ว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค: นโยบายสาธารณะ การเมือง สิทธิมนุษยชนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัย ว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค : นโยบายสาธารณะ การเมือง สิทธิมนุษยชน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลความรู้ที่เกิดขึ้นจากงานวิจัยย่อยในชุดโครงการวิจัย ว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค : นโยบายสาธารณะ การเมือง สิทธิมนุษยชน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในปีงบประมาณ 2561 ของวิทยาลัยการเมือง การปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ 2) เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนผลการวิจัยของวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีงบประมาณ 2561 โดยผลการวิจัย จากการจำแนกประเด็นได้แก่ นโยบายสาธารณะ การเมืองและสิทธิมนุษยชน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น พบว่า มีประเด็นความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคอีสาน ที่ถือได้ว่า เป็นกระแสสำคัญอันเป็นจุดร่วมที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน 5 มิติสำคัญ คือ ประเด็น 1) ความเป็นภูมิ ภาคาภิวัฒน์ 2) การร่วมกันรังสรรค์การพัฒนา 3) การพัฒนาในห้วงเสรีนิยมใหม่ 4) ความเข้าใจเรื่อง ภูมิรัฐศาสตร์ 5) การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและมุ่งสู่ความอยู่ดีมีสุข เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ในการนำไปพัฒนาแก้ไขปัญหาให้ทันบริบทสถานการณ์ และ ข้อเสนอแนะจากการวิจัยครั้งนี้ อันเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย คือ 1. จากการวิจัย ว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค: นโยบายสาธารณะ การเมือง สิทธิมนุษยชน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พบว่ามีประเด็นสำคัญ จากผลการวิจัยที่ตอกย้ำถึงความสำคัญ 5 ประการ สำคัญ ที่ผู้ที่มีส่วนในการกำหนดนโยบาย ออกแบบประเมินผล นโยบาย ไม่ว่าจะเป็น รัฐบาล ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้อง ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด ในการพัฒนาเชิงนโยบายสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การทำความเข้าใจ การออกแบบนโยบายเพื่อพัฒนาแก้ปัญหา เพื่อตอบสนองความเปลี่ยนแปลงความท้าทาย ที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากชุดวิจัยดังกล่าวคือ 1) ความเป็นภูมิภาคาภิวัฒน์ 2) การร่วมกันรังสรรค์การพัฒนา 3) การพัฒนาในห้วงเสรีนิยมใหม่ 4) ความเข้าใจเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ 5) การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและมุ่งสู่ความอยู่ดีมีสุข และ 2. จากการวิจัยดังกล่าวนั้น ทำให้เห็นถึงความจำเป็นในเชิงนโยบาย ในภูมิภาคอีสาน นั้น ว่า 5 ประเด็นที่เห็นได้ชัดจากการวิจัยนั้น ในการพัฒนาเชิงนโยบายในพื้นที่อีสานนี้นั้น ควรต้องให้น้ำหนักไป ที่ 5 ประเด็นนี้ 1) ความเป็นภูมิภาคาภิวัฒน์ 2) การร่วมกันรังสรรค์การพัฒนา 3) การพัฒนาในห้วงเสรีนิยมใหม่ 4) ความเข้าใจเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ 5) การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและมุ่งสู่ความอยู่ดีมีสุข ไปพร้อมๆกันเนื่องจากว่าประเด็นดังกล่าวแสดงให้เห็นปรากฏการณ์ ที่ชัดเจนและจำเป็นเร่งด่วน ในยุคปัจจุบัน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
โกวิทย์ พวงงาม. (2553). การจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: บพิธการพิมพ์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (ม.ป.ป.). การจัดการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง. สืบค้นจาก https://www.moe.go.th/moe/upload/news20/FileUpload/21432-6446.pdf
จุฑารัตน์ ชมพันธุ์. (2555). การวิเคราะห์หลัก “การมีส่วนร่วมของประชาชน”. ใน “The Public Participation Handbook: Making Better Decisions through Citizen Involvement” ในบริบทประเทศไทย. วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อม, 8(1), มกราคม - มิถุนายน 2555.
จุลชีพ ชินวรรโณ. (2557). โลกในศตวรรษที่ 21: กรอบการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จันทนี เจริญศรี. (2545). โพสต์โมเดิร์นกับสังคมวิทยา (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิภาษา.
ฉลอง สุนทราวาณิชย์. 2539. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังการเข้ามาของระบบอาณานิคม. เอเชียปริทัศน์, 7(2).
ชัยอนันต์ สมุทวณิช. (2557). แนวทางการศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองในสังคมประชาธิปไตย (Civic Education). กรุงเทพฯ: พี.เพรส.
