กระบวนการนิเทศโดยใช้วงจรเดมมิ่งผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของโรงเรียนแกนนำระดับประถมศึกษา ที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย (เวทคณิต) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 2

Main Article Content

Panwana Patthanaudomsinka

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของโรงเรียนแกนนำระดับประถมศึกษา 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของโรงเรียนแกนนำระดับประถมศึกษาก่อนและหลังการใช้เทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย (เวทคณิต) 3) ศึกษาความคิดเห็นของครูผู้สอนคณิตศาสตร์โรงเรียนแกนนำระดับประถมศึกษาที่มีต่อกระบวนการนิเทศโดยใช้วงจรเดมมิ่งผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และ      4) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนโรงเรียนแกนนำระดับประถมศึกษาที่มีต่อการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์       ที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย (เวทคณิต) การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองโดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบแผนกลุ่มเดียวทดสอบก่อนหลัง ประชากรที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ครูวิทยากรแกนนำการจัดการเรียนการสอนเทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย (เวทคณิต) จำนวน 5 คน กลุ่มที่ 2 ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5 จำนวน 2 คน และกลุ่มที่ 3 นักเรียนของโรงเรียนแกนนำระดับประถมศึกษา จำนวน 31 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ประกอบไปด้วย การวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ        การวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) และการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียน โดยหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการวิจัยพบว่า


  1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5 ของโรงเรียนแกนนำระดับประถมศึกษา สาระจำนวนและการดำเนินการ การวัด เรขาคณิต พีชคณิต และการวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นทุกรายสาระ

  2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้เทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย (เวทคณิต) แตกต่างกัน โดยร้อยละของผลต่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของคะแนนเฉลี่ยหลังการใช้เทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย         (เวทคณิต) สูงกว่าร้อยละของผลต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของคะแนนเฉลี่ยก่อนการใช้เทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย (เวทคณิต)

  3. ความคิดเห็นของครูผู้สอนคณิตศาสตร์โรงเรียนแกนนำระดับประถมศึกษาที่มีต่อกระบวนการนิเทศ โดยใช้วงจรเดมมิ่งผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก

  4. ความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการเรียนการสอน โดยภาพรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านประโยชน์ที่ได้รับและด้านการจัดกิจกรรม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนด้านบรรยากาศการเรียนรู้ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชูชาติ พ่วงสมจิตต์. (2560). ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพและแนวทางการนำมาใช้ในสถานศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ, 10 (1), 37.
นิจวรรณ วีรวัฒโนดม และนงนภัทร รุ่งเนย. (2558). การดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาตามวงจรเดมมิ่ง เพื่อผลลัพธ์ตามเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษา. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 26(1), 86.
เรวณี ชัยเชาวรัตน์. (2556). กระบวนการเสริมสร้างความสามารถในการออกแบบการเรียนการสอนของนักศึกษาปฏิบัติการวิชาชีพครูตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ: การวิจัยกรณีศึกษา. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัชรา เล่าเรียนดี. (2548). การนิเทศการสอน. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วิกิพีเดีย. (2561). PDCA. ค้นเมื่อ เมษายน 23, 2561, จาก https://th.wikipedia.org/wiki/PDCA.
วีรพล บดีรัฐ. (2543). PDCA วงจรสู่ความสำเร็จ. กรุงเทพฯ: ประชาชน.
วรลักษณ์ ชูกำเนิด และคณะ. (2557). รูปแบบชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูสู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 บริบทโรงเรียนในประเทศไทย. วารสารหาดใหญ่วิชาการ, 12(2), 127-131.
สุภาภรณ์ ผู้ผึ้ง. (2558). กระบวนการและแนวทางในการพัฒนาโครงการครูพันธุ์บึง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 2. (2560). รายงานการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา ข้อสอบมาตรฐานกลาง ปีการศึกษา 2559. กาญจนบุรี: เอกสารกลุ่มนิเทศ ลำดับที่ 3/2560.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). รายงานการวิจัยแนวโน้มภาพในอนาคตการศึกษาและ
การเรียนรู้ของไทยในปี พ.ศ.2573. นนทบุรี: 21 เซ็นจูรี่.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). เทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย (เวทคณิต). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
อนุสรา สุวรรณวงศ์. (2559). กลยุทธ์การบริหารเพื่อเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับครูโรงเรียนเอกชน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อาภาภรณ์ นันทัชพรพงศ์ และคณะ. (2544). ผลการใช้แบบฝึกทักษะการคิดคำนวณตามแนวเวทคณิต เรื่อง การบวกและการลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
Acheson, A. K., and Gall, D.M. (2003). Clinical supervision and teacher development preservice and inservice Applications. New Jersey: John Wiley & Sons.
DuFour, R. (2004). What is professional learning community?. Schools as learning communities, 8(61), 6-11.
Glickman, D. C. (1990). Supervision of instruction: A Developmental approach (2nd ed.). Massachusetts: Allyn and Bacon.
Herzberg, F. (1988). The Motivation of work. New York: John Wiley & Sons.
Hord, S. M., Roussin, J. L., and Sommers, W. A. (2010). Guiding professional learning communities: Inspiration, challenge, surprise, and meaning. California: Corwin.
McGregor, D. (1960). The Human side of enterprise. New York: McGraw–Hill.
Vescio, V., Ross, D., and Adams, A. (2008). A review of research on the impact of professional learning ommunities on teaching practice and student learning. Teaching and Teacher Education, 24(2), 80–91.