การพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนด้านการจัดทำบทเรียน โดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผ่านกิจกรรมพัฒนา 9 ขั้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 30 (ชัยภูมิ)

Main Article Content

วานิช ประเสริฐพร
ไชยวัฒน์ ชุ่มนาเสียว

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) พัฒนาศักยภาพครูผู้สอนด้านการจัดทำบทเรียน โดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผ่านกิจกรรมพัฒนา 9 ขั้น 2) นิเทศ ติดตามการนำบทเรียนไปใช้กับนักเรียนของครูผู้สอน และ        3) ประเมินประสิทธิผลของกระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผ่านกิจกรรมพัฒนา 9 ขั้น การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา ประกอบด้วยการดำเนินการ     3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เป็นการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน ด้านการจัดทำบทเรียน โดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพผ่านกิจกรรมพัฒนา 9 ขั้น กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจงจากครูผู้สอนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพครู สังกัด    สหวิทยาเขตพญาแล และสหวิทยาเขตเมืองสี่มุม ปีการศึกษา 2560 ซึ่งมีสถานศึกษา 


สหวิทยาเขตละ 5 โรงเรียน ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 30 โดยเป็นครูผู้สอนใน 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก ประกอบด้วย ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ รวม 500 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ขั้นตอนการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน 9 ขั้น ตรวจสอบความตรงของเนื้อหาโดยใช้ดัชนีค่าความสอดคล้อง (IOC) มีค่าความสอดคล้อง 0.91 และชุดฝึกปฏิบัติการจัดทำบทเรียนของครูผู้สอน ระยะที่ 2 เป็นการนิเทศ ติดตามการนำบทเรียนไปใช้กับนักเรียนของครูผู้สอน ประชากรคือ ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์และครูที่เกี่ยวข้อง รวม 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบประเมินประสิทธิผลการจัดทำบทเรียนของครูผู้สอน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ระยะที่ 3 เป็นการประเมินประสิทธิผลของกระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผ่านกิจกรรมพัฒนา 9 ขั้น กลุ่มตัวอย่างเป็นครูผู้สอนใน 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก รวม 500 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบประเมินประสิทธิผลการจัดทำบทเรียนของครูผู้สอน และแบบประเมินประสิทธิผลการใช้ขั้นตอนกิจกรรมพัฒนา 9 ขั้นของครูผู้สอน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ย (gif.latex?\bar{x}) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการแปลผลตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 4 ระดับ ได้แก่ ระดับมาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน ด้านการจัดทำบทเรียน พบว่า ครูที่เข้ารับการพัฒนาศักยภาพได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติการจัดทำบทเรียนที่เน้นการเสริมสร้างกระบวนการคิดขั้นสูง 2 ทักษะ คือ ทักษะการคิดวิเคราะห์ครบทั้ง 5 ขั้น และทักษะการคิดสร้างสรรค์ครบทั้ง 7 ขั้น 2) ครูผู้สอนใน 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลักทั้ง 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้  มีการนำบทเรียนที่สร้างขึ้นไปใช้กับนักเรียนชั้นที่ปฏิบัติการสอนครบทั้ง 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 2 สหวิทยาเขต และ 3) วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิผลโดย 1) การจัดทำบทเรียน ของครูผู้สอนใน 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลักในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (gif.latex?\bar{x} = 2.88, S.D. = 0.94) โดยครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยจัดทำเป็นลำดับที่ 1 (gif.latex?\bar{x} = 3.16,  S.D. = 0.78) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จัดทำเป็นลำดับที่ 2 ( gif.latex?\bar{x}= 2.93, S.D. = 0.93) และลำดับที่ 3 ( gif.latex?\bar{x}= 2.84, S.D. = 0.95) คือครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และ 2) การใช้ขั้นตอนกิจกรรมพัฒนา 9 ขั้น ของครูผู้สอนในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( gif.latex?\bar{x}= 2.62, S.D. = 0.77) เช่นเดียวกัน โดยครูผู้สอนใช้ขั้นสร้างบทเรียนเป็นลำดับที่ 1 ( gif.latex?\bar{x}= 3.06, S.D. = 0.65) ใช้ขั้นนำบทเรียนไปใช้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายเป็นลำดับที่ 2 ( gif.latex?\bar{x}= 2.98, S.D. = 0.66) และใช้ขั้นค้นหา Best Practice เป็นลำดับที่ 3 (gif.latex?\bar{x} = 2.67, S.D. = 0.78)


 


 


    

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

วานิช ประเสริฐพร

Dr.Vanich Prasertphorn

Dean of Faculty of Education

North Eastern University, Muang District, KhonKhaen Province 40000

Tel.: 086-715-2486  E-mail : vanich456@gmail.com

ไชยวัฒน์ ชุ่มนาเสียว

Dr.Chaivat Chumnasiao

Curriculum and Instruction Faculty of Education

North Eastern University, Muang District, KhonKhaen Province 40000

Tel.: 098-104-6549 E-mail: chai18022500@gmail.com

เอกสารอ้างอิง

Basic Education Commission, Office of Ministry of Education. (2008). Indicators and core subjects Thai language core curriculum for basic education 2008, BE 2551.

Bangkok: Agricultural Cooperatives of Thailand. [in Thai]

Basic Education Commission, Office of Ministry of Education. (2017). Guideline for drive PLC to school, BE 2560 (copy print). [in Thai]

Basic Education Commission, Office of Ministry of Education (2017). Policy into action, BE 2560. (copy print). [in Thai]

Chan-o-cha, N. (2017). Guideline for drive PLC to school, BE 2560. (copy print). [in Thai]

Chookemnerd, W. (2014). A model of community learning profession to learn in the 21st century in Thailand school contextual, BE. 2557. Doctor of Philosophy in

Educational Administration. Prince of Songkha University. [in Thai]

Chumnasiao, C. (2017). The process of learning activities into critical thinking and creative thinking, BE 2560. The Secondary Educational Service Area office 30. (copy print). [in Thai]

Donhongsa, L. (2016). A model of community learning profession development in school “promoting of reading to understanding” in case study of Songpuey school, BE 2559. National symposium and presentation, Ratchtani academic 1st time. [in Thai]

Hord, S.M. (1997). Professional learning communities: Communities of continuous inquiry and improvement. Retrieve on 4 May 2016 from https://www.sedle.org.siss/plccredit.html

Jareonsettasin, T. (2017). Guideline for drive PLC to school, BE 2560. (copy print). [in Thai]

Khammani, T. (2000). A thinking and teaching innovation for learning for teachers of the reform of education, BE 2543. Bangkok: Chulalongkorn University. [in Thai]

Panich, V. (2012). The way to learn for discipline in 21st century, BE.2555. Bangkok: Tathata Publication Ltd. [in Thai]

Pornkul, C. (2008). Teaching a thinking process theory and implementation, BE 2554. Bangkok: Chulalongkorn University. [in Thai]

Srisa-ard, B. (2008). Statistical methods for research (4th ed.). Karasin: Prasarn Print. [in Thai]