไม่เคยถูกตีพิมพ์หรือกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาตีพิมพ์บทความในวารสาร งานประชุม หนังสือ หรือสื่อวิชาการใดมาก่อน
- ผู้นิพนธ์ต้องรับรองว่าการใช้เครื่องมือ AI เป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ ถูกต้องและเหมาะสมตามหลักจริยธรรมการทำวิจัย
- ผู้นิพนธ์ประสานงาน (Corresponding author) จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้รวมเฉพาะผู้นิพนธ์ร่วมที่มีสิทธิ์อย่างถูกต้อง และไม่มีการระบุชื่อผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในบทความ รวมถึงต้องมั่นใจว่าผู้นิพนธ์ร่วมทุกคนได้เห็นและเห็นชอบกับบทความฉบับสมบูรณ์ขั้นสุดท้าย พร้อมทั้งยินยอมให้ส่งบทความเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่แล้ว ทั้งนี้ วารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้มีการเพิ่มชื่อผู้นิพนธ์รายใหม่ในบทความ หลังจากที่วารสารได้ออกหนังสือตอบรับการตีพิมพ์ (Acceptance letter) เรียบร้อยแล้ว
- ในกรณีที่ผู้นิพนธ์ได้รับการตัดสินจากกองบรรณาธิการถึงการกระทำผิดจริยธรรมการตีพิมพ์ ทั้งในระหว่างกระบวนการประเมินบทความ ตลอดจนภายหลังการตีพิมพ์แล้ว วารสารจะตัดสิทธิ์การตีพิมพ์เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี และวารสารจะแจ้งหน่วยงานที่ผู้นิพนธ์สังกัดหรือผู้นิพนธ์แล้วแต่กรณี
2. บทบาทและหน้าที่ของบรรณาธิการวารสาร
- กองบรรณาธิการมีหน้าที่กำหนดและดำเนินนโยบายการประเมินบทความให้มีความชัดเจน ครอบคลุม และโปร่งใส โดยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล การพิจารณาบทความจะยึดหลักคุณภาพทางวิชาการ ความสมบูรณ์ของเนื้อหา คุณูปการต่อองค์ความรู้ด้านวิเทศศึกษา และความสอดคล้องของเนื้อหากับนโยบายของวารสารเป็นสำคัญ โดยไม่คำนึงถึงเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ ความเชื่อทางศาสนา เชื้อชาติ หรือภูมิหลังของผู้นิพนธ์
- ระหว่างการประเมินบทความ บรรณาธิการ กองบรรณาธิการ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้นิพนธ์และผู้ประเมินบทความแก่บุคคลอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง เอกสารและข้อมูลทั้งหมดที่ส่งมายังวารสาร ไม่ว่าจะเป็นต้นฉบับบทความ รูปภาพ ตาราง หรือเอกสารประกอบอื่น ๆ ตลอดจนการติดต่อสื่อสารระหว่างวารสารกับผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความ จะได้รับการเก็บรักษาและคุ้มครองเป็นความลับอย่างเคร่งครัดโดยบรรณาธิการ และจะไม่นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางใดทางหนึ่ง
- บรรณาธิการมีหน้าที่คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่มีความเป็นอิสระและมีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ จำนวนอย่างน้อย 3 ท่าน เพื่อประเมินบทความที่ส่งเข้ามายังวารสาร บรรณาธิการจะหลีกเลี่ยงกรณีที่ผู้ประเมินและผู้นิพนธ์อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกัน เช่น การทำงานในหน่วยงานสังกัดเดียวกัน และการมีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันในแหล่งทุนวิจัยหรือโครงการวิจัยเดียวกัน นอกจากนี้ บรรณาธิการจะพิจารณาผลการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในกรณีที่ความเห็นประเมินถูกส่งกลับมาอย่างรวดเร็วผิดปกติ หรือมีลักษณะเป็นการชื่นชมโดยไม่มีข้อเสนอแนะเชิงวิชาการที่เพียงพอและรอบด้าน ในกรณีดังกล่าวบรรณาธิการอาจพิจารณาเชิญผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติมเพื่อประเมินบทความดังกล่าวอีกครั้ง
