การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นการจัดการเรียนรู้พลศึกษาในสังคมพหุวัฒนธรรมสำหรับครูประถมศึกษาจังหวัดยะลา

Main Article Content

สมศักดิ์ จันลาภ
อิสมาอีล ราโอบ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นการจัดการเรียนรู้พลศึกษาในสังคมพหุวัฒนธรรมสำหรับครูประถมศึกษาจังหวัดยะลา งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิจัยแบบผสานวิธี ลักษณะการออกแบบเชิงสำรวจตามลำดับ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ ครูผู้สอนวิชาพลศึกษา หรือครูที่มีหน้าที่รับผิดชอบการจัดกิจกรรมทางสุขศึกษาและพลศึกษาในโรงเรียนระดับประถมศึกษาในจังหวัดยะลา จำนวน 165 คน และกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการสัมภาษณ์จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้การวิจัย คือ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูล โดยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น PNIModified และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า ค่าเฉลี่ยสภาพปัจจุบัน (I) อยู่ในระดับปานกลาง (2.99–3.434) ขณะที่ค่าเฉลี่ย ความต้องการจำเป็น (D) อยู่ในระดับมาก (4.305–4.826) สะท้อนช่องว่างการพัฒนาอย่างชัดเจน โดยค่า PNIModified สูงสุดคือ ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (0.519) รองลงมาคือ การวางแผนการจัดการเรียนรู้ (0.505) และการใช้สื่อ (0.494) ส่วนต่ำสุดคือ ด้านเนื้อหา (0.310) แสดงให้เห็นว่าครูมีความต้องการพัฒนาเชิงกระบวนการจัดการเรียนรู้มากที่สุด และผลการวิจัยเชิงคุณภาพ ครูพลศึกษาในจังหวัดยะลามีความตระหนักและเข้าใจบริบทความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นอย่างดี และเห็นความสำคัญของการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้เรียน โดยครูต้องการพัฒนาสมรรถนะของตนเพิ่มเติม ทั้งด้านความรู้วัฒนธรรม ทักษะการสอนแบบรวม และการใช้เทคโนโลยี สะท้อนว่าครูเป็นกลไกหลักของการเปลี่ยนแปลงแต่ยังต้องได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณ มีความสอดคล้องกันในระดับสูง ทั้งในประเด็นเนื้อหาและลำดับความเร่งด่วนในการพัฒนา

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จันลาภ ส., & ราโอบ อ. (2026). การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นการจัดการเรียนรู้พลศึกษาในสังคมพหุวัฒนธรรมสำหรับครูประถมศึกษาจังหวัดยะลา. วารสารมนุษยสังคมศิลปาสาร, 8(1), 169–181. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/hsa/article/view/299288
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กระทรวงศึกษาธิการ.

Banks, J. A. (2020). An Introduction to Multicultural Education. 6th edition. Pearson.

Choudhary, S. (2025). Culturally Responsive Teaching in Physical Education. Journal of Physical Education and Multicultural Studies, 12(1), 45 - 60.

Cochran-Smith, M., Villegas, A. M., Abrams, L., Chavez-Moreno, L., Mills, T. & Stern, R. (2016). Research on Teacher Preparation: Charting the Landscape of a Sprawling Field. Journal of Teacher Education, 67(4), 247 – 260.

Darling-Hammond, L., Hyler, M. E. & Gardner, M. (2017). Effective Teacher Professional Development. Learning Policy Institute. doi: https://doi.org/10.54300/122.311

García-Castejón, G., Camerino, O., Anguera, M. T. & Castañer, M. (2022). Effects of an Intercultural Education Course on Pre-service Physical Education Teachers. European Physical Education Review, 28(3), 789 – 805.

Gay, G. (2018). Culturally Responsive Teaching: Theory, Research, and Practice. 3rd edition. Teachers College Press.

International Health Policy Program. (2021). Physical Activity Situation of Thai Children and Youth. International Health Policy Program (IHPP).

World Health Organization. (2010). Global Recommendations on Physical Activity for Health. World Health Organization (WHO).

Zhang, C. (2024). Inclusive Physical Education Curriculum in Multicultural Contexts. Asia-Pacific Journal of Health, Sport and Physical Education, 15(2), 134 – 150.