Content Marketing กับการสร้างความน่าเชื่อถือในบริการ Medical Tourism: กรณีศึกษาโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร CONTENT MARKETING AND CREDIBILITY IN MEDICAL TOURISM SERVICES: A CASE STUDY OF A PRIVATE HOSPITAL IN BANGKOK

Main Article Content

Ohm Sudchumphae
ดร.สิญาธร นาคพิน

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากลยุทธ์ Content Marketing ที่โรงพยาบาลเอกชนใช้ในการสื่อสารบริการ Medical Tourism 2) ศึกษาการรับรู้ ความเชื่อมั่น และพฤติกรรมการตัดสินใจของผู้ป่วยไทยและต่างชาติที่ได้รับข้อมูลจาก Content Marketing และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนากลยุทธ์ Content Marketing ที่ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของบริการ Medical Tourism ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า Content Marketing มีความสำคัญในหลายมิติ ได้แก่ 1) ด้านการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วย 2) ด้านการสร้างรายได้และความพึงพอใจของผู้ป่วย โดยเนื้อหาที่โปร่งใสและเชื่อถือได้สามารถสร้างความไว้วางใจ ความจงรักภักดี และการบอกต่อ    3) ด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมและการจ้างงาน เนื่องจาก Medical Tourism เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ การยกระดับความน่าเชื่อถือผ่านเนื้อหาที่มีคุณภาพช่วยเพิ่มจำนวนผู้ป่วยต่างชาติและขยายโอกาสทางธุรกิจ และ 4) ด้านการจัดการทรัพยากรและความยั่งยืนขององค์กร โดยการสื่อสารที่ถูกต้องและมีจริยธรรมช่วยรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางธุรกิจและมาตรฐานทางการแพทย์ โดยสรุปการใช้ Content Marketing ที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลไม่เพียงแต่สร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจในบริการ Medical Tourism เท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์องค์กรในระยะยาว

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กรมสนับสนุนบริการสุุขภาพ. (2565). แนวทางการโฆษณาและประชาสัมพันธ์สถานพยาบาล. กรุุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุุข.

กระทรวงสาธารณสุุข. (2565). รายงานยุุทธศาสตร์การผลักดันประเทศไทยสู่ Medical Hub. กรุุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุุข.

กุลธิดา ประเสริฐสุข. (2564). การใช้โซเชียลมีเดียเพื่่อสร้างความเชื่่อมั่นในบริการสุุขภาพเอกชน.วารสารการสื่่อสารสุุขภาพไทย, 8 (1), 45-60.

จัักรภััทร เครืือฟััก และ รุุจโรจน์์แก้้วอุุไร. (2564). สื่่ออินโฟกราฟิกกับการเผยแพร่ข้อมูลเพื่่อรับมือกับภาวะวิกฤติโควิด-19. วารสารศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบล

ราชธานี, 17 (1), 47-66.

ชุุติมา มณีโชติ. (2566). การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยผ่านระบบดิจิทััลและผลต่อความไว้วางใจในบริการทางการแพทย์. วารสารบริหารสาธารณสุุข, 12 (2),

-60.

ธารินทร์ สุุวรรณรักษ์. (2562). ปัจจัยผลักและปัจจัยดึงที่่มีผลต่อการเดินทางเพื่่อรับบริการทางการแพทย์ของชาวต่างชาติในประเทศไทย. วารสารสังคมศาสตร์เชิง

พฤติกรรม, 22 (1), 33-48.

นงลักษณ์ จิตต์โคตร. (2561). ความพึงพอใจของผู้ป่วยต่างชาติต่อบริการท่องเที่่ยวเชิงการแพทย์ในโรงพยาบาลไทย.วารสารสาธารณสุขและสังคม, 16 (2), 55-

เบญจมาศ ปรีชาคุณ ฤชุตา โมเหล็ก ดารารัตน์ ชููวงค์อินทร์เพ็ญพักตร์กองเมือง และ มาริษา สมบัติบููรณ์. (2563). การพยาบาลในยุคเทคโนโลยีแห่งข้อมูล.