- บรรณาธิการมีหน้าที่รับผิดชอบในการตัดสินใจคัดเลือกบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสาร โดยการตัดสินใจดังกล่าวจะกระทำร่วมกับกองบรรณาธิการ และอาศัยผลการประเมินทางวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ บรรณาธิการจะคำนึงถึงข้อกำหนดทางกฎหมายและจริยธรรมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด อาทิ การละเมิดลิขสิทธิ์ การคัดลอกผลงานทางวิชาการ และการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมการตีพิมพ์ หากตรวจพบการคัดลอกผลงานของผู้อื่นหรือการนำบทความที่เคยตีพิมพ์ที่อื่นแล้ว มานำเสนอเพื่อขอรับการตีพิมพ์ซ้ำ รวมทั้งต้องผ่านการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของเนื้อหา (Plagiarism/Similarity Check) โดยมีค่าความคล้ายคลึงไม่เกินร้อยละ 20 ตามเกณฑ์ที่วารสารกำหนด บรรณาธิการจะหยุดกระบวนการประเมินบทความและหากบทความได้รับการเผยแพร่ไปแล้ว บรรณาธิการจะใช้สิทธิในการถอดถอนบทความและแจ้งหน่วยงานที่ผู้นิพนธ์สังกัดหรือผู้นิพนธ์แล้วแต่กรณี
3. บทบาทและหน้าที่ของผู้ประเมินบทความ
- ผู้ประเมินบทความต้องรักษาความลับของบทความที่ส่งมาเพื่อขอรับการประเมิน รวมถึงเนื้อหา ข้อคิดเห็น และการสื่อสารใด ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการพิจารณาบทความ โดยต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ไม่ว่าบทความจะได้รับการตีพิมพ์หรือไม่ ผู้ทรงคุณวุฒิไม่มีสิทธิ์นำข้อมูล แนวคิด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเนื้อหาบทความไปสื่อสารในพื้นที่สาธารณะ ใช้ในการวิจัย การเผยแพร่ หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้งจากเจ้าของผลงาน
- ผู้ประเมินบทความต้องไม่มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้นิพนธ์หรือเหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่สามารถให้ข้อคิดเห็นได้อย่างอิสระ หากผู้ประเมินบทความพบว่าตนอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์หรือผลงานที่ได้รับมอบหมายให้ประเมิน ไม่ว่าจะเกิดจากความร่วมมือทางวิจัย ความสัมพันธ์ทางวิชาชีพ สังกัดเดียวกัน หรือความเกี่ยวข้องอื่นใดที่อาจส่งผลต่อความเป็นกลางในการประเมิน ผู้ประเมินบทความต้องแจ้งให้บรรณาธิการวารสารทราบและปฏิเสธการประเมินบทความนั้นทันที
- ผู้ประเมินบทความควรประเมินบทความในสาขาวิชาที่ตนมีความเชี่ยวชาญ โดยพิจารณาจากคุณภาพของบทความเป็นสำคัญ ไม่ใช้ความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีข้อมูลรองรับมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินบทความ และต้องพิจารณาคุณภาพเนื้อหาอย่างเป็นกลาง โดยไม่คำนึงถึงเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ ความเชื่อทางศาสนา เชื้อชาติ สังกัด หรือประเทศต้นทางของผู้นิพนธ์ โดยให้ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงคุณภาพของบทความ และสนับสนุนการตัดสินใจของบรรณาธิการในการพิจารณารับหรือปฏิเสธการตีพิมพ์บทความดังกล่าว
- หากผู้ประเมินบทความพบว่า บทความที่ประเมินมีส่วนหนึ่งส่วนใดที่มีความเหมือนหรือความซ้ำซ้อนกับผลงานชิ้นอื่น ผู้ประเมินบทความต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบทันที
4. จริยธรรมการตีพิมพ์เกี่ยวกับการคัดลอกผลงานวิชาการ (Plagiarism)
วารสารวิเทศศึกษาให้ความสำคัญสูงสุดในการจัดการกับการคัดลอกผลงานวิชาการ ซึ่งรวมถึงการคัดลอกผลงานตนเอง (Self-plagiarism) โดยยึดแนวทางตามคู่มือมาตรฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) วารสารวิเทศศึกษาถือว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดจริยธรรมวิชาการอย่างร้ายแรงและไม่อาจยอมรับได้ในการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
ในการนำแนวคิด ข้อมูล ข้อความ รูปภาพ ตาราง หรือผลงานของผู้อื่น รวมถึงผลงานที่ตนเคยเผยแพร่มาก่อนมาใช้ ผู้นิพนธ์ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามหลักวิชาการ และต้องไม่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นผลงานต้นฉบับที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ หากตรวจพบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบทความมีการคัดลอกผลงานทางวิชาการ วารสารวิเทศศึกษาจะดำเนินการตามมาตรการและแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมการตีพิมพ์ของวารสารตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี ดังต่อไปนี้
