แนวทางส่งเสริมการจัดกิจกรรมคุณธรรมด้านความขยันตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับนักเรียนประถมศึกษา กลุ่มโรงเรียนท่าเรือพัฒนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมด้านความขยัน 2) เพื่อศึกษาวิธีการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมด้านความขยันตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับผู้เรียนประถมศึกษา และ 3) เพื่อเสนอแนวทางส่งเสริมการจัดกิจกรรมคุณธรรมด้านความขยันตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับผู้เรียนประถมศึกษากลุ่มโรงเรียนท่าเรือพัฒนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี โดยการใช้แบบสอบถามประชากรทั้งหมด จำนวน 76 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 ท่าน ด้วยแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมด้านความขยัน สำหรับผู้เรียนประถมศึกษา กลุ่มโรงเรียนท่าเรือพัฒนา โดยภาพรวมและทุกด้านอยู่ในระดับมาก 2) วิธีการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมด้านความขยันตามหลักอิทธิบาท 4 (1) ฉันทะ (ความพอใจ) สร้างแรงบันดาลใจผ่านการตั้งเป้าหมายรายบุคคล เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรักในสิ่งที่ทำและภูมิใจเมื่อทำสำเร็จ (2) วิริยะ (ความเพียร) ฝึกความอดทนและรับผิดชอบผ่าน การทำโครงงานหรืองานกลุ่ม เพื่อให้ผู้เรียนทุ่มเทและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค (3) จิตตะ (ความตั้งใจ) ปลูกฝังวินัยและความจดจ่อผ่าน กิจวัตรประจำวัน เช่น การส่งงานตรงเวลา และการสะท้อนตนเอง เพื่อให้มีสมาธิกับงาน (4) วิมังสา (การไตร่ตรอง) พัฒนากระบวนการคิดผ่าน กิจกรรมวิเคราะห์ปัญหา เพื่อให้รู้จักใช้เหตุผล พิจารณาหาคำตอบที่เหมาะสม และเกิดความคิดสร้างสรรค์ และ 3) แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมความขยันด้านความอดทนและการทำงานเป็นทีมตามหลักอิทธิบาท 4 ประกอบด้วย (1) ฉันทะ (สร้างใจรัก) ผู้บริหารและครูกระตุ้นให้ผู้เรียน ตั้งเป้าหมายรายบุคคลและกลุ่มเพื่อสร้างแรงจูงใจภายใน ให้เกิดความรักและความภูมิใจในงานที่ทำร่วมกัน (2) วิริยะ (สร้างความเพียร) จัดกิจกรรมที่เน้นการเผชิญอุปสรรค เพื่อฝึกความอดทนต่อแรงกดดัน โดยมีครูเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้ผู้เรียนกล้าแก้ปัญหาด้วยตนเอง (3) จิตตะ (สร้างความจดจ่อ) ฝึกความรับผิดชอบผ่านการแบ่งหน้าที่ในทีม และใช้การสะท้อนผล เพื่อให้เห็นความสำคัญของสมาธิและวินัยในการทำงานส่วนตนที่ส่งผลต่อส่วนรวม (4) วิมังสา (สร้างกระบวนการคิด) ใช้กิจกรรมกลุ่มที่เน้นการวิเคราะห์และประเมินผล เพื่อให้ทีมร่วมกันตรวจสอบข้อบกพร่อง และนำมาปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงวัฒนธรรม. (2562). คู่มือการดำเนินงานเสริมสร้างศีลธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ แห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์เดอะบุคส์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2567) ปฏิรูปการศึกษา 8 คุณธรรมพื้นฐาน. แหล่งที่มา http://www. moe.go.th สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2567.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต). (2556). บารมี 10 ประการ: ธรรมะสำหรับผู้มุ่งความก้าวหน้าและความสำเร็จในชีวิต. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต). (2549). พุทธธรรม ฉบับปรับปรุงและขยายความ. พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพมหานคร: สหธรรมิก.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2564). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 43. กรุงเทพมหานคร: สนิทตันติวัฒน์พานิช.
พระมหาเอกชัย วิสุทฺโธ. (2562). การจัดการเรียนรู้ตามหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนานักเรียนด้านความรับผิดชอบในการเรียนสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย. วิทยานิพนธ์
ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ภัสสรมณฑน์ ศิริดาราภัทรากุล. (2565). แนวทางการพัฒนาศักยภาพนักเรียนในยุคดิจิทัลตามหลักอิทธิบาท 4 ของโรงเรียนขยายโอกาส อำเภอผักไห่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
รสสุคนธ์ พูลพิพัฒน์. (2564). แนวทางการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม.
สมพร อินทรพาเพียร. (2560). การปรับใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่.
สุวัฒน์ กอไพศาล. (2565).ปัญหาคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษา. แหล่งที่มา https:// www.gotoknow.org/posts/256382 สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2567.
Berkowitz and Bier. (2005). What works in character education: A research-driven guide for educators Washington. DC: Character Education Partnership.
Lickona, T. (1991). Educating for Character: How Our Schools Can Teach Respect and Responsibility. Bantam Books.
Robert J. Vallerand. (2009). Handbook of Individual Differences in Social Behavior. New York: The Guilford Press.