Content Marketing กับการสร้างความน่าเชื่อถือในบริการ Medical Tourism: กรณีศึกษาโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร CONTENT MARKETING AND CREDIBILITY IN MEDICAL TOURISM SERVICES: A CASE STUDY OF A PRIVATE HOSPITAL IN BANGKOK
Main Article Content
Abstract
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) ได้กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีศักยภาพทั้งด้านบุคลากรทางการแพทย์ เทคโนโลยี และมาตรฐานการรักษาที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้ป่วยทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อให้เกิดการตัดสินใจเลือกใช้บริการอย่างมั่นใจ Content Marketing จึงถูกนำมาใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการสื่อสาร โดยเนื้อหาที่มีคุณภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ไม่เพียงช่วยสร้างภาพลักษณ์องค์กรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ยังมีบทบาทในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบริการทางการแพทย์ ส่งเสริมความพึงพอใจ ความจงรักภักดี และการบอกต่อของผู้ป่วย อีกทั้งยังช่วยขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มรายได้ และสนับสนุนการจ้างงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า Content Marketing มีความสำคัญในหลายมิติ ได้แก่ การตลาดและภาพลักษณ์องค์กร การสร้างรายได้และความพึงพอใจของผู้ป่วย การส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการจัดการทรัพยากรเพื่อความยั่งยืนขององค์กร โดยการสื่อสารที่มีจริยธรรมและความถูกต้องสามารถรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางธุรกิจและมาตรฐานทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม กล่าวโดยสรุป การใช้ Content Marketing อย่างมีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจในบริการ Medical Tourism ของโรงพยาบาลเอกชน แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์องค์กรในระยะยาว
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
References
กรมสนับสนุนบริการสุุขภาพ. (2565). แนวทางการโฆษณาและประชาสัมพันธ์สถานพยาบาล. กรุุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุุข.
กระทรวงสาธารณสุุข. (2565). รายงานยุุทธศาสตร์การผลักดันประเทศไทยสู่ Medical Hub. กรุุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุุข.
กุลธิดา ประเสริฐสุข. (2564). การใช้โซเชียลมีเดียเพื่่อสร้างความเชื่่อมั่นในบริการสุุขภาพเอกชน.วารสารการสื่่อสารสุุขภาพไทย, 8 (1), 45-60.
จัักรภััทร เครืือฟััก และ รุุจโรจน์์แก้้วอุุไร. (2564). สื่่ออินโฟกราฟิกกับการเผยแพร่ข้อมูลเพื่่อรับมือกับภาวะวิกฤติโควิด-19. วารสารศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบล
ราชธานี, 17 (1), 47-66.
ชุุติมา มณีโชติ. (2566). การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยผ่านระบบดิจิทััลและผลต่อความไว้วางใจในบริการทางการแพทย์. วารสารบริหารสาธารณสุุข, 12 (2),
-60.
ธารินทร์ สุุวรรณรักษ์. (2562). ปัจจัยผลักและปัจจัยดึงที่่มีผลต่อการเดินทางเพื่่อรับบริการทางการแพทย์ของชาวต่างชาติในประเทศไทย. วารสารสังคมศาสตร์เชิง
พฤติกรรม, 22 (1), 33-48.
นงลักษณ์ จิตต์โคตร. (2561). ความพึงพอใจของผู้ป่วยต่างชาติต่อบริการท่องเที่่ยวเชิงการแพทย์ในโรงพยาบาลไทย.วารสารสาธารณสุขและสังคม, 16 (2), 55-
เบญจมาศ ปรีชาคุณ ฤชุตา โมเหล็ก ดารารัตน์ ชููวงค์อินทร์เพ็ญพักตร์กองเมือง และ มาริษา สมบัติบููรณ์. (2563). การพยาบาลในยุคเทคโนโลยีแห่งข้อมูล.
TheJournal of Chulabhorn Royal Academy,3(1),19-39.
