แนวทางการบริหารแหล่งการเรียนรู้ตามหลักสัปปายะ 4 ของครูโรงเรียนเครือข่ายคลองท่อมร่วมใจ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารแหล่งการเรียนรู้ของครูโรงเรียนเครือข่ายคลองท่อมร่วมใจ 2) เพื่อศึกษาวิธีการบริหารแหล่งการเรียนรู้ตามหลักสัปปายะ 4 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการบริหารแหล่งการเรียนรู้ตามหลักสัปปายะ 4 ของครูโรงเรียนเครือข่ายคลองท่อมร่วมใจ เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามประชากรทั้งหมดในการวิจัยที่เป็นประชากรครูโรงเรียนเครือข่ายคลองท่อมร่วมใจ จำนวน 104 คน วิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารแหล่งการเรียนรู้ของครูในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก 2) วิธีการบริหารแหล่งเรียนรู้ตามหลักสัปปายะ 4 ของโรงเรียนเครือข่ายคลองท่อมร่วมใจ มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาทั้งครูและนักเรียน โดยสรุปได้ 3 มิติหลัก ดังนี้ (1) เรียนรู้อย่างมีความสุข จัดพื้นที่ให้ปลอดภัย เป็นมิตร มีผู้นำทางคุณธรรมและสอดแทรกธรรมะในกิจกรรม (2) ใช้แหล่งเรียนรู้หลากหลาย บูรณาการความรู้จากห้องสมุด ชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น (3) ยกระดับผลสัมฤทธิ์ การจัดการที่หลากหลายทำให้ครูเกิดความพึงพอใจ ส่งผลโดยตรงให้ผู้เรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้น เกิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงกับท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม และ 3) แนวทางการบริหารแหล่งการเรียนรู้ตามหลักสัปปายะ 4 ของครูโรงเรียนเครือข่ายคลองท่อมร่วมใจ มีดังนี้ (1) ด้านการเรียนรู้อย่างมีความสุข ควรจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้ปลอดภัย สะอาด สงบ และกิจกรรมแฝงธรรมะในเนื้อหาเรียนรู้สร้างความสัมพันธ์กับบุคคลต้นแบบที่มีคุณธรรม เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและแบบอย่างในการเรียนรู้อย่างมีความสุข (2) ด้านการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ผู้บริหารควรจัดกิจกรรมลงมือปฏิบัติในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสงบ เช่น การทดลองหรือโครงงานในพื้นที่เรียนรู้ที่สร้างสรรค์ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกับบุคคลต้นแบบเพื่อพัฒนาทั้งกาย ใจและปัญญาอย่างสมดุล (3) ด้านการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ควรส่งเสริมการเรียนรู้จากแหล่งหลากหลาย ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสงบตามหลักอาวาสสัปปายะและคัดเลือกเนื้อหาที่มีคุณธรรมและมีประโยชน์ พร้อมสร้างเครือข่ายกับบุคคลต้นแบบและจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพกายใจอย่างเหมาะสม และ 3) แนวทางการบริหารแหล่งการเรียนรู้ตามหลักสัปปายะ 4 ของโรงเรียนเครือข่ายคลองท่อมร่วมใจ ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ดังนี้ (1) ด้านการเรียนรู้อย่างมีความสุข เน้นการจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย สะอาด และสงบ โดยสอดแทรกธรรมะเข้าไปในกิจกรรมการเรียนรู้ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับบุคคลต้นแบบที่มีคุณธรรมเพื่อเป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจ (2) ด้านการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติในพื้นที่ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ร่วมกับบุคคลต้นแบบ เพื่อการพัฒนาที่สมดุลทั้งกาย ใจ และปัญญา (3) ด้านการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ส่งเสริมการใช้แหล่งข้อมูลที่หลากหลายภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กมลพร ภูมิพลับ. (2564). แนวทางการบริหารแหล่งเรียนรู้เพื่อการศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ปิลันธ์ ปาวิชัย, สถิรพรเชาวน์ชัย, ทัศนะ ศรีปัตตา และฉลอง ชาตรูประชีวิน. (2567). รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(10), 270-286.
พระโกศล เขมรโต. การประยุกต์ใช้หลักสัปปายะ 4 ในการพัฒนาชุมชนสร้างสุขของชุมชนบ้านหนองหรั่งตำบลบางรูป อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช. Journal of Buddhist Anthropology, 8(1), 59-70.
พระครูนันทสารกิจ (จิรัฏฐ์ อานนฺโท). (2566). การประยุกต์ใช้หลักสัปปายะ 4 ในการบริหารจัดการวัดของเจ้าอาวาสในเขตอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูนิรมิตสังฆกิจ, พระศรีสมโพธิ และศิริโรจน์ นามเสนา. (2567). การพัฒนาวัดตามหลักสัปปายะเพื่อเป็นศูนย์การสอนวิปัสสนากรรมฐาน. วารสารวิจัยวิชาการ, 7(5), 1-2.
พระครูวิโรจน์เขมคุณ (ไพโรจน์ เขมจิตฺโต). (2563). รูปแบบการบริหารสำนักปฏิบัติธรรมตามหลักสัปปายะ 4 ในจังหวัดสิงห์บุรี. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 5(5), 12-14.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2554). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. พิมพ์ครั้งที่ 17. กรุงเทพมหานคร: สนิทตันติวัฒน์พานิช.
รุ่งชัชดาพร เวหะชาติ. (2556). การบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขันพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยทักษิณ.
โรงเรียนคลองท่อม. (2568). บริบทโรงเรียนอนุบาลคลองท่อม. แหล่งที่มา https://school. obec.go.th/index_view_history.php?School_ID=vision สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2568.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2544). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
อาทิตย์ ซาวคํา และ คณะ. (2567). แนวทางการจัดการเรียนรู้แนวใหม่กับการส่งเสริมความสุขในการเรียนรู้วารสารครุศาสตร์ราชภัฏเชียงใหม่. Chiang Mai Rajabhat Education Journa, 4(1), 1-2.
Conbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Likert, R. (1967). Management styles and the human component. New York: Amacom.