การจัดการความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้นำในชุมชนท้องถิ่น : กรณีศึกษา เขตพื้นที่ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่อง “การจัดการความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้นำในชุมชนท้องถิ่น : กรณีศึกษาเขตพื้นที่ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี” มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้นำท้องถิ่นกับผู้นำท้องที่ในเขตพื้นที่ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี และ 2) เพื่อแสวงหาแนวทางการจัดการความขัดแย้งระหว่างผู้นำท้องถิ่นและผู้นำท้องที่ในพื้นที่ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ระเบียบวิธีวิทยาการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) แนวกรณีศึกษา (Case study approach)โดยเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key -Informants) ประกอบไปด้วย ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชนที่ไม่เป็นทางการ และประชาชนทั่วไป ในเขตพื้นที่ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลใช้การนำข้อมูลมาวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ด้วยการตีความข้อมูลจาการสัมภาษณ์ และการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลกับแนวคิดทฤษฎี
ผลการศึกษาพบว่า
1.ปัจจัยและเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้นำท้องถิ่น และผู้นำท้องที่ พบว่า ปัจจัยด้านโครงสร้างการทำงาน ถือเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เนื่องจากการทำงานของผู้นำท้องถิ่นและท้องที่เป็นการทำงานที่มีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกัน แต่ต้องทำงานในพื้นที่และกลุ่มประชาชนเดียวกัน ในทางปฏิบัติพบว่าการกำหนดขอบเขต บทบาทหน้าที่การทำงานยังไม่มีความชัดเจน รวมทั้งผู้นำบางกลุ่มยังไม่เข้าใจบทบาทที่ถูกต้องทำให้มีการทำงานเกินหน้าที่ หรือบางครั้งก็เป็นการผลักภาระความรับผิดชอบทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่ของตน สำหรับปัจจัยที่ถือว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานของความขัดแย้งและสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ คือ ปัจจัยด้านค่านิยมของกลุ่มผู้นำ และปัจจัยด้านผลประโยชน์ เนื่องจากการมีทัศนคติ ความเชื่อบางอย่างที่แตกต่างกัน หรือการแย่งชิงผลประโยชน์ต่างๆ มักก่อให้เกิดความขัดแย้งได้ทั้งสิ้น
2. แนวทางการจัดการความขัดแย้งที่เหมาะสมในการจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้นำท้องถิ่นและผู้นำท้องที่สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ
2.1 แนวทางที่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ควรใช้การเจรจาพูดคุย เนื่องจากชุมชนตำบลตะเคียนทองเป็นชุมชนที่มีความสัมพันธ์ทางสังคมเชิงเครือญาติสูง ดังนั้นการจัดการความขัดแย้งด้วยการเจรจาพูดคุยยังสามารถทำได้ โดยใช้การเชื่อมโยงเครือข่ายความสัมพันธ์ทางสังคมเชิงเครือญาติเป็นตัวกลางในการจัดการปัญหาความขัดแย้ง
2.2 แนวทางในระยะยาว ควรใช้มาตรการหรือกระบวนการทางกฎหมาย และการกดดันจากกลุ่ม เนื่องจากที่ผ่านมาความขัดแย้งระหว่างผู้นำท้องถิ่น และผู้นำท้องที่ของชุมชนตำบลตะเคียนทองยังเป็นความขัดแย้งที่ไม่รุนแรงและยังใช้การเจรจาพูดคุยได้ อย่างไรก็ดีในระยะยาวแนวโน้มความรุนแรงจะเพิ่มขึ้น การจัดการความขัดแย้งระหว่างผู้นำอาจจะต้องใช้กระบวนการทางกฎหมาย ขณะเดียวกันการพัฒนาระบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการความขัดแย้งก็เป็นสิ่งที่ต้องมีการดำเนินการควบคู่กัน โดยต้องสร้างการมีส่วนร่วมให้ชุมชนได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจ และกดดันให้เกิดข้อยุติ
2.3 แนวทางเฉพาะหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลาย คือ การหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง เพื่อให้ความขัดแย้งยุติลงเป็นการชั่วคราวก่อนที่จะหาวิธีการจัดการอื่นมาใช้จัดการความขัดแย้งต่อไป เนื่องจากการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งไม่สามารถทำให้ความขัดแย้งหมดไปได้ และพร้อมที่จะปะทุขึ้นมาได้ตลอดเวลา ดังนั้นมาตรการดังกล่าวจึงควรเป็นมาตรการเฉพาะหน้ามากกว่าที่จะนำมาใช้เป็นหลักในการจัดการความขัดแย้ง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
โกวิทย์ พวงงาม. (2550). การปกครองท้องถิ่นว่าด้วยทฤษฎี แนวคิด และหลักการ.กรุงเทพมหานคร :บริษัท เอ๊กซ์เปอร์เน็ท.
คะนอง พิลุน. (ม.ป.ป.). การปกครองท้องถิ่นไทย. เอกสารประกอบการสอน.
จอร์น แมคคอนแนล. (2549). ศาสตร์และศิลป์แห่งการระงับความขัดแย้ง. แปลโดย วิลัยรัตน์ โสฬส จินดา ,สุภาพร พงศ์พฤกษ์ และอวยพร เขื่อนแก้ว.กรุงเทพ :มูลนิธิเด็ก.