ปริญญา ทองสุุข. (2563). กลยุุทธ์การตลาดบริการเพื่อยกระดับการท่องเที่่ยวเชิงการแพทย์ของประเทศไทย. วารสารการจัดการและการท่องเที่่ยว, 12 (4), 99-
วนิดา สุุนทรวาทิน. (2565). แนวโน้มการท่่องเที่่ยวเชิงการแพทย์และภาพลักษณ์ประเทศไทยในตลาดสุุขภาพโลก. วารสารนโยบายและพันาสุุขภาพ, 30 (1), 73–
ศิริวรรณ วงศ์สถิตย์. (2564). การนำเสนอข้อมูลสุุขภาพที่เป็นมิตรต่อผู้รับสารและผลต่่อความร่่วมมือของผู้ป่่วย. เชียงใหม่่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่่.
สมาคมโรงพยาบาลเอกชนไทย. (2565). รายงานการประเมินประสบการณ์ผู้ป่วยและการใช้้เครื่่องมือ PREMs และ NPS. กรุุงเทพฯ: สมาคมโรงพยาบาลเอกชน
ไทย.
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมููลส่วนบุุคคล. (2565). คู่มือการคุ้มครองข้อมููลส่วนบุุคคลในสถานพยาบาล. กรุุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อ
มููลส่่วนบุุคคล.
สำนักงานเศรษฐกิจการคลััง. (2567). รายงานเศรษฐกิจบริการสุุขภาพและการท่่องเที่่ยวเชิงการแพทย์์. กรุุงเทพฯ: กระทรวงการคลัง.
แสงรวี รุ่งเรืองเสถียรและ ขวัญฟ้า ศรีปีระพันธ์. (2561).การสื่่อสารสุขภุาพการแพทย์แบบองค์รวมของศูนย์ธรรมชาติ บำบัดบัลวีเวียงพิงค์์ จังหวัดเชียงใหม่่. CRRU
Journal of Communication Chiangrai Rajabhat University, 1 (1), 1-29.
American Health Information Management Association. (2020). Health information management: Principles and practices. Illinois:
AHIMA Press.
Bambauer-Sachse, S., and Mangold, S. (2011). Brand equity dilution through negative online word- of-mouth communication. Journal of
Retailing and Consumer Services, 18 (1), 38-45.
Connell, J. (2013). Contemporary medical tourism: Conceptualization,cultureand commodification.Tourism Management, 34, 1-13.
Doyle, C. (2013). A systematic review of evidence on the links between patient experience and clinical safety and effectiveness. BMJ
Open, 3 (1), 1-18.
Felix, R., Rauschnabel, P. A., and Hinsch, C. (2017). Elements of strategic social media marketing: A holistic framework. Journal of
Business Research, 70, 118-126.
Holliman, G., and Rowley, J. (2014). Business to business digital content marketing: Marketers’ perceptionsof best practice. Journal
ofResearch in Interactive Marketing,8(4),269-293.
Hsiao, C., and Hing, E. (2014). Use and characteristics of electronic health record systems among office-based physician practices.
National Health Statistics Reports, 75, 1-18.
Kotler, P., Kartajaya, H., and Setiawan, I. (2021). Marketing 5.0: Technology for humanity. Wiley. Lipschultz, J. H. (2020). Social media
communication: Concepts, practices, data, law and ethics. London: Routledge.
Lund, B. D. (2020). Video marketing in healthcare: A review and research agenda. Journal of Marketing Communications, 26 (7), 715-
Noree, T., Hanefeld, J., and Smith, R. (2016). Medical tourism in Thailand: A cross-sectional study.Bulletin of the World Health
Organization, 94 (1), 30-36. https://doi.org/10.2471/BLT .14.152165.
Pulizzi, J. (2014). Epic content marketing: How to tell a different story, break through the clutter, and win more customers by marketing
less. New York: McGraw-Hill Educatio