ปัจจัยและแนวทางการธำรงรักษาพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ ในมหาวิทยาลัยของรัฐภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

Main Article Content

จีรศักดิ์ โพกาวิน
สุมิตร สุวรรณ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอปัจจัยและแนวทางการธำรงรักษาพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการในมหาวิทยาลัยของรัฐภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามจำนวน 300 ชุด จากพนักงานมหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และแบบสัมภาษณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ และการวิเคราะห์เนื้อหาผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการธำรงรักษา ได้แก่ ผลตอบแทน ผู้บังคับบัญชา ลักษณะงาน และนโยบายการบริหารงานของมหาวิทยาลัย สามารถอธิบายการคงอยู่ของพนักงานมหาวิทยาลัยได้ร้อยละ 62 ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการธำรงรักษามากที่สุด คือ นโยบาย การบริหารงานของมหาวิทยาลัย เท่ากับ 0.359 สำหรับแนวทางการธำรงรักษาพนักงานมหาวิทยาลัย เรียกว่า DIY Model ประกอบด้วย การลดปัจจัยที่เป็นแรงผลักดันให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาออก การเพิ่มปัจจัยที่เป็นแรงดึงดูดให้พนักงานมหาวิทยาลัยคงอยู่ และการยอมกันคนละครึ่งทางเพื่อ ความเป็นไปได้ในการบริหาร

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โพกาวิน จ., & สุวรรณ ส. (2019). ปัจจัยและแนวทางการธำรงรักษาพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ ในมหาวิทยาลัยของรัฐภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. Journal of Politics and Governance, 9(1), 39–54. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jopag/article/view/193733
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กัลยา ยศคำลือ. (2553). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์, มหาวิทยาลัย
ราชภัฎเลย.
วัฒนะ พรหมเพชร และจิระวัฒน์ ตันสกุล. (2554). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน มหาวิทยาลัยตำแหน่งวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี . 22(3), 346-347.
สมิต สัชฌุกร. (2550). การธำรงรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพ. วารสารส่งเสริมเทคโนโลยี. กรุงเทพฯ: สารสนเทศการจัดการ.
สุมิตร สุวรรณ. (2552). การจัดระบบเงินเดือนและสวัสดิการเพื่อการพัฒนาองค์กรสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ: บทสะท้อนจากพนักงานมหาวิทยาลัย. สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
อรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง. (2549). การบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท.
Analoui, F. (2007). Strategic Human Resource Management. Thomson, Australia
Cappelli, R. (2002). Understanding the determinants of employer use of selection methods. Personnel Psychology , 56 , 103 – 124 .
Cowie, J. (2004). Putting Business Research methods. Business Education Support Team Workshop at Queen Margaret’s University College. Edinburgh: Queen Margaret’s University College.
Crandall, N.F. and M.J. Wallace. (2002). HR strategy in virtual organisations. In Heneman and Greenberger. op. cit., pp.33-35.
Dibble, S. (1999). Keeping your valuable employees. New York: John Wiley and Sons.
Griffeth, R. W., P. W. Hom and S. Gaertner. (2000). A Meta-Analysis of Antecedents and Correlates of Wmployee Turnover: Update, Moderator Test, and Research Implications for the Next Milennium. Journal of Management 26 (3), 463-468.
Herzberg, F. (1968). One More Time: How Do You Motivate Employees?. Harvard Business Review 46 (1), 53-62.
Mathis, R. L. and Jackson, J. H. (2004). Human resource management. 10th ed. Singapore: Seng Lee Press.
______. (2007). Human resource management: Essential Perspectives. 4th ed. Thomson South-Western, a part of The Thomson Corporation Thomson, Canada.
Mondy, R. W., Noe, R. M., and Mondy, J. B. (2005). Human resource management. 9th ed. New Jersey: Pearson Education.