ชัยอนันต์ สมุทวณิช. (2554). การศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองในสังคมประชาธิปไตย (Civic Education). สืบค้นจาก http://www.fpps.or.th/news.php?detail=n1298481970.news
ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์. (2548). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. ขอนแก่น: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
เติม วิภาคย์พจนกิจ. (2557). ประวัติศาสตร์อีสาน (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์
ทิพย์พาพร ตันติสุนทร. (2558). การศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง = Civic education for Thai society (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สถาบันนโยบายศึกษา,
ไทยรัฐออนไลน์. (2559). ที่สุดของชีวิต หมาก เล่นหนังสั้น ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ ไทยรัฐออนไลน์. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/content/790801
ไทยพับลิก้า. (2558). “อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์” ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านจินตนาการประเทศไทยต่อชนบท “ประชาธิปไตยบนความเคลื่อนไหว – unfinished project. สืบค้นจาก https://thaipublica.org/2015/12/attajak-settayanurak-1/
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และถวิลวดี บุรีกุล. (2548). ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (Participatory Democracy). กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
ปิยะพงษ์ บุษบงก์ และสุนทรชัย ชอบยศ. (2558). สถานะทุนทางสังคมที่สะท้อนความเป็นอีสานในชุมชนเมืองและบทบาทในการเสริมสร้างเมืองที่มีเอกลักษณ์และยั่งยืน: กรณีศึกษาชุมชนเมืองเก่าในอีสานกลาง. รายงานวิจัยเสนอแผนงานนโยบายสาธารณะเพื่อการพัฒนาอนาคตของเมือง.
ประจักษ์ ก้องกีรติ. (2548). และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ: การเมืองวัฒนธรรมของนักศึกษาและปัญญาชนก่อน 14 ตุลา. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ประจักษ์ ก้องกีรติ. (2556). 40 ปีราชาชาตินิยมประชาธิปไตย. ใน ย้ำยุครุกสมัย: เฉลิมฉลองสี่สิบปีสิบสี่ตุลา (หน้า 83-96). กรุงเทพฯ: มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย และ คณะกรรมการ 14 ตุลา เพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์.
พงษ์ศักดิ์ ฮุ่นตระกูล, คริสโตเฟอร์ บอลดิง, รีนา มาร์วาห์. (2558). โลกตื่น เมื่อเอเชียเปลี่ยน –The Global Rise of Asian Transformation. กรุงเทพฯ: โพสต์บุ๊กส์
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์. (2557). ก่อนจะถึงยุครัฐธรรมนูญ ฉบับต้านประชาชน. สืบค้นจาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1415698651
รัชวดี แสงมหะหมัด. (2557) . “ประสบการณ์จากการสร้างความเป็นพลเมืองในประเทศ (Civic Education: Experience in Thailand)”. ใน พลเมืองไทย : การสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย. ถวิลวดี บุรีกุล (บรรณาธิการ). กรุงเทพฯ: ส.เจริญ การพิมพ์ จากัด, 169-186.
รายงานการสัมมนา “บทบาทของการพัฒนาพลเมือง (Civic Education) เพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน: การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ไทยเยอรมนี” วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 จัดโดยสถาบันพระปกเกล้าร่วมกับ คณะรัฐศาสตร์ จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มลูนิธิ ฟรีดริค เอแบร์ท. ใน ศรัณยุ หมั้นทรัพย์. “การศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง : ฐานรากของการเมืองภาคพลเมือง”. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, (6), พฤษภาคม-สิงหาคม 2551, 101-115.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560. ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 ตอนที่ 40 ก. 6 เมษายน 2560.
วรรณวิภางค์ มานะโชติพงษ์. (2557). มองเหลือง-แดง ผ่านขั้วความคิดทางการเมือง. วารสารเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์, 32(3), 31-68.
สมชัย จิตสุชน. (2558). ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย:แนวโน้ม นโยบาย และแนวทางขับเคลื่อนนโยบาย. รายงานฉบับสมบูรณ์ส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเรื่อง ‘โมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศ’เสนอ ธนาคารแห่งประเทศไทย.
สถาบันนโยบายศึกษา ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมนโยบายศึกษา. (2557). แนวทางการศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองในสังคมประชาธิปไตย (Civic Education). กรุงเทพฯ: พี.เพรส
สำนักงานแผนและนโยบายพลังงาน กระทรวงพลังงาน. (2559). แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558 - 2579 (PDP2015). สืบค้นจากhttp://www.eppo.go.th/index.php/th/plan-policy/tieb/pdp
สำนักงานนโยบายและแผน กระทรวงพลังงาน. (2559). กฟผ.จัดทำยุทธศาสตร์และทิศทางการทำงาน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน. สืบค้นจาก http://www.eppo.go.th/index. phth/eppo-intranet/item/966-news-energy210359-1
อัญชนา ณ ระนอง. (2550). บทบาทของพื้นที่ประชาสังคม (Civic space) ในการเสริมสร้างพลังประชาชนผ่านการมีส่วนร่วม. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 5(พิเศษ). (การประชุมวิชาการรัฐประศาสนศาสตร์ระดับประเทศครั้งที่1). พฤษภาคม-สิงหาคม พ.ศ. 2550 เล่มที่ 1.
