แนวทางการพัฒนาการคิดเชิงออกแบบของครูตามหลักอินทรีย์ 5 ในกลุ่มโรงเรียนสหวิทยาเขตบูรพา จังหวัดสระบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการคิดเชิงออกแบบของครูในกลุ่มโรงเรียนสหวิทยาเขตบูรพา 2) เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนาการคิดเชิงออกแบบของครูตามหลักอินทรีย์ 5 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาการคิดเชิงออกแบบของครูตามหลักอินทรีย์ 5 ในกลุ่มโรงเรียนสหวิทยาเขตบูรพา จังหวัดสระบุรี เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามประชากรทั้งหมดในการวิจัยที่เป็นครู จำนวน 123 คน วิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน จำนวน 13 คน วิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) การคิดเชิงออกแบบของครูในกลุ่มโรงเรียนสหวิทยาเขตบูรพา จังหวัดสระบุรี มีสภาพปัจจุบันในภาพรวมอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อเรียงลำดับความต้องการความจำเป็น เรียงลำดับของความต้องการจำเป็น อันดับที่ 1 คือ การสร้างต้นแบบ อันดับที่ 2 การระดมความคิด อันดับที่ 3 การทดสอบ อันดับที่ 4 การกำหนดปัญหาให้ชัดเจน อันดับที่ 5 การเข้าใจปัญหา 2) วิธีการพัฒนาการคิดเชิงออกแบบของครูในกลุ่มโรงเรียนสหวิทยาเขตบูรพา จังหวัดสระบุรี โดยบูรณาการร่วมกับหลักอินทรีย์ 5 กระบวนการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การประเมินปัญหาของผู้เรียน การกำหนดปัญหาเพื่อออกแบบสื่อ การแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกับเพื่อนครู การสร้างสื่อต้นแบบ และการทดสอบสื่อก่อนนำไปใช้งานจริง ผลลัพธ์จากแนวทางนี้คือการประดิษฐ์สื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนได้อย่างตรงจุด ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพควบคู่ไปกับคุณธรรมอย่างยั่งยืน และ 3) แนวทางการพัฒนาการคิดเชิงออกแบบของครูตามหลักอินทรีย์ 5 ในกลุ่มโรงเรียนสหวิทยาเขตบูรพา จังหวัดสระบุรี มีกระบวนการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การใช้เครื่องมือประเมินผลที่หลากหลาย การขับเคลื่อนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) อย่างต่อเนื่อง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามกลุ่มสาระวิชา และการเสริมสร้างทักษะเทคโนโลยีเพื่อผลิตสื่อ กระบวนการดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการทดสอบสื่อการเรียนรู้กับกลุ่มนำร่องตามวงจรคุณภาพ (PDCA) ควบคู่กับการรับการนิเทศภายใน เป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองบริบทของผู้เรียน นำไปสู่การยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน โดยบูรณาการหลักธรรมอินทรีย์ 5 ประกอบด้วย ศรัทธา ความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา เป็นฐานรากสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
ชญาภรณ์ เอกธรรมสุทธิ์. (2562). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดการสะท้อนคิด การปฏิบัติเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างนวัตกรรมการพยาบาลของนักศึกษาพยาบาล. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัชกวิตา แดงสว่าง. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการใฝ่เรียนรู้โดยการจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะ (7Es) ร่วมกับเกมมิฟิเคชัน ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
นุชจรี กิจวรรณ. (2561). กระบวนการคิดเชิงออกแบบ: มุมมองใหม่ของระบบสุขภาพไทย. วารสารสภาการพยาบาล, 33(1), 5-14.
ไปรมา อิศรเสนา ณ อยุธยา และชูจิต ตรีรัตนพันธ์. (2562). Design Thinking: Learning by Doing การคิดเชิงออกแบบ: เรียนรู้ด้วยการลงมือทำ. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ.
อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ. (2568). กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) การคิดแห่งอนาคต. แหล่งที่มา https://www.edbathai.com/Main2/แผนกวิชาการระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน/86-บทความการศึกษา/320-design-thinking-กระบวนการคิดเชิงออกแบบ. สืบค้นเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2568.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2551). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระอธิการธรรมวิโรจน์ สุริโย (พลสัสดี). (2564). การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมตามหลักไตรสิกขาโรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มะยุรีย์ พิทยาเสนีย์. (2564). การคิดเชิงออกแบบ: ครูนวัตกรวิถีใหม่. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 10(2), 190-199.
ศศิมา สุขสว่าง. (2568). Design Thinking คืออะไร. แหล่งที่มา https://www.sasimasuk .com/16886644/design-thinking.com สืบค้นเมื่อ 1 มกราคม 2568.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.แหล่งที่มา http://academic.obec.go.th /images/document /1559878925_d_1.pdf สืบค้นเมื่อ 24 เมษายน 2568.
Brown T. (2008). Change by Design. New York: Harper Collin.
Krippendorff, K. (2006). The Semantic Turn A New Foundation for Design. UK: Taylor & Francis Group.