การบริหารจัดการห้องเรียนพิเศษตามหลักอิทธิบาท 4 ของโรงเรียนในสหวิทยาเขตสองทะเล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารจัดการห้องเรียนพิเศษ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการห้องเรียนพิเศษตามหลักอิทธิบาท 4 3) เพื่อนำเสนอและประเมินแนวทางการบริหารจัดการห้องเรียนพิเศษตามหลักอิทธิบาท 4 การวิจัยเป็นการวิจัยแบบเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพการบริหารจัดการห้องเรียนพิเศษ โดยสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 15 คน ระยะที่ 2 การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการห้องเรียนพิเศษตามหลักอิทธิบาท 4 โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เพื่อร่างแนวทางการบริหาร และระยะที่ 3 การนำเสนอและประเมินแนวทางจากผู้ทรงคุณวุฒิ 7 รูป/คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สถานศึกษามีการดำเนินงานส่วนใหญ่เป็นไปอย่างเป็นระบบ ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนทั้งด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ การขาดแคลนครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง งบประมาณสนับสนุนที่ไม่เพียงพอ ภาระงานของครูที่สูง ทรัพยากรและเทคโนโลยีที่จำกัด รวมถึงความไม่ต่อเนื่องของการดำเนินงานเครือข่ายความร่วมมือ 2) แนวทางการบริหารจัดการห้องเรียนพิเศษตามหลักอิทธิบาท 4 มีแนวทางการดำเนินงาน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ (1) การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและนักเรียน (2) การจัดหลักสูตรที่เป็นความสามารถพิเศษ (3) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้และกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนของครู (4) การใช้สื่อและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ และ (5) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการบริหารงานห้องเรียนพิเศษของสถานศึกษา 3) ผลการประเมินแนวทางพบว่าผู้ทรงคุณวุฒิเห็นว่าแนวทางมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ มีความเป็นประโยชน์ และสามารถนำไปใช้ได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กบินทร์ เตชวงศ์. (2560). แนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศในการบริหารห้องเรียนพิเศษ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
กลุ่มขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง กระทรวงศึกษาธิการ. (2561) คู่มือการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) ของกระทรวงศึกษาธิการ. แหล่งที่มา https://shorturl.asia/5G0I6. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2567.
เกวลิน ไชยสวัสดิ์. (2559). การวิเคราะห์องค์ประกอบและตัวบ่งชี้คุณภาพการจัดการศึกษา ห้องเรียนพิเศษโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ (SME) ของโรงเรียนมัธยมศึกษา. ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
คำมะณี บริศร. (2563). การใช้หลักอิทธิบาท 4 เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนของนักเรียนโรงเรียนหนองสองห้องวิทยา อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น. Journal of Buddhist Education and Research, 6(1), 121-130.
จารุภูมิ กุลทอง และชมแข พงษ์เจริญ. (2567). การบริหารจัดการโครงการห้องเรียนพิเศษของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 7(6), 362-377.
ปริยาภรณ์ ตั้งคุณานันต์. (2558). การจัดการห้องเรียนและแหล่งเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: มีนเซอร์วิสซัพพลาย.
ลัดดา เจียมจูไร. (2567). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่จัดการสอนห้องเรียนพิเศษอย่างมีประสิทธิผลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 6(3), 318-333.
วิชัย วงษ์ใหญ่. (2550). เด็กที่มีความสามารถพิเศษ สารานุกรมวิชาชีพครู เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.
ศิริพงษ์ ศิริชัยวัฒนกุล. (2567). รูปแบบการพัฒนาการจัดการศึกษาห้องเรียนพิเศษของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์. Interdisciplinary Academic and Research Journa, 4(5), 511-512.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566-2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แหล่งที่มา https://shorturl.asia/vQqcO. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2567.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพมหานคร. พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มวิจัยและพัฒนานโยบาย กระทรวงศึกษาธิการ. (2565). คู่มือแนวทางการเปิดห้องเรียนพิเศษในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2565. แหล่งที่มา https://drive.google.com/file/d/1gqXWccBB0a1j0qgTXy-YOcy4yFT2y0Zq/view สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2567.
สิทธา เสาร์แดน. (2562). แนวทางการบริหารโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 จังหวัดนนทบุรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 9(2), 93-103.
สิริกานต์ ทิพย์ภักดี และทวีศิลป์ กุลนภาดล. (2565). การบริหารจัดการห้องเรียนพิเศษในโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของจังหวัดอ่างทอง. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 19(36), 39-51.
อดิศักดิ์ คชรินทร์. (2567). แนวทางการบริหารงานวิชาการของหองเรียนพิเศษตามหลักทุติยปาปณิกธรรมของโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดสระบุรี. วารสารครุศาสตรปริทรรศน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยบาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 11(3), 542-543.
อนุรัตน์ ขำจันทร์ และสถิรพร เชาวน์ชัย. (2565). องค์ประกอบการบริหารงานวิชาการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ โรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดสุโขทัย. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(6), 262-272.
อัฑฒ์พงศ์ ศรีทะวงค์. (2563). การบริหารสถานศึกษาตามหลักอิทธิบาท 4 ในสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดขอนแก่น. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, 7(1), 147-157.