การศึกษาการเคลื่อนไหวและยุทธวิธีในการเคลื่อนไหวทางสังคม ของกลุ่ม “ไม่เอาเขื่อนแก่งเสือเต้น”
Main Article Content
บทคัดย่อ
จากการศึกษาการเคลื่อนไหวและยุทธวิธีในการเคลื่อนไหวทางสังคมของกลุ่ม “ไม่เอาเขื่อนแก่งเสือเต้น” พบว่า ลุ่มแม่น้ำยมลุ่มน้ำยมเป็นลุ่มน้ำที่มีความสำคัญของภาคเหนือ มีป่าต้นน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ แต่ในช่วงฤดูแล้งมีปัญหาขาดแคลนน้ำ และมีปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง ต่อเนื่องถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำให้เกิดแนวคิดในการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นขึ้นมา จนนำมาสู่การเคลื่อนไหวของกลุ่มไม่เอาเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งสามารถจำแนกพัฒนาการเคลื่อนไหวของกลุ่มไม่เอาเขื่อนแก่งเสือเต้นออกเป็น 6 ช่วงตามสถานการณ์ทางการเมือง และการเคลื่อนไหว ได้แก่ ช่วงที่ 1 ปฐมบทของการเคลื่อนไหว (พ.ศ. 2532–2535) ช่วงที่ 2 การเคลื่อนไหวเชิงรุกของเครือข่ายกลุ่ม “ไม่เอาเขื่อนแก่งเสือเต้น” (พ.ศ. 2538- 2539) ช่วงที่ 3 “สามรัฐบาล” กับการเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้กับการผลักดันให้สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น (พ.ศ. 2540-2548) ช่วงที่ 4 การเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้กับนายกรัฐมนตรีชื่อ “สมัคร สุนทรเวช” (พ.ศ. 2551) ช่วงที่ 5 ต่อต้าน “เสธ.หนั่น” (พ.ศ. 2551-2553) และช่วงที่ 6 “อุทกภัย ปลอดประสพและการกลับมาของเขื่อน” การเคลื่อนไหวอีกระลอกของกลุ่มไม่เอาเขื่อนแก่งเสือเต้น (พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน)โดย องค์การเคลื่อนไหวมี 3 กลุ่ม ได้แก่ องค์กรเคลื่อนไหวซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น กลุ่มเครือข่ายองค์กรการเคลื่อนไหว และกลุ่มผู้เฝ้ามองที่ภายหลังได้เข้าร่วมเป็นองค์กรการเคลื่อนไหว ส่วนยุทธวิธีการเคลื่อนไหวสามารถจำแนกได้เป็น 12 ยุทธวิธี ตัวอย่างเช่น ยุทธวิธีการขัดขวาง ขัดขืนระบบการเมืองปกติ ด้วยการชุมนุมประท้วง และการขัดขืนขัดขวางไม่ให้ความร่วมมือในกระบวนการต่าง ๆ ของโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น ตลอดจนการพัฒนาอื่น ๆ ที่เข้ามาในชุมชน ยุทธวิธีการใช้ความรุนแรง ยุทธวิธีตามช่องทางระบบการเมืองปกติ ผ่านการยื่นจดหมาย/หนังสือ ทั้งเปิดผนึก และปิดผนึก การออกแถลงการณ์ ยุทธวิธีประกอบสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมชุมชนขึ้นมาใหม่ เป็นต้น ทั้งนี้เงื่อนไขความสำเร็จในการเคลื่อนไหว ได้แก่ เงื่อนไขด้านองค์กรการเคลื่อนไหวทางสังคม เงื่อนไขในเรื่องการระดมทรัพยากร และเงื่อนไขในเรื่องยุทธวิธีการเคลื่อนไหว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมชลประทาน. โครงการแก่งเสือเต้น จังหวัดแพร่. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2559, จาก http://irrigation.rid.go.th/rid4/Homepage%20oe49/Downloadseartent.htm
กุศล พยัคฆ์สัก. (2555). การเมืองวัฒนธรรมของคนหนุ่มสาวในการเคลื่อนไหวทางสังคม กรณีศึกษา: กลุ่มผู้นำหนุ่มสาวของเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ. วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บัณฑิตวิทยาลัย, สาขาวิชาการพัฒนาสังคม.
ประภาส ปิ่นตบแต่ง. (2552). กรอบการวิเคราะห์การเมืองแบบทฤษฎีขบวนการทางสังคม. เชียงใหม่: มูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.
มณีมัย ทองอยู่. (2557). แนวคิดทฤษฎีทางสังคมวิทยาด้วยขบวนการทางสังคม. ขอนแก่น: ศูนย์วิจัยพหุลักษณ์ลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มัทนา โกสุมภ์. (2549). กระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมของการเมืองภาคประชาชนในกรณีสวนสัตว์กลางคืน จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมศาสตรมหาบัณฑิต,มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บัณฑิตวิทยาลัย, สาขาวิชาการพัฒนาสังคม.
รติกร แก้วนุ้ย. (2547).ขบวนการทางสังคมระดับรากหญ้ากับการคัดค้านโรงไฟฟ้าบ่อนอก : ศึกษากรณี กลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บัณฑิตวิทยาลัย, สาขาวิชารัฐศาสตร์ (การปกครอง).
วิเชียร บุราณรักษ์. (2548). ขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชนศึกษากรณี: กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดอุดรธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะรัฐศาสตร์, สาขาการเมืองและการปกครอง.
Christiansen, Jonathan. (2015, August 14). Four Stages of Social Movements. Retrieved from https://www.ebscohost.com/uploads/imported/thisTopic-db Topic- 1248.pdf