Publication Ethics

จริยธรรมในการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ (Publication Ethics)
วารสารภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม
 
จรรยาบรรณและจริยธรรมของผู้นิพนธ์
      1) ผู้นิพนธ์ต้องรับรองว่าผลงานที่ส่งมานั้นเป็นผลงานใหม่และไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน
      2) ผู้นิพนธ์ต้องรายงานขอเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการทำวิจัย ไม่บิดเบือนข้อมูล หรือให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ
      3) ผู้นิพนธ์ต้องอ้างอิงผลงานของผู้อื่นและผลงานของตนเอง หากมีการนำผลงานเหล่านั้นมาใช้ในผลงานของตัวเอง รวมทั้งจัดทำรายการอ้างอิงท้ายบทความให้ถูกต้องและครบถ้วนสามารถสืบค้นได้
      4) ผู้นิพนธ์ต้องรับรองว่าบทความไม่ได้คัดลอกผลงานผู้อื่น (plagiarism) โดยใช้โปรแกรมตรวจสอบที่เชื่อถือได้ เพื่อให้แน่ใจว่าบทความที่ส่งมายังวารสารไม่มีการคัดลอกผลงานของผู้อื่น โดยต้องแนบหลักฐานการตรวจสอบความคล้ายคลึงกันของผลงานเขียนทางวิชาการที่มีค่าไม่เกินร้อยละ 20 มาพร้อมกับบทความ
      5) ในกรณีที่เป็นบทความวิจัย และงานวิจัยดังกล่าวเก็บข้อมูลจากบุคคลหรือกลุ่มคนเปราะบาง (เช่น ผู้ที่มีอายุต่ำว่า 18 ปีบริบูรณ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ยากไร้ คนไร้บ้าน ผู้ต้องขัง เป็นต้น) ซึ่งอาจไม่สามารถตัดสินใจเข้าร่วมการวิจัยด้วยตนเองอย่างเป็นอิสระ หรืออาจถูกชักจูง โน้มน้าว หรือชี้นำเข้าร่วมการวิจัยด้วยความเกรงใจ ความบกพร่องในการรับรู้ ตลอดจนความด้อยในสถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจ ผู้นิพนธ์ต้องส่งหลักฐานว่างานวิจัยดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณารับรองโดยคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มาพร้อมกับบทความ
      6) ผู้นิพนธ์ต้องเขียนบทความวิจัยให้ถูกต้องตามรูปแบบที่กำหนดไว้ใน “คำแนะนำผู้นิพนธ์”
      7) ผู้นิพนธ์ที่มีชื่อปรากฏในบทความทุกคน ต้องเป็นผู้ที่มีส่วนในการดำเนินการวิจัยจริง และลงนามรับรองการเป็นผู้ร่วมนิพนธ์ทุกคนเพื่อยืนยันสถานะในการมีส่วนร่วมของผลงาน
      8) ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบว่าเนื้อหาในบทความไม่ได้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือสร้างความเสื่อมเสียให้กับบุคคล องค์กร สถาบัน ชุมชน และสังคม
 