- ขั้นตอนการรับบทความเริ่มต้น: หากตรวจพบการประพฤติมิชอบที่เกี่ยวกับการคัดลอกผลงานในขั้นตอนการส่งบทความวิจัยครั้งแรก (โดยพบความซ้ำซ้อนในเนื้อหาไม่เกินร้อยละ 20) บรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้นิพนธ์ทราบโดยตรง และจะส่งบทความกลับคืนเพื่อให้ผู้นิพนธ์ชี้แจงและแก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสม ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ต่อไป แต่หากมีการพบความซ้ำซ้อนในเนื้อหาเกินกว่าร้อยละ 20 บทความนั้นจะถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ทันที
- ระหว่างกระบวนการประเมินและจัดทำวารสาร: หากตรวจพบการคัดลอกผลงานหรือการประพฤติมิชอบในระหว่างกระบวนการเตรียมตีพิมพ์ หรือพบความซ้ำซ้อนในเนื้อหาเกินกว่าร้อยละ 20 บรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้นิพนธ์ทราบโดยตรงเพื่อขอคำชี้แจงและรายละเอียดเพิ่มเติม จากนั้นบรรณาธิการจะจัดประชุมร่วมกับกองบรรณาธิการเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวตามหลักจริยธรรมการตีพิมพ์ของวารสาร หากการคัดลอกผลงานหรือการละเมิดจริยธรรมได้รับการยืนยัน บทความดังกล่าวจะไม่ได้รับการตีพิมพ์และจะถูกถอนออกจากกระบวนการตีพิมพ์ทันที
- ภายหลังการตีพิมพ์เผยแพร่แล้ว: หากตรวจพบการคัดลอกผลงานและการประพฤติมิชอบหลังจากที่บทความได้รับการเผยแพร่แล้ว บรรณาธิการและกองบรรณาธิการจะดำเนินการสืบสวนขั้นต้น และจะดำเนินการตามระดับของการละเมิด ในกรณีที่เป็นการคัดลอกผลงานและพบความซ้ำซ้อนในเนื้อหาเกินกว่าร้อยละ 20 บทความนั้นจะถูกถอนสิทธิ์การเผยแพร่ (Retracted) แต่จะยังคงปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ของวารสาร โดยจะมีการระบุประกาศกำกับไว้อย่างชัดเจนว่าบทความดังกล่าวตรวจพบการคัดลอกผลงานหรือการประพฤติมิชอบทางวิชาการ และจะระบุในประกาศด้วยว่า “ความรับผิดชอบต่อการคัดลอกผลงานนั้นตกเป็นของผู้นิพนธ์แต่เพียงผู้เดียว”
5. จริยธรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประกอบการเขียนบทความ
- ผู้นิพนธ์ต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมของเนื้อหาทั้งหมดที่สร้างขึ้นหรือมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกระบวนการจัดทำบทความ
- วารสารวิเทศศึกษาใช้โปรแกรมตรวจสอบการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Detection) ในการประเมินบทความ หากผลการตรวจสอบบ่งชี้ว่ามีการใช้ AI เกินกว่าร้อยละ 30 ของเนื้อหาทั้งหมด วารสารจะดำเนินการเดียวกับแนวทางปฏิบัติจริยธรรมการตีพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (Plagiarism) ทั้งในขั้นตอนการรับบทความ การพิจารณาประเมินบทความและจัดทำวารสาร และภายหลังการตีพิมพ์เผยแพร่
- ผู้นิพนธ์ต้องเปิดเผยการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) อย่างโปร่งใส โดยระบุรายละเอียดการใช้ AI ในส่วนวิธีดำเนินการวิจัย หรือในส่วนที่เกี่ยวข้องของบทความ เพื่อให้สามารถประเมินบทบาทและขอบเขตการใช้ AI ในการจัดทำผลงานได้อย่างชัดเจน
6. จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์และสัตว์ (ถ้ามี)
หากบทความวิจัยที่ส่งเข้ารับพิจารณาตีพิมพ์ในวารสาร เป็นผลงานที่มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์หรือสัตว์ ขอให้ผู้นิพนธ์ส่งหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการดำเนินการผ่านกระบวนการพิจารณามาตรฐานวิจัย (ถ้ามี) เช่น หนังสือรับรอง หรือการอ้างอิงเลขใบรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB) ในหัวข้อย่อยจริยธรรมการวิจัย (Ethical Considerations) ในหัวข้อระเบียบวิธีวิจัย (Methods) โดยผู้นิพนธ์ควรดำเนินการตามหลักจริยธรรม กฎหมาย และข้อบังคับอื่น ๆ ที่จำเป็นและเกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด