แนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูตามหลักพรหมวิหาร 4 ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ จังหวัดเพชรบูรณ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสมรรถนะของครูในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนาสมรรถนะของครูตามหลักพรหมวิหาร 4 ของสถานศึกษา 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาสมรรถนะของครูตามหลักพรหมวิหาร 4 ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นวิจัยแบบผสมวิธีโดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม ประชากรทั้งหมดในการวิจัย จำนวน 179 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพสมรรถนะของครูในการจัดการเรียนการสอน ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเพชรบูรณ์ ในภาพรวมมีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ในร้ายด้าน พบว่า ด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพครูอยู่ในระดับมากที่สุด ด้านการบริการที่ดีอยู่ในระดับมาก ด้านการทำงานเป็นทีมอยู่ในระดับมาก ด้านการพัฒนาตนเองอยู่ในระดับมาก และด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก 2) วิธีการพัฒนาสมรรถนะของครู 5 ประการ ได้แก่ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน การบริการที่ดี การพัฒนาตนเอง การทำงานเป็นทีม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพครู โดยบูรณาการตามหลักพรหมวิหาร 4 ประกอบด้วยความปรารถนาดีให้ผู้อื่นมีความสุข (เมตตา) ความสงสารปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ (กรุณา) ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี (มุทิตา) และความวางใจเป็นกลาง ไม่เอนเอียงด้วยความรักหรือชัง (อุเบกขา) และ 3) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะของครูตามหลักพรหมวิหาร 4 ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ จังหวัดเพชรบูรณ์ (1) ควรจัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพิ่มทักษะด้านการปฏิบัติงาน เพื่อสนับสนุนครูในการมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน (2) ควรพัฒนาระบบการติดตามและให้ความช่วยเหลือผู้เรียน โดยจัดทำฐานข้อมูลการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และนำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างต่อเนื่อง (3) ควรกำหนดนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับครู เพื่อการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง (4) ผู้บริหารควรสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งสนับสนุนให้บุคลากรทุกระดับมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร (5) ควรจัดให้มีการพัฒนาบุคลากรครูด้านสิทธิมนุษยชนและจริยธรรมทางการศึกษา ตลอดจนสร้างความเข้าใจในกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิเด็ก เพื่อให้ครูสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กันต์ศักดิ์ ยศศรี. (2566). การสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานด้วยหลักพรหมวิหาร 4 ของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรราชวิยาลัย.
ชัญญาดา โพนสิงห์. (2560). การประยุกต์ใช้หลักพรหมวิหาร 4 ตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู โรงเรียนเทศบาล 4 (ฉลองรัตน์) อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ญาณกร ช้อยนิยม. (2564). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของครู ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ของจังหวัดนครสวรรค์ตามหลักสัปปุริสธรรม 7. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พรวิภา สวนมะลิ และอดุลย์ วังศรีคูณ. (2567). การศึกษาสมรรถนะหลักของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(2), 236.
พระคําพูน ขนฺติปญฺโญ (สิทธิชัย). (2558). การใช้หลักธรรมพรหมวิหาร 4 ในการบริหารบุคลากรโรงเรียน ประถมศึกษา เขตธนบุรีกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พิมพ์สุภา ทรัพย์อยู่. (2566). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูในยุคปกติวิถีใหม่ตามหลักพุทธธรรม โรงเรียนบางปะอิน “ราชานุเคราะห์ 1”. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรราชวิยาลัย.
เลิศชาย ปานมุข. (2566). ประวัติและความเป็นมาของกรมส่งเสริมการเรียนรู้. แหล่งที่มา http://www.lertchaimaster.com,lertchaimaster สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2566.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). คู่มือการประเมินสมรรถนะครู. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2547). การปรับใช้สมรรถนะในการบริหารทรัพยากรมนุษย์. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเพชรบูรณ์. (2567) แผนปฏิบัติการประจำปี พ.ศ. 2567. เพชรบูรณ์: สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเพชรบูรณ์.
David D. Dobois and others. (2004). Competency-Based Human Resource Management.The United State of America: Davies-Davies- Black Publishing. a division of CPP.