จรรยาบรรณและจริยธรรมของบรรณาธิการวารสาร
      1) บรรณาธิการวารสารมีหน้าที่พิจารณาคุณภาพของบทความในทุกขั้นตอนเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารให้ที่เป็นที่ยอมรับในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องในระดับสากล
      2) บรรณาธิการต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้นิพนธ์ และผู้ประเมินบทความแก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องในช่วงระยะเวลาของการประเมินบทความ
      3) บรรณาธิการต้องคัดเลือกบทความมาตีพิมพ์หลังจากผ่านกระบวนการประเมินบทความแล้ว โดยพิจารณาจากความสำคัญ ความใหม่ ความชัดเจน และความสอดคล้องของเนื้อหากับนโยบายของวารสารเป็นสำคัญ
      4) บรรณาธิการต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์ ผู้ประเมิน และทีมผู้บริหาร
      5) หากตรวจพบการคัดลอกผลงานของผู้อื่น ในกระบวนการประเมินบทความ บรรณาธิการจะหยุดกระบวนการประเมิน และติดต่อผู้นิพนธ์ทันทีเพื่อขอคำชี้แจงประกอบการตอบรับหรือปฏิเสธการตีพิมพ์บทความนั้น
      6) บรรณาธิการต้องไม่ยินยอมให้ผู้นิพนธ์ถอนบทความและถอนรายชื่อออกจากการเป็นผู้นิพนธ์บทความออกจากวารสาร ภายหลังบทความถูกตีพิมพ์เผยแพร่เรียบร้อยแล้ว (Published) บนเว็บไซต์วารสาร
      7) บรรณาธิการวารสารต้องไม่ยินยอมให้ผู้นิพนธ์/ผู้ร่วมนิพนธ์บทความ แก้ไข/เปลี่ยนแปลง ชื่อเรื่อง และ/หรือ เนื้อหาในบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่แล้วบนเว็บไซต์วารสาร
      8) บรรณาธิการวารสารต้องไม่ยินยอมให้ เพิ่ม/ลด รายชื่อผู้นิพนธ์/ผู้ร่วมนิพนธ์บทความ นอกเหนือจากรายชื่อที่ได้ปรากฏในบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่แล้วบนเว็บไซต์วารสาร
      9) บรรณาธิการต้องปกปิดความลับเกี่ยวกับขั้นตอนการพิจารณาบทความและไม่ควรเปิดเผยข้อมูลใด ๆ แก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง 
      10) บรรณาธิการวารสารต้องไม่เพิกเฉยต่อข้อร้องเรียน และ/หรือ ตรวจพบบทความที่อาจเข้าข่ายผิดจริยธรรมและจรรยาบรรณ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดจริง ให้ทำการถอดบทความ (Retraction) พร้อมคลาดลายน้ำทุกหน้าตามแนวทางของ ศูนย์ TCI 
      12) บรรณาธิการวารสารต้องไม่นำบทความที่ถูกถอดถอน (Retracted article) ที่ตีพิมพ์เผยแพร่แล้วออกจากเว็บไซต์วารสารเพื่อคงความสมบูรณ์ของเลขหน้าและต้นฉบับ
      13) เมื่อบรรณาธิการได้รับผลการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิครบแล้ว ต้องตัดสินผลการประเมินด้วยความโปร่งใส ไม่เอนเอียง ไม่มีอคติ และไม่ใช้ความเห็นส่วนตัวพิจารณาว่าจะเผยแพร่บทความหรือไม่ ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงองค์ความรู้ที่ได้จากบทความ หลักฐานเชิงประจักษ์ที่สนับสนุนในเชิงวิชาการที่เชื่อถือได้มาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินบทความนั้น
            (1) เมื่อบทความส่งเข้ามาในระบบวารสาร หากกองบรรณาธิการตรวจพบว่ามีการคัดลอกบทความหรือตีพิมพ์ซ้ำหรือมีความคล้ายในสัดส่วนที่มากกับบทความอื่น เช่น คัดลอกทั้งย่อหน้า มีผลในการปฏิเสธการตีพิมพ์ในทันที หากบทความมีความคล้ายบ้าง บรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้นิพนธ์ปรับแก้ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
กรณีที่พบความคล้ายกับผลงานผู้อื่นในระหว่างการพิจารณาบทความ บรรณาธิการจะยับยั้งกระบวนการพิจารณา และขอคำอธิบายจากผู้นิพนธ์ ซึ่งหากคำอธิบายไม่มีเหตุผลที่สมควร บทความจะถูกปฏิเสธการเผยแพร่
กรณีที่พบความคล้ายภายหลังบทความได้เผยแพร่แล้ว บรรณาธิการจะดึงบทความออกจากวารสาร และประกาศในวารสารในทันทีว่าบทความถูกถอดออกจากวารสาร
            (2) บรรณาธิการกำหนดนโยบายและแนวทางในการดำเนินการในกรณีที่ผู้นิพนธ์ขอถอนบทความ รวมทั้งผู้ร่วมนิพนธ์ และมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของวารสารจากผู้นิพนธ์ ในกรณีที่ตรวจพบว่าผู้นิพนธ์ประพฤติผิดจริยธรรมการวิจัย หรือขอถอนบทความ หรือขอยกเลิกการตีพิมพ์ เพื่อส่งบทความไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางวิชาการ หรือนำไปเสนอที่ประชุมวิชาการอื่น ซึ่งบทความนั้นได้ผ่านการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ และมีการจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ทรงคุณวุฒิฯ แล้ว
            (3) ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการดำเนินการของวารสารภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม กำหนดให้บรรณาธิการเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย คำวินิจฉัยของบรรณาธิการให้ถือเป็นที่สุด
**หมายเหตุ: ในกรณีที่มีการตรวจพบว่ามีการกระทำผิดจริยธรรมไม่ว่ากรณีใด ให้บรรณาธิการมีสิทธิบอกยกเลิกหรือถอดถอนบทความได้
 
