ยุทธศาสตร์การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัย เรื่อง ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนการสอนวิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาศึกษาและสภาพการจัดการเรียนการสอนวิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ในปัจจุบัน ของวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมทั้งศึกษาจุดแข็งจุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคของการจัดการเรียนการสอน เพื่อนำเสนอยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนต่อไปโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์รวมทั้งการศึกษาเอกสาร (Documentary Research) โดยศึกษากลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณจำนวนทั้งสิ้น 330 คน นอกจากนี้ยังศึกษาเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ผู้บริหารหลักสูตร อาจารย์ผู้สอน กลุ่มผู้ประกอบการทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ศิษย์เก่าและนิสิตปัจจุบัน รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 28 คน โดยมีผลการศึกษาดังต่อไปนี้ ในภาพรวมหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิตของประเทศไทยจะมีความแตกต่างตามโครงสร้างของคณะที่ ในส่วนความหมายของรัฐประศาสนศาสตร์ได้กินความไปถึงการบริหารงานกิจการอันเกี่ยวข้องกับสาธารณะประโยชน์ทั้งหมด รวมทั้งมีความสัมพันธ์ของการบริหารทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ ส่วนทิศทางในการศึกษาจะยังคงมีจุดเน้นที่ขอบข่ายการศึกษา 5 กลุ่มสาขาวิชาดังเช่นปัจจุบัน ในส่วนผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลในการเลือกเข้ามาศึกษาต่อวิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ผลการศึกษาเชิงปริมาณปรากฎว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (𝐱̅=3.64) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลในการเข้ามาศึกษาต่อมากที่สุด คือ ปัจจัยด้านอาจารย์ผู้สอน (𝐱̅=3.86) รองลงมาคือ ปัจจัยด้านหลักสูตรรัฐศาสตร์ วิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ (𝐱̅=3.74) ส่วนด้านที่ส่งผลเข้ามาศึกษาต่อน้อยที่สุด คือ ปัจจัยด้านสวัสดิการและบริการ (𝐱̅=3.47) นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับการศึกษาในเชิงคุณภาพ ผลการวิเคราะห์บทสรุปข้อมูลการประเมินการจัดการเรียนการสอนของวิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครองในปัจจุบัน พบว่า โดยภาพรวมมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนวิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครองอยู่ในระดับมาก (x ̅=3.62) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ด้านการจัดการเรียนการสอน (x ̅=3.67) รองลงมา คือ ด้านการส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ (x ̅=3.63) และด้านที่มีความพึงพอใจน้อยที่สุด คือ ด้านระบบการบริการวิชาการ (x ̅=3.55) และพบผลสอดคล้องในการวิจัยเชิงคุณภาพเช่นกัน จากการศึกษาจุดแข็งของวิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคามประกอบด้วยจุดแข็งในด้านผู้บริหารและการจัดโครงสร้างองค์กร อาจารย์ผู้สอนมีความหลากหลาย และมีความรู้ความสามารถ ศิษย์เก่าที่มีผลงานและสร้างชื่อเสียงเป็นแบบอย่างที่ดี ค่านิยมร่วมที่เป็นเอกลักษณ์ “COPAG” รวมทั้งสิ่งสนับสนุนการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการส่งเสริมการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ในด้านหลักสูตรวิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ ยังเป็นหลักสูตรที่มีความโดดเด่นในด้านท้องถิ่นอีสาน อย่างไรก็ดียังพบจุดอ่อน คือ ด้านประสบการณ์ของบุคลากร อาจารย์มีภาระงานมาก นิสิตที่เข้ามาศึกษาส่วนใหญ่อยู่ในระดับศักยภาพปานกลางถึงน้อย แต่หากกล่าวถึงโอกาสพบว่าการมีเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความได้เปรียบด้านที่ตั้งที่อยู่ใจกลางภาคอีสานและความเชื่อมโยงกับภูมิภาคจีนโดจีน ส่วนด้านอุปสรรค พบว่า จำนวนสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่เปิดสอนในสาขาวิชานี้มีจำนวนมาก อีกทั้งค่านิยมของสังคม รวมทั้งนโยบายการลดอัตรากำลังคนของภาครัฐ การที่มหาวิทยาลัยกำลังจะออกนอกระบบ และภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยในปัจจุบัน นำไปสู่ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ที่ว่า “เป็นเลิศทางวิชาการ เชี่ยวชาญปฏิบัติ วิสัยทัศน์มุ่งพัฒนา จิตอาสาเพื่อชุมชน” โดยประกอบไปด้วย 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ ดังต่อไปนี้ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการเรียนการสอน (Academic) ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาอาจารย์ (Lecturer) ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 สิ่งแวดล้อมและสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ (Facilities) และประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Network)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
คำเพชร ภูริปริญญา. (2550). การนำเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาไทยสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก. ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิตรลดา ไชยะ. (2559). เอกสารประกอบการสอนรายวิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรัฐประศานศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
จุลศักดิ์ ชาญณรงค์. (2551). การสำรวจทัศนะเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้วิชาต่างๆ ภายใต้ขอบข่ายรัฐประศาสนศาสตร์ของนักวิชาการและผู้บริหารของการภาครัฐ : กรณีศึกษาจังหวัดนนทบุรี. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
ติน ปรัชญพฤทธิ์ (2535). รัฐประศาสนศาสตร์เปรียบเทียบ: เครื่องมือในการพัฒนาประเทศ. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ติน ปรัชญพฤทธิ์. (2538). ศัพท์รัฐประศาสนศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทศพร ศิริสัมพันธ์. (2548). การบริหารราชการแนวใหม่ บริบทและเทคนิควิธี. กรุงเทพฯ : บริษัท วิชั่นพริ้นท์ แอนด์มีเดีย จำกัด.