อรรถพล อนันตวรสกุล. (2560). การผลิตและพัฒนาครู: มองให้เห็นทั้งระบบก่อนคิดจะรื้อทิ้งทั้งระบบ Teacher Preparation and Development : Understanding Before Reconstructing the Whole System. วารสารครุศาสตร์, 45(2), 293-303.
อภิญญา เฟื่องฟูสกุล. (2561). อัตลักษณ์ การทบทวนทฤษฎีและกรอบแนวคิด (พิมพ์ครั้งที่ 2). เชียงใหม่: ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์. (2558). ข้อเสนอในการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น: ประวัติศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือ. ใน ธนาพล ลิมอภิชาติและสุวิมล รุ่งเจริญ (บรรณาธิการ). เจ้าพ่อประวัติศาสตร์จอมขมังเวทย์ รวมบทความเพื่อเป็นเกียรติในโอกาสครบรอบ 60 ปี ฉลอง สุนทราวาณิชย์. กรุงเทพฯ: สยามปริทัศน์.
อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2560). ประวัติศาสตร์สังคมล้านนา: ความเคลื่อนไหวของชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น (พิมพ์ครั้งที่ 2). พิษณุโลก: รัตนสุวรรณการพิมพ์.
เอนก เหล่าธรรมทัศน์. (2560). เมืองนิยม เมืองของไทยคือบ้านของเรา. นนทบุรี: ศูนย์ศึกษาเมืองและมหานคร มหาวิทยาลัยรังสิต.
เอนก เหล่าธรรมทัศน์. (2557). แปรถิ่นเปลี่ยนฐาน: สร้างการปกครองท้องถิ่นให้เป็นรากฐานของประชาธิปไตย (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Ansell, C., and A. Gash, 2007, Collaborative Governance in Theory and Practice, Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543-71.
Aristotle. (1999). Nicomachean Ethics. Translated by W. D. Ross. Kitchener: Batoche Books.
Adam, Z. (2004). Autonomy and capacity: State-centred approach to post-communist transition in central Europe. Working paper no. 40.
ADB. (2008). Energy Sector in the Greater Mekong Subregion (Asian Development Bank Ed.). Mandaluyong City, The Philippines: Asian Development Bank.
Ahmed, T., Mekhilef, S., Shah, R., Mithulananthan, N., Seyedmahmoudian, M., & Horan, B. (2017). ASEAN power grid: A secure transmission infrastructure for clean and sustainable energy for South-East Asia. Renewable and Sustainable Energy Reviews, 67, 1420-1435.
Ansell, C. (2000). The Networked Polity: Regional Development in Western Europe. An International Journal of Policy and Administration, 13(3), 303-333. doi:10.1111/0952 1895.00136
Bunyavejchewin, P. (2010). Constructing the ‘Red’ Otherness: The Role and Implications of Thainesson Polarised Politics. ASEAS - Austrian Journal of South-East Asian Studies, 3(2), 241-248.
Donahue, J. (2004). On CollaBorative Governance. Working Paper No.2. Boston: John F. Kennedy School of Government, Harvard University
Easton, D. (1957). An Approach to the Analysis of Political Systems. World Politics, 9(3), 383-400.
Elize S.van Eeden. (2012). Regional, local, urban and rural history as nearby spaces and places: Historiographical and methodological reflections. New Contree, (63), (January 2012).
European Commission. (2013). Co-creating European Union Citizenship Policy review. Luxembourg: Publications Office of the European Union.
Fung, A. and Wright, E. O. (2003). Deepening Democracy: Institutional Innovations in Empowered Participatory Governance. New York: Verso.
Frederickson, H.G. and Ghere, R.K., eds. (2005). Ethics in Public Management. New York: M.E.
Hall, Stuart. (2007). Encoding, Decoding. In The Cultural Studies Reader (pp. 90-103). London and New York: Routledge.
Pierre, J. (ed.). (2000). Debating Governance: Authority, Steering, and Democracy. New York: Oxford University Press.
Peters, G., J. Torfing, J. Pierre, and E. Sorensen. (2012). Interactive Governance: Advancing the Paradigm. Oxford: Oxford University Press.
Plant, J.F. (2001). “Codes of Ethics” in T.L. Cooper, ed. Handbook of Administrative Ethics. New York: Marcel Dekker, Inc.
Rhodes, R. A. W. (2012). “Waves of Governance.” Oxford Handbook of Governance, Levi- Faur, D., ed. Oxford: Oxford University Press.
Roser, Thorsten and Alain Samson. (2009). “Co-creation: New pathways to value, An overview,” promise. LSE Enterprise, London.
Yoder, D.E. and Denhardt, K.G. (2001). “Ethics Education in Public Administration and Affaires: Preparing Graduates for Workplace Moral Dilemmas” in T.L. Cooper, ed. Handbook of Administrative Ethics. New York: Marcel Dekker, Inc.
Zhou, Y., Yang, X., Parker, R., & Steffens, P. (2010). Regional innovative capacity in china: From the perspective of embedded autonomy. Entrepreneurship, Innovation and Strategy, 10(1), 1-24.