จิตถวิล จันทราบุญ. (2548). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำ บรรยากาศองค์การ ความขัดแย้งและการจัดการกับความขัดแย้งของหัวหน้าผู้ป่วยตามการรับรู้ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลชุมชน เขต 3. วิทยานิพนธ์ ปริญญาพยาบาลศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพยาบาล มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ฉันทนา บรรพศิริโชติ. (2541). ความขัดแย้งในสังคมไทย : ช่องว่างของการรับรู้และความเข้าใจ.กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชโลธร ผาโคตร. (2522). การพัฒนาการปกครองท้องถิ่นไทยในระยะ พ.ศ. 2517 – 2519.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต แผนกวิชาการปกครอง บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชัยยนต์ ประดิษฐศิลป์. (2555). วิธีวิทยาการวิจัยทางสังคม. โครงการผลิตตำราและเอกสารประกอบการสอนสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี.
ชูวงศ์ ฉายะบุตร. (2539). การปกครองท้องถิ่นไทย.กรุงเทพฯ.พิฆเนศพริ้นติ้ง เซ็นเตอร์.
ดำรง วัฒนา และคณะ. (2544). รายงานการศึกษาเรื่อง การบริหารจัดการท้องถิ่น.สนับสนุนโดยสำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
เทศบาลตำบลตะเคียนทอง. (2557). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา 2557-2561.
นพนนต์ หวานชื่น และคณะ.(2556). การจัดการความขัดแย้งในการปฏิบัติงานของผู้นำท้องที่กับผู้นำท้องถิ่น เขตพื้นที่ตำบลฉวาง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช.
วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน 2556.
ปฐม มณีโรจน์. (2540). การบริหารราชการแผ่นดิน. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาการเมืองการปกครองระดับตำบล หมู่บ้าน.หน่วยที่ 2 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.นนทบุรี.
ปธาน สุวรรณมงคล และคณะ. (2537). การกำหนดอำนาจหน้าที่และความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น. สถาบันดำรงราชานุภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย.
ปราโมทย์ รวิยะวงศ์.(2554). ปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้นำท้องถิ่นกับผู้นำท้องที่ : กรณีศึกษาอำเภอยางสุสีราช จังหวัดมหาสารคาม. เอกสารประกอบการนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา มสธ.ครั้งที่ 1 .วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต แขนงวิชาการเมืองการปกครอง สาขาวิชารัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ปริญ นิทัศน์เอก. (2553). พัฒนาการของการปกครองท้องที่ไทยในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (พ.ศ. 2440-2552). ภาคนิพนธ์หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต สาขาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ไพบูลย์ พรชีวโชติ. (2553). ผลกระทบของความขัดแย้งระหว่างคณะผู้บริหารองค์กรบริหารส่วนตำบลกับพนักงานส่วนตำบล.(รายงานการวิจัย).นครราชสีมา.มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
มาโนช สุขเหลือ. (2545). การบริหารความขัดแย้ง. (รายงานการวิจัย). ชลบุรี.มหาวิทยาลัยบูรพา.
รสสุคนธ์ รัตนเสริมพงศ์. (2548). แนวคิดและหลักการบริหารท้องถิ่น เอกสารการสอนชุดวิชา
การบริหารท้องถิ่น. หน่วยที่ 1.นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วันชัย วัฒนศัพท์. (2547). ความขัดแย้งหลักการและเครื่องมือแก้ปัญหา. ขอนแก่น :โรงพิมพ์ศิริภัณฑ์ออฟเซ็ท.
วุฒิสาร ตันไชย. (2552). ยุทธศาสตร์การปกครองท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท.
ศักดิ์ชาย บุญโนนแต้. (2554). การประสานงานเพื่อการพัฒนาระหว่างผู้นำท้องที่กับองค์กร
ศิริวรรณ วีระกุล. (2550). การศึกษาความขัดแย้งระหว่างผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น กรณีศึกษาตำบลปากโทก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณูโลก. รายงานการศึกษาอิสระ. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ศูนย์ข้อมูลอำเภอ.(2557). www.Amphoe.com.เข้าถึงเมื่อ 13 มกราคม 2557.
สมคิด เลิศไพทูรย์.(2550). กฎหมายการปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา.
สำนักนายกรัฐมนตรี.(2556). สรุปรายงานผลการดำเนินงานเวที“พูดจาหาทางออกประเทศไทย”.
สิริรัตน์ สีสมบัติ. (2552). แหล่งการเรียนรู้ชุมชนกับการฟื้นฟูอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของชาวชอง.วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (วัฒนธรรมศึกษา). มหาวิทยาลัยมหิดล.
สุเทพ สันทรเภสัช. (2540). ทฤษฎีสังคมวิทยาร่วมสมัยพื้นฐานแนวคิดทฤษฎีทางสังคมและวัฒนธรรม. พิมพ์ที่บริษัทสำนักพิมพ์ โกลบอลวิชั่น จำกัด อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่.
เสน่ห์ จุ้ยโต. (2533). แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารราชการส่วนภูมิภาค. เอกสารการสอนชุดวิชา การบริหารราชการส่วนภูมิภาค.หน่วยที่ 1.มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นนทบุรี.
เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. (2534). ความขัดแย้งการบริหารเพื่อความสร้างสรรค์.กรุงเทพฯ
หลักสูตรรัฐศาสตร์. (2555). คู่มือนักศึกษาหลักสูตรรัฐศาสตร์.
อรทัย ก๊กผล. (ม.ป.ป.). การศึกษาวิจัยความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม กรณีศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น.
อุทัย หิรัญโต. (2523). การปกครองท้องถิ่น. กรุงเทพฯ.โอเดียนสโตร์.