การขับเคลื่อนโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคมสู่สวัสดิการเกื้อกูลแบบบูรณาการ: กรณีศึกษาจังหวัดปัตตานี

Main Article Content

จิรัชยา เจียวก๊ก
สมฤดี สงวนแก้ว
สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการขับเคลื่อนโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคมสู่สวัสดิการเกื้อกูลในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เป็นการวิจัยและพัฒนาโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบมีส่วนร่วมในการดำเนินงานวิจัย และใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสมผสาน มีเครื่องมือในการวิจัย 1) แบบสำรวจครัวเรือนยากจน 2) แบบประเมินตามโมเดล CIPPEST 3) แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และ 4) แนวคำถามสนทนากลุ่ม โดยมีครัวเรือนยากจนตามเกณฑ์ TPMAP จำนวน 250 ครัวเรือน และผู้ให้ข้อมูลเลือกแบบเจาะจง จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงาน จำนวน 38 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา


ผลการศึกษาพบว่า 1) การขับเคลื่อนโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคมมีลักษณะเฉพาะตามบริบทท้องถิ่น ครอบคลุมบริการสังคม สังคมสงเคราะห์ ประกันสังคม และความช่วยเหลือจากเอกชนและชุมชน อย่างไรก็ตาม ยังพบช่องว่างการเข้าถึงอย่างมีนัยสำคัญ โดยแรงงานนอกระบบเข้าถึงประกันสังคมเพียง 12.4% และครัวเรือนยากจน 23% ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังพบความเหลื่อมล้ำระหว่างเขตเมืองและชนบทในด้านการศึกษาและสาธารณสุข 2) สวัสดิการในจังหวัดปัตตานีมีความหลากหลายของแหล่งช่วยเหลือ ทั้งจากรัฐ ชุมชน และองค์กรศาสนา แม้โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะครอบคลุม 78.5% แต่กว่า 60% ของผู้รับเบี้ยยังชีพระบุว่าไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ในขณะที่สวัสดิการชุมชนและศาสนายังคงเข้มแข็ง ระบบตอเฮะมีอยู่ใน 73% ของชุมชน และมัสยิด 92% จัดโครงการช่วยเหลือประจำปี 3) การขับเคลื่อนโครงข่ายมีความพยายามบูรณาการนโยบายระหว่างหน่วยงาน แต่ยังขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนและการกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียม การทดลองใช้ "เป่ยต้าเหนียนโมเดล" ในพื้นที่นำร่องสามารถเพิ่มการเข้าถึงบริการและความพึงพอใจของผู้รับบริการได้ แสดงถึงศักยภาพของโมเดลดังกล่าวในการสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ยั่งยืนในบริบทจังหวัดชายแดนใต้

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เจียวก๊ก จ., สงวนแก้ว ส., & ไหลภาภรณ์ ส. (2026). การขับเคลื่อนโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคมสู่สวัสดิการเกื้อกูลแบบบูรณาการ: กรณีศึกษาจังหวัดปัตตานี. วารสารมนุษยสังคมศิลปาสาร, 8(1), 62–79. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/hsa/article/view/298030
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ. (2564). รายงานผลการดำเนินงานด้านสวัสดิการสังคม ปี 2564. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.

จิรัชยา เจียวก๊ก และนวพล แก้วสุวรรณ. (2565). ความยากจนแรงผลักสู่การเป็นชุมชนสวัสดิการ. วารสารวิชาการเครือข่ายบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ, 12(1), 1 - 16.

จิรัชยา เจียวก๊ก. (2568). เทคนิคการพัฒนาชุมชน. ฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

ฉัตรเกษม ดาศรี. (2566). โครงข่ายการคุ้มครองทางสังคม: โอกาสและความท้าทายของไทยในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์, 18(6), 1 – 14.

ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ. (2544). โครงข่ายความปลอดภัยทางสังคม (Social Safety Net) เพื่อคนจนและคนด้อยโอกาสในสังคม. วารสารวิจัยสังคม, 24(1), 1 – 45.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น . พิมพ์ครั้งที่ 8. สุวีริยาสาส์น.

ทัศนีย์ พรหมไพจิตร. (2524). แนวทางการจัดสวัสดิการแก่ชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศึกษาเฉพาะกรณีหมู่บ้านสามยอด ตำบลโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี. [วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ. (2549). รายงานการประเมินความเสี่ยงและความเปราะบางทางสังคม: การประเมินความคุ้มครองทางสังคมในระดับองค์การและสถาบันของประเทศไทย. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.

สถาบันวิจัยสังคม. (2560). รายงานสถานการณ์สังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2560. สถาบันวิจัยสังคม.

สมพร โกมารทัต, สุชาดา ทวีสิทธิ์ และพัฒนา วรรณแสง. (2561). วิเคราะห์การคุ้มครองทางสังคมของไทยตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน. สุทธิปริทัศน์, 32(102), 211 – 222.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). รายงานการประเมินสถานการณ์ความยากจนและกระจายรายได้. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สุภางค์ จันทวานิช. (2554). การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยเชิงคุณภาพ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อับดุลเลาะ สามะ, สุไลมาน อีซอ และฟาตีเมาะ ยีหมะ. (2563). ซากาตกับสวัสดิการสังคมในชุมชนมุสลิม. ศูนย์ศึกษาอิสลาม.

Bovaird, T. (2007). Beyond Engagement and Participation – user and Community Co-production of Public Services, Public Administration Review, 67(5), 846 - 860.

Creswell, J. W. & Plano Clark, V. L. (2018). Designing and conducting mixed methods research. 3rd edition. Sage.

Ferreira, F. H. G., Prennushi, G. & Ravallion, M. (1999). Protecting the Poor from Macroeconomics Shocks: An Agenda for Action in a Crisis and Beyond. World Bank.

Goodin, R. E., Headey, B., Muffels, R. & Dirven, H. J. (1999). The Real World of Welfare Capitalism. Cambridge University Press.

Hasan, M. (2019). The Role of Religious Institutions in Social Welfare: A Case Study of Islamic Philanthropy. Journal of Social Policy, 48(3), 567 – 585.

International Labor Organization. (2017). World Social Protection Report 2017–19: Universal Social Protection to Achieve the Sustainable Development Goals. ILO.

Kemmis, S. & McTaggart, R. (2005). Participatory Action Research: Communicative Action and the Public Sphere in N. K. Denzin & Y. S. Lincoln (eds.), The Sage Handbook of Qualitative Research. 3rd edition. Sage Publications Ltd.

Lincoln, Y. S. & Guba, E. G. (1985). Naturalistic Inquiry. Sage.

Ostrom, E. (1990). Governing the Commons: The Evolution of Institutions for Collective Action. Cambridge University Press.

Paitoonpong, S., Abe, S. & Puopongsakorn, N. (2008). The Meaning of Social Safety Nets. Journal of Asian Economics, 19(5–6), 467 – 473.

Stiglitz, J. L. (1998). Toward a New Paradigm for Development Strategies, Policies and Process. UNCTAD.

United Nations. (2018). Promoting Inclusion through Social Protection: Report on the World Social Situation 2018. United Nations.

World Bank. (2015). The State of Social Safety Nets 2015. World Bank.

World Bank. (2019). Safety nets. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2568 จาก https://www.worldbank.org/

Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. 3rd edition. Harper and Row.

Yunus, M. & Jolis, A. (2003). Banker to the Poor: Micro-lending and the Battle Against World Poverty. PublicAffairs.