แนวทางพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนร่มเกล้า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา และ 3) เพื่อเสนอแนวทางพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนร่มเกล้า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามประชากรทั้งหมดในการวิจัย จำนวน 89 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 7 คน และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนร่มเกล้า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อันดับที่ 1 คือ ด้านความสามารถ อันดับที่ 2 คือ ด้านสมรรถนะ อันดับที่ 3 คือ ด้านประสบการณ์ อันดับที่ 4 คือ ด้านคุณลักษณะ และอันดับที่ 5 คือ ด้านความรู้ 2) วิธีการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนร่มเกล้า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ด้านความสามารถ ด้านสมรรถนะ ด้านประสบการณ์ ด้านคุณลักษณะ และด้านความรู้ บูรณาการตามหลักอิทธิบาท 4 ประกอบด้วย ความพึงพอใจ (ฉันทะ) ความเพียรพยายาม (วิริยะ) การใส่ใจและจดจ่อ (จิตตะ) การใช้ปัญญาไตร่ตรองวิเคราะห์ (วิมังสา) 3) แนวทางพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนร่มเกล้า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีดังนี้ 1) ด้านความสามารถ การปลูกฝังให้เห็นคุณค่าของข้อมูล พากเพียรฝึกใช้เครื่องมือวิเคราะห์ จดจ่อ ใช้ปัญญาไตร่ตรอง ตรวจสอบ 2) ด้านสมรรถนะ รักและเปิดใจต่อ Digital Transformation เพียรศึกษาหาความรู้ด้านเทคโนโลยีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ใส่ใจทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร และกระบวนการทำงาน 3) ด้านประสบการณ์ มีใจรักและเชื่อมั่นในแผนกลยุทธ์ดิจิทัล เพียรบริหารโครงการนำร่อง จดจ่อ เอาใจใส่ในทุกขั้นตอน ใช้ปัญญาไตร่ตรอง ทบทวนและประเมินผลการดำเนินงาน 4) ด้านคุณลักษณะ ปลูกฝังนิสัยใฝ่รู้ เพียรจัดสรรเวลาการเรียนรู้ ใส่ใจจดจ่อทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และใช้ปัญญาตั้งคำถามเชิงพัฒนากับกระบวนการทำงานเดิม และ 5) ด้านความรู้ สร้างความพอใจ และเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล พากเพียรวิเคราะห์และออกแบบระบบการทำงาน ใส่ใจวางรากฐานและกำหนดมาตรฐานข้อมูลกลาง พร้อมใช้ปัญญาไตร่ตรอง ประเมินความคุ้มค่าของเทคโนโลยี
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2543). นโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ (2543-2545), กรุงเทพมหานคร: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2565). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566-2570). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). คู่มือการพัฒนาระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency: DC) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
เจนจิรา แสนไชย. (2566). ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาทักษะดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ, 3(6), 183-200.
ชินวัตร เจริญนิตย์ และคณะ. (2566). สภาพและปัญหาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 17(2), 1-13.
ธัญสินี ศรีอนุสรณ์วงษ์. (2562). การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์การขององค์การภาครัฐไทยภายใต้บริบทไทยแลนด์ 4.0: ศึกษากรณี สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.). วารสารรัฐศาสตร์ ปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 6(2), 115-132.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2555). ธรรมนูญชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ 46. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์กรมศาสนา.
พุทธิพงษ์ ทองเขียว. (2562). บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนรู้ตามการรับรู้ของผู้บริหารและครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
ภาณุวัฒน์ ฐานไชยยิ่ง. (2564). แนวทางการพัฒนาการรู้ดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. การศึกษาค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สัญญา พันพิลา. (2562). ความสามารถด้านดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ. การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2. (2565). แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. พระนครศรีอยุธยา: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2562). ทักษะด้านดิจิทัลที่จำเป็นสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2568). แนวทางพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อการปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล. แหล่งที่มา https://www.ocsc.go.th/sites/ default/files/attachment/page/process_devskill_digital.pdf สืบค้นเมื่อ 9 เมษายน 2568.