ทศพร ศิริสัมพันธ์. (2553). หน่วยที่ 6 แนวทางการศึกษารัฐประศาสนศาสตร์สมัยใหม่ ในเอกสารการสอนชุดวิชา ขอบข่ายการศึกษาและวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์. นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ทศพร ศิริสัมพันธ์ และวัฒนา วงศ์เกียรติรัตน์. (2543). การวางแผนกลยุทธ์เพื่อการปฏิรูประบบราชการ. กรุงเทพฯ: สำนักงาน ก.พ.
เทพศักดิ์ บุณยรัตพันธุ์. (2548). “การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ : แนวคิดใหม่ของการจัดการภาครัฐ”. การจัดการสมัยใหม่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช.
ธัญญา วรินทรเวช. (2550). ปัจจัยสภาพแวดล้อมโดยวิธี SWOT เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการ. กรุงเทพมหานคร : คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นภดล พูลสวัสดิ์. (2551). ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์. ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
นภาพร ขันธนภา. (2551). การจัดองค์การและการบริหารธุรกิจ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
บุญเกียรติ ชีวะตระกูลกิจ. (2547). การจัดการเชิงยุทธศาสตร์สำหรับ CEO. กรุงเทพฯ: สุขุมและบุตร.
ปกรณ์ ปรียากร. (2542). การวางแผนกลยุทธ์ : แนวคิดและแนวทางประยุกต์. กรุงเทพฯ : คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
พรชุลี อาชวอำรุง. (2546). การบริหารอุดมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2524). หลักและวิธีการสอนกับอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพาณิช.
ยุทธพงษ์ ลีลากิจไพศาล. (2552). พัฒนาการและลักษณะของหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ระดับปริญญาตรีในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.
เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ. (2553). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรัฐประศาสนศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพมหานคร : บริษัท บพิธการพิมพ์ จำกัด
วารุณี โอสารมณ์. (2533). พัฒนาการอุดมศึกษาในประเทศไทย : การศึกษาวิเคราะห์เชิงนโยบายและผลกระทบที่มีต่อการพัฒนาในปัจจุบันและอนาคต. กรุงเทพ : ทบวงมหาวิทยาลัย.
ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ. (2551). 80 ปีแห่งการตามรอยพระราชดำริสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเลขาธิการที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ.
อุทัย เลาหวิเชียร. (2543). รัฐประศาสนศาสตร์ ลักษณะวิชาและมิติต่างๆ. กรุงเทพฯ : เสมาธรรม.
ศิริพงษ์ ลดาวัลย์ ณ อยุธยา. (2551). แนวความคิดและทฤษฎีรัฐประศาสนศาสตร์. เชียงใหม่: คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สร้อยตระกูล (ติวยานนท์) อรรถมานะ. (2543). สาธารณบริหารศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2521). วิพากษ์ การอุดมศึกษาไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2551). กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551 - 2565). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2552). ปรัชญาการอุดมศึกษาไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2553). ยุทธศาสตร์อุดมศึกษาไทยในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2552). แผนที่ยุทธศาสตร์ Strategy Map. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2555). หลักธรรมาภิบสลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา.
อภิญญา ปรัชญพฤทธิ์. (2554). หลังสมัยใหม่นิยมและการอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ: อินทภาษ.
อัมพร ธารงลักษณ์ และคณะ. (2553). การบริหารปกครองสาธารณะ (Public Governance) การบริหารรัฐกิจในศตวรรษที่ 21. ปทุมธานี : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Birkland, Thomas A. (2001). An Introduction to the Policy Process Theory Concepts, andModels of Public Policy Making. New York : M.E. Sharpe.
Gulick, Luther and Lyndall Urwick. (1936) “Note and the Theory off Organization” in Paper on the Science of Administration”. Newyork, Institute of Public Administration, Columbai University.
Henry Nicholas. (2007). Public Administration and Public Affair. New Jersey : Pearson Prentice Hall. Thomson Wadsworth.
Dessler, Gary. (2004). Human Resource Management: A framework of Human Resource Management. Upper Saddle River, NJ: Pearson-Prentice Hall, 2004.
Dye, Thomas R. (1984). Understanding Public Policy. 5th ed. New Jersey : Prentice Hall.
Easton, David. (1953). The Political System : An Inquiry into the State of Political Science. NewYork :South Western.
Easton, David (1953). The Political System. New York : Knopf.Gen, John Echeverri. (1992). “Between Autonomy and Capture : Embedding Government