ความต้องการในการพัฒนาตนเองของบุคลากรสายวิชาการ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความต้องการในการพัฒนาตนเองของบุคลากรสายวิชาการ สังกัดวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาในการพัฒนาตนเองของบุคลากรสายวิชาการ สังกัดวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 3) เพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในการพัฒนาตนเองของบุคลากรสายวิชาการ สังกัดวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แนวคำถามในการสนทนากลุ่มและแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหาในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยทำการศึกษาบุคลากรสายวิชาการของวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งประกอบไปด้วยอาจารย์ทั้งสิ้น จำนวน 36 คน อาจารย์ที่ลาศึกษาต่อระดับปริญญาเอก จำนวน 10 คน อาจารย์ที่ปฏิบัติงานจริง 26 คน จากการวิเคราะห์ พบว่าความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรสายวิชาการ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาการสอน การศึกษาต่อ การสนับสนุนการปฏิบัติงานวิจัย การสนับสนุนเข้าประชุมและนำเสนอผลงานทางวิชาการ และการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ พบว่า 1) ความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรสายวิชาการ บุคลากรมีความต้องการในด้านการสนับสนุนการปฏิบัติงานวิจัยในระดับมาก ( =4.11, S.D.=0.79) โดยมีความต้องการให้หน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุนการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย 2) สภาพปัญหาในการพัฒนาตนเองของบุคลากรสายวิชาการ พบว่าภาระการสอนที่มากจนเกินไป มีความซับซ้อนในการปฏิบัติงานที่นอกเหนือจาการสอน งบประมาณที่ใช้ในการพัฒนาตนเอง การผลิตและเผยแพร่ผลงานวิชาการยังขาดแรงจูงใจและงบประมาณในการสนับสนุนในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและการตีพิมพ์ในต่างประเทศยังไม่เพียงพอ ส่วนข้อมูลจากการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า บุคลากรสายวิชาการมีความต้องการตนเองในทุกด้าน แต่ส่วนมากพบปัญหาอุปสรรคเรื่องภาระงาน ทั้งภาระงานด้านการสอน ภาระงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงาน และบุคลากรสายวิชาการ ยังมีกังวลใจในศักยภาพของตนเองและภาระค่าใช้จ่ายในด้านการศึกษาต่อ รวมถึงต้องการให้มีระบบพี่เลี้ยง ในการพัฒนาตนเองด้านการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ทั้งนี้ จากผลการศึกษานี้จะเป็นแนวปฏิบัติในการนำแนวทางข้อเสนอแนะต่างๆไปใช้ในการปรับหรือจัดทำนโยบาย ให้สอดคล้องกับปัญหาของบุคลากรในสายวิชาการต่อไป
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชุติญา สระกาง. (2559). ความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์. การศึกษาค้นคว้าอิสระ รป.ม. (นโยบายสาธารณะ) มหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ประภาพร กุลณวงค์. (2553). ความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรสายสนับสนุนงานด้านวิชาการคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. การศึกษาค้นคว้าแบบอิสระศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต. เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ปราณี รามสูต และจำรัส ด้วงสุวรรณ. (2545). พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน. กรุงเทพฯ: สถาบันราชภัฏธนบุรี.
มนสิช สิทธิสมบูรณ์. (2550). ระเบียบวิธีวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 8). พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยนเรศวร.
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2546). บริหารงานบุคคลภาครัฐ (พิมพครั้งที่ 16). นนทบุรี : สาขาวิชารัฐศาสตร มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วาสนา จันทร์จ่าย. (2553). การศึกษาปัจจัยบางประการที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาตนเองของ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การวิจัยและสถิติทางการศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วิเชียร วิทยอุดม. (2552). การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ธนธัชการพิมพ์.
สุนิษา กลึงพงษ์. (2556). ความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรสายปฏิบัติการ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สุปราณี ศรีฉัตราภิมุก และคนอื่นๆ. (2544). บริษัทข้ามชาติกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. กรุงเทพฯ: สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สุรีย์ เล็งทุมเสริมกิจ. (2554). ความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรในสังกัดเทศบาลตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. การศึกษาค้นคว้าอิสระ รป.ม. (รัฐประศาสนศาสตร์). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์.
อนิวัช แก้วจำนง. (2552). การจัดการทรัพยากรมนุษย์. สงขลา: นำศิลป์โฆษณา.
อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์. (2551). กลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. กรุงเทพฯ: เอช อาร์ เซ็นเตอร์.