แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสาราณียธรรม 6 ของโรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการบริหารบุคคลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา 2) เพื่อศึกษาวิธีการบริหารงานบุคคลตามหลักสาราณียธรรม 6 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสาราณียธรรม 6 ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้บริหารและครูผู้สอน จำนวน 106 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน PNImodified และการวิจัยเชิงคุณภาพทำการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันการบริหารบุคคลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์การบริหารบุคคลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และความต้องการจำเป็นของการบริหารบุคคลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา อันดับ 1 คือ ด้านการธำรงรักษาบุคลากร รองลงมาคือ ด้านการสรรหาบุคลากร ด้านการประเมินผลการเข้าปฏิบัติงานของบุคลากร ด้านการจัดบุคลากรเข้าปฏิบัติงาน และด้านการพัฒนาบุคลากร 2) วิธีการบริหารงานบุคคลตามหลักสาราณียธรรม 6 ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นการบริหารงานบุคคลโดยใช้หลักสาราณียธรรม 6 ประการเพื่อสร้างความสามัคคีและความร่วมมือกันระหว่างผู้บริหารและบุคลากรในสถานศึกษานำไปสู่บรรยากาศการทำงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ ได้แก่ (1) เมตตากายกรรม การกระทำต่อกันด้วยเมตตา ผู้บริหารให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนบุคลากร ส่วนครูและบุคลากรก็ร่วมมือช่วยเหลือกัน (2) เมตตาวจีกรรม การพูดจาต่อกันด้วยเมตตา ผู้บริหารใช้คำพูดที่สุภาพ ให้เกียรติ และสร้างแรงบันดาลใจ ส่วนครูและบุคลากรก็พูดจากันด้วยถ้อยคำไพเราะ (3) เมตตามโนกรรม การคิดต่อกันด้วยเมตตา ผู้บริหารมีความปรารถนาดีต่อบุคลากร และบุคลากรก็คิดดีต่อกัน (4) สาธารณโภคิตา การแบ่งปัน ผู้บริหารแบ่งปันทรัพยากรอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ส่วนบุคลากรก็แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ (5) สีลสามัญญตา การประพฤติดีเหมือนกัน ผู้บริหารเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านความซื่อสัตย์และยุติธรรม ส่วนบุคลากรก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างรับผิดชอบและยึดมั่นในจรรยาบรรณ (6) ทิฏฐิสามัญญตา การมีความเห็นร่วมกัน ผู้บริหารเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และบุคลากรก็เคารพความเห็นต่างเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน และ 3) แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสาราณียธรรม 6 ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ประกอบด้วย (1) ด้านการธำรงรักษาบุคลากร การอบรมและพัฒนาบุคลากรยุคใหม่จำเป็นต้องบูรณาการคุณธรรมจริยธรรมและความรู้ทันสมัย (2) ด้านการสรรหาบุคลากรการวางแผนและบริหารบุคลากรควรยึดหลักความเป็นธรรม เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีมีประสิทธิภาพ (3) ด้านการประเมินผลการเข้าปฏิบัติงานของบุคลากรมุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เป็นธรรมโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วม โดยคำนึงถึงหลักเมตตาความยุติธรรมและการพัฒนาผู้บริหารควรเผยแพร่ข้อมูลผลการปฏิบัติงานอย่างทั่วถึง (4) ด้านการจัดบุคลากรเข้าปฏิบัติงาน การกำหนดภาระงานและการจัดบุคลากรควรยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใสและคำนึงถึงศักยภาพ ความต้องการและสวัสดิภาพของบุคลากร (5) ด้านการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาบุคลากร ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ โดยผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศแห่งการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกคนได้แสดงความคิดเห็นและร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร การดำเนินการดังกล่าว ต้องยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส ยุติธรรมและปราศจากอคติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
กัลยกร ลาภเดโช และสุกิจ ชัยมุสิก. (2562).การประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรมในการปฏิบัติงานของบุคลากร เทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี. บัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์, 7(2), 263-274.
นวทัศน์ แนวสุข. (2550). การบริหารงานบุคคลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดสระแก้ว.
ประเสริฐ จินะกาศ. (2549). การบริหารงานบุคคลโรงเรียนเอกชนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา จังหวัดลำปาง. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดสมุทรปราการ. (2566). รายงานการประเมินตนเอง ปีการศึกษา 2566. สมุทรปราการ: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดสมุทรปราการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Blank, E.B. (1991). A Model Job Description for Personnel Administrator position in North Carolina Public School System. North Carolina. The University of North Carolina at Greensboro.
Thomas Michael. (2001). Through the eyes of school personal administration: What Matters in selecting elementary school principle. Thesis Doctor of Education. Drake University.