แนวทางการบริหารงานเครือข่ายการศึกษาตามหลักทุติยปาปณิกธรรม ของกลุ่มโรงเรียนใจสมานบ้านแพน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นการบริหารงานเครือข่ายการศึกษา 2) เพื่อศึกษาวิธีการบริหารงานเครือข่ายการศึกษาตามหลักทุติยปาปณิกธรรม และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการบริหารงานเครือข่ายการศึกษาตามหลักทุติยปาปณิกธรรมของกลุ่มโรงเรียนใจสมานบ้านแพน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามประชากรทั้งหมดในกาวิจัย จำนวน 89 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันการบริหารงานเครือข่ายการศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์การบริหารงานเครือข่ายการศึกษาอยู่ในระดับมาก ความต้องการจำเป็นการบริหารงานเครือข่ายการศึกษา อันดับ 1 คือ ด้านการรับรู้มุมมองด้วยกัน รองลงมาคือ ด้านการมีผลประโยชน์และมีความสนใจร่วมกัน ด้านการมีส่วนร่วมของสมาชิกเครือข่ายอย่างกว้างขวาง ด้านการพึ่งพิงอิงร่วมกัน ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน ด้านการเสริมสร้างซึ่งกันและกัน และด้านการปฏิสัมพันธ์เชิงแลกเปลี่ยน 2) วิธีการบริหารงานเครือข่ายการศึกษาตามหลักทุติยปาปณิกธรรม ของกลุ่มโรงเรียนใจสมานบ้านแพน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ความต้องการจำเป็น คือ ด้านการรับรู้มุมมองด้วยกัน (1) จักขุมา ครูจำเป็นต้องมีมุมมองร่วมกัน เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลร่วมกันวางนโยบาย มีแผนงานในการพัฒนา เน้นการร่วมมือและการสร้างความเข้าใจร่วมกันในเครือข่ายการศึกษาภายใต้แนวคิดของการบริหารงานที่มีการสื่อสารและการรับรู้จากหลายฝ่าย (2) วิธุโร ต้องเป็นผู้มีความรู้ มีความสามารถ มีความชำนาญในการปฏิบัติงาน รวมถึงการไม่ตัดสินหรือรีบเร่งในการตัดสินใจจะคำนึงถึงมุมมองที่หลากหลายและการสังเกตอย่างถี่ถ้วน (3) นิสฺสยสมฺปนฺโน ต้องเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความเป็นกันเอง พูดจาไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความจริงใจ มีความเสมอต้นเสมอปลาย มีความเป็นกันเองมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองและการร่วมมือกับผู้อื่นอย่างมีปัญญา และ 3) แนวทางการบริหารงานเครือข่ายการศึกษาตามหลักทุติยปาปณิกธรรม ของกลุ่มโรงเรียนใจสมานบ้านแพน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย (1) จักขุมา (มีปัญญามองการณ์ไกล) กลุ่มโรงเรียนเน้นการสร้าง การรับรู้และวิสัยทัศน์ร่วมกันผ่านวิธีการต่างๆ คือ การประชุมและแลกเปลี่ยน การสื่อสารต่อเนื่อง การมีส่วนร่วม การติดตามและประเมินผล การให้รางวัลและยอมรับ (2) วิธูโร (จัดการธุระได้ดี) เน้นการจัดการงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดเป้าหมายร่วมกัน ทำงานเป็นทีม สร้างสรรค์แนวทางแก้ไข (3) นิสสยสัมปันโน (พึ่งพาอาศัยคนอื่นได้) สร้างเครือข่ายที่เกื้อกูลและพึ่งพากันได้ผ่านการให้อำนาจและการมีส่วนร่วม สร้างระบบสื่อสารที่ดี พัฒนาทักษะร่วมกัน สร้างวัฒนธรรมแห่งการสนับสนุน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). แนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). คุณภาพและประสิทธิภาพของโรงเรียนขนาดเล็ก. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
จำนง แจ่มจันทรวงษ์. (2553). การพัฒนารูปแบบการบริหารระบบเครือข่ายเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร. ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิสิฐ เทพไกรวัล. (2554). การพัฒนารูปแบบเครือข่ายความร่วมมือเพื่อคุณภาพการจัดการศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
วิจิตร อาวะกุล. (2551). การประชาสัมพันธ์ หลักและวิธีปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.
สมบูรณ์ บูรศิริรักษ์. (2553). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเข้มแขงของภาคีเครือข่ายของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สมาน ศรประสิทธิ์. (2549). การศึกษาการบริหารโรงเรียนแกนนำและโรงเรียนเครือข่ายปฏิรูปกระบวนการเรียนรูของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 1 และเขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบัที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. พิมพ์ครั้งที่ 3 ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Callan, V. and Ashworth, P. (2024). Working Together: Industry and VET Provider Training Partnerships. From http://www.ncver.edu.au Retrieved April 30, 2024.
Norwich and Evans. (2024). Cluster: Inter-school collaboration in meeting special educational Needs in ordinary schools. From http://www.ebscohot.com/ehost/detail?vid=13&hid=3b84db3b-45f9 Retrieved April 30, 2024.
Riley, K. (1977). Changes in local governance –collaboration through networks: A post-16 Case study. Educational Management and Administration, 25(2), 155-167.