แนวทางการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักกัลยาณมิตรธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1

Main Article Content

ละอองดาว กิตติสิริโชติ
พระมหาอุดร อุตฺตโร
ดิเรก ด้วงลอย

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักกัลยาณมิตรธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา และ 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักกัลยาณมิตรธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1 เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 154 คน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยเป็นแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.962 สถิติที่ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพทำการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา


ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) แนวทางการพัฒนาการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักกัลยาณมิตรธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา (1) สถานศึกษาควรจัดทำคู่มือการบริหารงานบุคคลให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษา (2) ตั้งคณะกรรมการในการกำหนดคุณสมบัติโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประชาสัมพันธ์ในการรับสมัคร (3) มีเกณฑ์การประเมินการปฏิบัติงานให้เอื้อต่อการทำงาน (4) นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการบริหารจัดการให้กับบุคลากร และ 3) การนำเสนอแนวทางการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักกัลยาณมิตรธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1 โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย (1) การวางแผนอัตรากำลัง เน้นการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาช่วยในการจัดการ การใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์สถิติเพื่อวางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับเป้าหมายและความต้องการในอนาคต ผู้บริหารต้องร่วมกับคณะกรรมการจัดทำนโยบาย และเปิดประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนาแผนงานให้ทันยุคสมัย (2) การบรรจุแต่งตั้งและการจัดบุคลากร เน้นการจัดคนให้ตรงกับงานและเป้าหมายองค์กร การนำเทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์เพื่อจัดสรรตำแหน่งให้เหมาะสม การติดตามข้อมูลบุคลากรอย่างใกล้ชิด และเปิดโอกาสให้มีการรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการจัดบุคลากร (3) การพัฒนาบุคลากร เน้นการพัฒนาที่มีเป้าหมายชัดเจนและวัดผลได้ สนับสนุนการอบรมสัมมนาการทำวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและจัดหาอุปกรณ์ที่ทันสมัยสนับสนุนการทำงาน ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีการให้ความดีความชอบเพื่อสร้างแรงจูงใจ (4) การธำรงรักษาบุคลากร เน้นการดูแลทั้งด้านการทำงานและจิตใจตามหลักกัลยาณมิตร สนับสนุนงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาทางใจ และมีการนิเทศกำกับติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน (5) การประเมินผลการปฏิบัติงาน เน้นความยุติธรรมและความทันสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการรวบรวมข้อมูลและประเมินผลเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและแม่นยำ มีเกณฑ์ตัวชี้วัดที่ชัดเจน สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ รวมถึงการแจ้งผลการประเมินพร้อมคำแนะนำ และนำข้อเสนอแนะของบุคลากรไปปรับปรุงแก้ไข

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กิตติสิริโชติ ล., อุตฺตโร พ. ., & ด้วงลอย ด. . (2026). แนวทางการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักกัลยาณมิตรธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์, 6(4), 110–123. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JOB_EHS/article/view/295305
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กฤติน กุลเพ็ง. (2556). การวางแผนและการวิเคราะห์อัตรากำลังเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: เอช อาร์ เซ็นเตอร์.

ชัยนนท์ นิลพัฒน์. (2555). จริยธรรมในการบริหารงานบุคคลของคณะอนุกรรมการข้าราชการครู และ บุคลากรทางศึกษา. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ฐิติยา ปทุมราษฎร์ และจิณณวัตร ปะโคทัง. (2557). สภาพและปัญหาการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย พิชญทรรศน์, 9(1), 1-18.

เทอดชาติ ชัยพงษ์. (2553). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานบุคคลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา.ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

นวทัศน์ แนวสุข. (2548). การบริหารงานบุคคลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่กากรศึกษาสระแก้ว. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์.

ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2552). การบริหารงานวิชาการ. กรุงเทพมหานคร: พิมพ์ดี.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต).(2552). พุทธธรรมฉบับขยายความ. พิมพ์ครั้งที่ 20. กรุงเทพมหานคร: สหธรรมมิก.

พระมหานิรันดร์ สุทฺธิเมตฺติโก. (2552). การบริหารงานบุคคลในโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตบางกอกน้อย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 3. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ภาวิดา ธาราศรีสุทธิ. (2543). ภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคําแหง.

วิไลรัตน์ พฤกษาภิรมย์. (2548). ความเป็นกัลยาณมิตรของผู้ประเมินภายนอกตามความคิดเห็นของ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิยาลัย.

สมบูรณ์ ธรรมลังกา. (2541). การบริหารงานบุคลากรในโรงเรียนเอกชนในจังหวัด. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สมพร ใจคำปัน. (2546). การบริหารงานบุคลากรของผู้บริหารสถานศึกษา ในอำเภอสอด จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1. (2566). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. แหล่งที่มา https://www.utt1.go.th/history สืบค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2566.

สุมณฑา สาธุกานนท์. (2558). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานบุคคลที่มีประสิทธิผลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.

อุทัย บุญประเสริฐ. (2532). การวางแผนทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Blank, E.B. (1991). A Model Job Description for Personnel Administrator position in North Carolina Public Schoot System. North Carolina: The University of North Carolina at Greensboro.

Murry Joseph H. JR. (1996). A Study of the Morai Aspect of Leadership in an Urban. New Oreans Louisiana: University of New Orleans.