จรรยาบรรณและจริยธรรมของผู้ประเมินบทความ
      1) ผู้ประเมินบทความ ต้องรักษาความลับและไม่เปิดเผยข้อมูลบางส่วนหรือทุกส่วนของบทความที่ส่งมาเพื่อพิจารณาแก่บุคคลอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ในช่วงระยะเวลาของการประเมินบทความ 
      2) หลังจากได้รับบทความจากบรรณาธิการวารสาร และผู้ประเมินบทความตระหนักว่าตนเองอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์ เช่น เป็นผู้ร่วมโครงการหรือรู้จักผู้นิพนธ์เป็นการส่วนตัวหรือเหตุผลอื่น ๆ ทำให้ไม่สามารถให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างอิสระได้ ผู้ประเมินบทความควรแจ้งให้บรรณาธิการวารสารทราบและปฏิเสธการประเมินบทความนั้น ๆ
      3) ผู้ประเมินบทความควรประเมินบทความในสาขาวิชาที่ตนมีความเชี่ยวชาญ โดยพิจารณาความสำคัญของเนื้อหาในบทความที่จะมีต่อสาขาวิชานั้น ๆ คุณภาพของการวิเคราะห์ และความเข้มข้นของผลงาน ไม่ควรใช้ความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีข้อมูลรองรับมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินบทความ
      4) หากมีส่วนใดของบทความที่มีความเหมือนหรือซ้ำซ้อนกับผลงานเรื่องอื่น ๆ ผู้ประเมินบทความต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบโดยด่วน
 
นโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของวารสารภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม
      1) วารสารภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตระหนักถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการจัดทำผลงานทางวิชาการ อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังคงต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความสมบูรณ์ของเนื้อหาทั้งหมดในบทความ
      2) ผู้เขียนอาจใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยในการปรับปรุงภาษา การตรวจสอบไวยากรณ์ การจัดรูปแบบ หรือการสรุปข้อมูลเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้ AI ในการสร้างข้อมูล ผลการวิจัย เอกสารอ้างอิง การอ้างอิงในเนื้อหา หรือข้อค้นพบทางวิชาการที่ไม่มีแหล่งข้อมูลรองรับ
      3) ผู้เขียนต้องตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา การอ้างอิง และรายการเอกสารอ้างอิงทุกฉบับก่อนส่งบทความมายังวารสาร โดยผู้เขียนเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ AI
      4) หากกองบรรณาธิการตรวจพบข้อมูล เอกสารอ้างอิง หรือเนื้อหาที่อาจสร้างขึ้นโดย AI และไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ วารสารขอสงวนสิทธิ์ในการส่งบทความกลับเพื่อแก้ไข หรือปฏิเสธการพิจารณาบทความตามความเหมาะสม วารสารมีอำนาจเพิกถอนการเผยแพร่ (Retraction) และประกาศเหตุผลการเพิกถอนอย่างชัดเจนบนเว็บไซต์ของวารสาร
      5) กองบรรณาธิการวารสารจะไม่รับพิจารณาหรือตีพิมพ์บทความที่ใช้ AI สร้างเนื้อหาทั้งหมด หรือไม่ได้มีการควบคุมและตรวจสอบโดยมนุษย์อย่างเพียงพอ
 
นโยบายการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการคัดกรองบทความ 
      1) วารสารภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI-assisted Tools) เพื่อช่วยในการคัดกรองบทความเบื้องต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ
      2) การใช้เครื่องมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยตรวจสอบรูปแบบบทความ ความครบถ้วนของข้อมูล ความสอดคล้องของการอ้างอิงและรายการเอกสารอ้างอิง รวมถึงระบุประเด็นที่อาจต้องได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมจากกองบรรณาธิการ
ดังนั้น เครื่องมือ AI จะถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนการพิจารณาและการตัดสินใจของกองบรรณาธิการหรือผู้ทรงคุณวุฒิ โดยการตัดสินใจทุกขั้นตอนยังคงอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิของวารสาร