แนวทางการพัฒนาครูยุคดิจิทัลตามหลักภาวนา 4 ของโรงเรียนเฉพาะความพิการ ประเภทบกพร่องทางสติปัญญา สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการพัฒนาครูยุคดิจิทัล 2) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาครูยุคดิจิทัล และ 3) เพื่อประเมินแนวทางการพัฒนาครูยุคดิจิทัลตามหลักภาวนา 4 เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี โดยมีวิธีดำเนินการวิจัย 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 310 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.92 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 2 หาแนวทางการพัฒนาครูยุคดิจิทัลตามหลักภาวนา 4 เก็บข้อมูลจากการสนทนากลุ่มโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 รูป/คน ใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และระยะที่ 3 การประเมินแนวทางการพัฒนาครูยุคดิจิทัลตามหลักภาวนา 4 ผู้ให้ข้อมูลสำคัญทั้งหมด จำนวน 16 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินแนวทางการพัฒนาครูยุคดิจิทัลตามหลักภาวนา 4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการพัฒนาครูยุคดิจิทัลของโรงเรียนเฉพาะความพิการ ประเภทบกพร่องทางสติปัญญา สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่ามีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุดทั้ง 6 ด้าน คือ ด้านการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้านความสามารถในการปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ด้านทักษะการออกแบบการเรียนการสอน ด้านทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตามลำดับ 2) แนวทางการพัฒนาครูยุคดิจิทัลตามหลักภาวนา 4 ของโรงเรียนเฉพาะความพิการประเภทบกพร่องทางสติปัญญา สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งเน้นให้ครูใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และมีจริยธรรมในการรักษาข้อมูลผู้เรียน รวมถึงมีทักษะการใช้อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ (2) ด้านทักษะการออกแบบการเรียนการสอน ส่งเสริมการออกแบบกิจกรรมตามหลัก Universal Design for Learning (UDL) และการเข้าถึงข้อมูล โดยใช้ข้อมูลเชิงลึก และ AI มาช่วยปรับการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนรายบุคคล (3) ด้านทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ เน้นการสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับสุขภาพกายและใจ ปลูกฝังความเป็นพลเมืองดิจิทัล และส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์รู้เท่าทันสื่อ (4) ด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ สนับสนุนการปฏิบัติจริงในการผลิตสื่อและนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ภายใต้การเคารพลิขสิทธิ์ พร้อมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และยอมรับความผิดพลาดเพื่อการพัฒนา (5) ด้านความสามารถในการปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ส่งเสริมความยืดหยุ่นทางจิตใจในการเปิดรับและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ด้วยวิจารณญาณ เพื่อเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับผู้เรียน (6) ด้านการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการบริหารเวลาเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นการนำความรู้มาประยุกต์ใช้พัฒนาผู้เรียนด้วยความเข้าใจและอดทน และ 3) ผลการประเมินแนวทางการพัฒนาครูยุคดิจิทัลตามหลักภาวนา 4 อยู่ในระดับมากที่สุดทั้ง 4 ด้าน คือ ความถูกต้อง ความเป็นประโยชน์ ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ ตามลำดับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กรณัฏฐ์ ฐิตากรพงศ์สถิต, สุมาลี ศรีพุทธรินทร์ และวัชรี แซงบุญเรือง. (2565). สภาพ ความต้องการจำเป็นและแนวทางพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามุกดาหาร. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภา.
กานต์ภิชชา ธรรมกุล, อัศนีย์ ณ น่าน และ ศศิชา วงศ์ไชย. (2566). สมรรถนะดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านการศึกษาในจังหวัดลำปาง. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 9(3), 29–38.
กิตติพศ โกนสันเทียะ. (2565). สมรรถนะดิจิทัล: สมรรถนะใหม่ของครูในยุคปัจจุบัน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 22(2), 14.
ฐิตินาฏ ปันโงน และณัฎฐ์ รัตนศิริณิชกุล. (2568). ความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 8(1), 76-89.
นุสบา เหง่าศรี. (2566). แนวทางการพัฒนาความสามารถด้านดิจิทัลของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
พิชิต สนั่นเอื้อ. (2566). รูปแบบการพัฒนาครูผู้สอนในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการจัดการเรียนรู้ สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดอุดรธานี. ออนไลน์: สำนักงานศึกษาธิการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2547). โรงเรียนวิถีพุทธ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สาโรช บัวศรี. (2526). จริยธรรมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภา.