ผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบนั่งร้านที่มีต่อความสามารถ ในการออกแบบกิจกรรมการสอนการออกเสียงภาษาจีน ของนักศึกษาสาขาวิชาการสอนภาษาจีน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการสอนการออกเสียงภาษาจีน ของนักศึกษาสาขาวิชาการสอนภาษาจีน โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบนั่งร้าน และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาการสอนภาษาจีน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 21 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-experimental Research) แบบกลุ่มเดียววัดผลหลังเรียน (One-shot Case Study) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบนั่งร้าน 2) แบบประเมินความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการสอนการออกเสียงภาษาจีน และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (M) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
ผลการวิจัยพบว่า หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบนั่งร้าน นักศึกษามีความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการสอนการออกเสียงภาษาจีนโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (M = 21.14, SD = 0.54) และมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.83, SD= 0.49)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ยังไม่เคยลงตีพิมพ์ในวารสารใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
บทความที่ลงพิมพ์เป็นข้อคิดเห็น/แนวคิด/ทัศนคติของผู้เขียนเท่านั้น หากเกิดผลทางกฎหมายใดๆที่อาจ
เกิดขึ้นจากบทความนี้ ผู้เขียนจะเป็นผู้รับผิดชอบ และบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
เจนตา แก้วลาย. (2564). การใช้เทคนิคการสอนแบบสแคฟโฟลดิ่งพัฒนาทักษะการเขียนความเรียงภาษาอังกฤษของนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคลพระนคร. วารสารรัชต์ภาคย์, 15(43), 69–84.
หนึ่งฤทัย เขียวสวัสดิ์, วิชิต สุรัตน์เรืองชัย และปริญญา ทองสอน. (2564). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบใช้สมองเป็นฐาน (BBL) ร่วมกับกลวิธีเสริมต่อการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 23(3), 371–385.
Biggs, J., & Tang, C. (2007). Teaching for quality learning at university (3rd ed.). Open University Press.
Cai, J., & Cao, F. (2002). Error analysis of Thai students’ Chinese pronunciation. Journal of Yunnan Normal University (Teaching Chinese as a Foreign Language), (1), 45–52.
Eberhard, D. M., Simons, G. F., & Fennig, C. D. (Eds.). (2023). Ethnologue: Languages of the world (26th ed.). SIL International. https://www.ethnologue.com
Gong, Y., Lyu, B., & Gao, X. (2018). Research on teaching Chinese as a second or foreign language in and outside mainland China: A bibliometric analysis. The Asia-Pacific Education Researcher, 27(4), 277–289. https://doi.org/10.1007/s40299-018-0385-2
Hammond, J., & Gibbons, P. (2005). What is scaffolding? In A. Burns & H. de Silva Joyce (Eds.), Teachers’ voices 8: Explicitly supporting reading and writing in the classroom (pp. 8–16). National Centre for English Language Teaching and Research.
Horwitz, E. K., Horwitz, M. B., & Cope, J. (1986). Foreign language classroom anxiety. The Modern Language Journal, 70(2), 125–132. https://doi.org/10.2307/327317
Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223–231. https://doi.org/10.1002/j.2168-9830.2004.tb00809.x
Ryan, R. M., & Deci, E. L. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68–78. https://doi.org/10.1037/0003-066X.55.1.68
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.
Wood, D., Bruner, J. S., & Ross, G. (1976). The role of tutoring in problem solving. Journal of Child Psychology and Psychiatry, 17(2), 89–100. https://doi.org/10.1111/j.1469-7610.1976.tb00381.x