คน บ้าน ป่า: การพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่อย่างยั่งยืน ของประชาชนอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการมีส่วนร่วมและปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชน 2) สร้างรูปแบบ และ 3) ยืนยันรูปแบบการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่อย่างยั่งยืนของประชาชนอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างในระยะที่ 1 คือ ประชาชนที่ตั้งอยู่รอบบริเวณป่าชุมชนโคกใหญ่ จำนวน 500 คน โดยใช้เกณฑ์การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ 20 เท่าของจำนวนตัวแปรซึ่งมีตัวแปรสังเกตได้จำนวน 25 ตัวแปร กลุ่มเป้าหมายในระยะที่ 2 คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่ จำนวน 25 คน และกลุ่มเป้าหมายในระยะที่ 3 คือ ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านการจัดการป่าชุมชน จำนวน 5 คน ที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมมาวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์การวิจัย
ผลการศึกษาพบว่า 1) ระดับในการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่อย่างยั่งยืนโดยรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน (=4.29, S.D=0.35) และปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่อย่างยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ ปัจจัยด้านความเข้มแข็งของชุมชน ปัจจัยด้านการจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน ปัจจัยด้านความยั่งยืนของป่าชุมชน และปัจจัยด้านการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืนซึ่งทั้ง 4 ปัจจัย สามารถร่วมกันอธิบายความผันแปรของการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่อย่างยั่งยืน โดยพยากรณ์ได้อย่างถูกต้อง ร้อยละ 99.80 (R2 = 0.998) และโมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (
2 = 136.846, ค่า
2/df = 1.095, ค่า p-value = 0.221, ค่า GFI = 0.970, ค่า AGFI = 0.959, ค่า TLI = 0.956, ค่า RMR = 0.006, ค่า RMSEA = 0.014) 2) รูปแบบการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย ปัจจัยด้านการจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน ปัจจัยด้านความยั่งยืนของป่าชุมชน และปัจจัยด้านการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน 3) การยืนยันความเหมาะสมของรูปแบบการมีส่วนร่วมในการจัดการป่าชุมชนโคกใหญ่อย่างยั่งยืน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุดและมีค่าความสอดคล้องระหว่างควอไทล์ น้อยกว่า 1.5 ทุกแนวทาง
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมป่าไม้. (2567). รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการจัดทำข้อมูลสภาพพื้นที่ป่าไม้ ปี พ.ศ. 2567. ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมป่าไม้.
ก้องเกียรติ เต็มตำนาน. (2565). รูปแบบการจัดการป่าชุมชน์โดยการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จังหวัดมหาสารคาม. [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]. ฐานข้อมูลงานวิจัย (ThaiLis).
ณรงค์ เป็งเส้า, สายสกุล ฟองมูล, พหล ศักดิ์คะทัศน์ และพุฒิสรรค์ เครือคำ. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ทา ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร, 38(2), 144 - 156.
ถนัดสม นุกูล. (2562). คู่มือการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการจัดการป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562. ส่วนส่งเสริมการจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้.
สมศักดิ์ ทวินันท์. (2564). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการป่าชุมชนดงมัน ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร. [วิทยานิพนธ์ปริญญาเกษตรศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช]. ฐานข้อมูลงานวิจัย (ThaiLis).
สุรชัย ชูคง, ธีรวัฒน์ หินแก้ว, พีระยุทธ ศิลาพรหม, วริดา ณ ลำพูน และสุพัตรา บุตราช. (2566). การพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษาบ้านหนองตาใกล้ ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองหาร จังหวัดอุดรธานี. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 17(61), 67 - 77.
สำนักงานจังหวัดมหาสารคาม. (2564). ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. สำนักงานจังหวัดมหาสารคาม.
Diamantopoulos, A. & Siguaw, J. A., (2000). Introduction to LISREL: A Guide for the Uninitiated. SAGE Publications Inc,.
Hair, J. F. Jr. Black, W. C., Babin, B. J. Anderson, R. E. & Tatham, R. L. (2006). Multivariate Data Analysis. 6thedition. Prentice Hall.
Schumacker, R. E. & Lomax, R. G., (2010). A Beginner’s Guide to Structural Equation Modeling. 3rd edition. Lawrence Erlbaum Associates.