TheJournal of Chulabhorn Royal Academy,3(1),19-39.

ปริญญา ทองสุุข. (2563). กลยุุทธ์การตลาดบริการเพื่อยกระดับการท่องเที่่ยวเชิงการแพทย์ของประเทศไทย. วารสารการจัดการและการท่องเที่่ยว, 12 (4), 99-

วนิดา สุุนทรวาทิน. (2565). แนวโน้มการท่่องเที่่ยวเชิงการแพทย์และภาพลักษณ์ประเทศไทยในตลาดสุุขภาพโลก. วารสารนโยบายและพันาสุุขภาพ, 30 (1), 73–

ศิริวรรณ วงศ์สถิตย์. (2564). การนำเสนอข้อมูลสุุขภาพที่เป็นมิตรต่อผู้รับสารและผลต่่อความร่่วมมือของผู้ป่่วย. เชียงใหม่่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่่.

สมาคมโรงพยาบาลเอกชนไทย. (2565). รายงานการประเมินประสบการณ์ผู้ป่วยและการใช้้เครื่่องมือ PREMs และ NPS. กรุุงเทพฯ: สมาคมโรงพยาบาลเอกชน

ไทย.

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมููลส่วนบุุคคล. (2565). คู่มือการคุ้มครองข้อมููลส่วนบุุคคลในสถานพยาบาล. กรุุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อ

มููลส่่วนบุุคคล.

สำนักงานเศรษฐกิจการคลััง. (2567). รายงานเศรษฐกิจบริการสุุขภาพและการท่่องเที่่ยวเชิงการแพทย์์. กรุุงเทพฯ: กระทรวงการคลัง.

แสงรวี รุ่งเรืองเสถียรและ ขวัญฟ้า ศรีปีระพันธ์. (2561).การสื่่อสารสุขภุาพการแพทย์แบบองค์รวมของศูนย์ธรรมชาติ บำบัดบัลวีเวียงพิงค์์ จังหวัดเชียงใหม่่. CRRU

Journal of Communication Chiangrai Rajabhat University, 1 (1), 1-29.

American Health Information Management Association. (2020). Health information management: Principles and practices. Illinois:

AHIMA Press.

Bambauer-Sachse, S., and Mangold, S. (2011). Brand equity dilution through negative online word- of-mouth communication. Journal of

Retailing and Consumer Services, 18 (1), 38-45.

Connell, J. (2013). Contemporary medical tourism: Conceptualization,cultureand commodification.Tourism Management, 34, 1-13.

Doyle, C. (2013). A systematic review of evidence on the links between patient experience and clinical safety and effectiveness. BMJ

Open, 3 (1), 1-18.

Felix, R., Rauschnabel, P. A., and Hinsch, C. (2017). Elements of strategic social media marketing: A holistic framework. Journal of

Business Research, 70, 118-126.

Holliman, G., and Rowley, J. (2014). Business to business digital content marketing: Marketers’ perceptionsof best practice. Journal

ofResearch in Interactive Marketing,8(4),269-293.

Hsiao, C., and Hing, E. (2014). Use and characteristics of electronic health record systems among office-based physician practices.

National Health Statistics Reports, 75, 1-18.

Kotler, P., Kartajaya, H., and Setiawan, I. (2021). Marketing 5.0: Technology for humanity. Wiley. Lipschultz, J. H. (2020). Social media

communication: Concepts, practices, data, law and ethics. London: Routledge.

Lund, B. D. (2020). Video marketing in healthcare: A review and research agenda. Journal of Marketing Communications, 26 (7), 715-

Noree, T., Hanefeld, J., and Smith, R. (2016). Medical tourism in Thailand: A cross-sectional study.Bulletin of the World Health

Organization, 94 (1), 30-36. https://doi.org/10.2471/BLT .14.152165.

Pulizzi, J. (2014). Epic content marketing: How to tell a different story, break through the clutter, and win more customers by marketing

less. New York: McGraw-Hill Educatio