การพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ของครูตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้สังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่คาดหวังและความต้องการได้รับการนิเทศเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 2) พัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 3) ทดลองใช้รูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 และ 4) ประเมิน เผยแพร่และขยายผลการพัฒนารูปแบบการนิเทศ ผลการวิจัยพบว่า
- สภาพปัจจุบันของการนิเทศอยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่คาดหวังอยู่ในระดับมากที่สุด ความต้องการได้รับการนิเทศสูงสุด คือ ความรู้เกี่ยวกับหลักการและกระบวนการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก รองลงมาคือการออกแบบนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
- รูปแบบการนิเทศประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการของรูปแบบ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1. Focus (วิเคราะห์และตั้งเป้าหมายร่วมกัน)2. Inform (การให้ความรู้) 3. Reflective Supervision (การนิเทศแบบชี้แนะสะท้อนคิด) ผ่านกระบวนการ Lesson Study 4. Stimulate (การกระตุ้นให้เกิดการทำงาน) และ 5. Total Reflection (สรุปประเด็น สะท้อนผลและเผยแพร่ผลงาน) 4) การวัดและประเมินผล และ 5) เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ ผลการประเมินพบว่ารูปแบบและคู่มือมีความเหมาะสม ในระดับมากที่สุด
- ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า 1) ความรู้ความเข้าใจของครูด้านการออกแบบและสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกหลังการนิเทศสูงกว่าก่อนการนิเทศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ความสามารถในการออกแบบและสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอยู่ในระดับมาก 3) ทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอยู่ในระดับมาก และ 4) ครูมีความคิดเห็นต่อรูปแบบการนิเทศในระดับมาก
- การประเมินประสิทธิผลและขยายผลพบว่ารูปแบบการนิเทศมีประสิทธิภาพระดับมากที่สุด
โดยมีความถูกต้อง ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความเป็นประโยชน์ในระดับมากที่สุดทุกด้าน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตสาเกตปริทรรศน์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆบทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตสาเกตปริทรรศน์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารบัณฑิตสาเกตปริทรรศน์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารบัณฑิตสาเกตปริทรรศน์ ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.กระทรวงศึกษาธิการ. (2565). นโยบายการปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
กัมพล ขันทะวงษ์. (2560). การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นการนิเทศภายในด้วยเทคนิคการนิเทศแบบชี้แนะสะท้อนคิดของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย. วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย.
ซาโต มานาบุ. (2559). การปฏิรูปโรงเรียน แนวความคิด “ชุมชนแห่งการเรียนรู้” กับการนำทฤษฎีมาปฏิบัติจริง. นนทบุรี: โรงพิมพ์ภาพพิมพ์.
ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ์. (2561). ครูและนักเรียนในยุคการศึกษาไทย 4.0. วารสารอิเล็กทรอนิกส์การเรียนรู้ทางไกลเชิงนวัตกรรม,
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และอารี สัณหฉวี. (2560). โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้. เอกสารประกอบการบรรยายกลุ่มผู้อำนวยการผู้นำ (Thailand Principal Forum) บริษัทปิโก ไทยแลนด์.
ยุภาลัย มะลิซ้อน. (2563). การพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศิลา สงอาจินต์. (2561). การพัฒนารูปแบบการนิเทศการสอนเพื่อพัฒนาสมรรถภาพการจัดการเรียนรู้ของครูตามทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลนครตรัง.วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์).
Kampol Khanthawong. (2017). A Study of Current Situations, Desired Situations, and Needs for Internal Supervision.
Ministry of Education. (1999). National Education Act B.E. 2542. Bangkok: Ladprao Teachers
Council Printing House. Ministry of Education. (2022). Education Reform Policy. Bangkok: Ministry of Education.
Phimphan Dechakupt and Ari Sanhachawi. (2017). Schools as Learning Communities. Documents for the lecture of the group of leaders (Thailand Principal Forum), Pico Thailand Company.
Sato Manabu. (2016). School Reform: The Concept of “Learning Community” and the Application of Theoryinto Practice. Nonthaburi: Image Printing House.
Sila Song-arjin. (2018). Development of teaching supervision models to develop teachers' learning management competence according to 21st century learning skills in educational institutions under the jurisdiction of Trang Municipality. Journal of Srinakharinwirot Research and Development (Humanities and Social Sciences).
Thaweesak Jindanurak. (2018). Teachers and Students in the Era of Thai Education 4.0. Innovative Distance Learning Electronic Journal.
Yupalai Malison. (2020). Development of teachers' competence in active learning manage-ment in educational institutions under the Office of the Primary Educational Service Area, Mahasarakham Area 2.Journal of Mahachulalongkornrajavidyalaya University.