แนวทางการพัฒนาเยาวชนให้เป็นนักสื่อสารเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจสถานการณ์การท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ของชุมชน ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาเยาวชนให้เป็นนักการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ การเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านนิเทศศาสตร์และการจัดการท่องเที่ยว ผู้นำชุมชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวร่วมกับการสังเกตการณ์ สามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ สถานการณ์ท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์พบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแถบตะวันตกและชาวไต้หวันมาท่องเที่ยวมากกว่าชาวไทย โดยนักท่องเที่ยวทั้งสองกลุ่มมีจุดประสงค์เพื่อต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวทั้งเชิงธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ เพราะเป็นพื้นที่ที่มีคนชาติพันธุ์หลากหลายชนเผ่า จึงมีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมประเพณีและชาติพันธุ์สูง ซึ่งชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวทั้งพักค้างคืนและไม่ค้างคืน ผ่านบริษัททัวร์นำเที่ยวและมาด้วยตัวเองในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยมาเที่ยวด้วยตัวเอง โดยแวะเป็นทางผ่านเพื่อไปจุดหมายปลายทางอื่น โดยพบปัญหาของการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ คือ นักท่องเที่ยวมิได้มีความตั้งใจที่จะมาท่องเที่ยว เพียงแต่เป็นทางผ่านเท่านั้น วิถีการดำรงชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไป ขาดการสร้างจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชาติพันธุ์ อีกทั้งพบว่ามีการจัดการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ที่คล้ายกัน ตลอดจนขาดการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักจากหน่วยงานภาครัฐและคนในท้องถิ่น สำหรับแนวทางการพัฒนาเยาวชนให้เป็นนักการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ คือ การพัฒนาเยาวชนให้ตระหนักถึงเอกลักษณ์ชาติพันธุ์ที่ควรอนุรักษ์ไว้ พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร พัฒนาทักษะการผลิตเนื้อหาสารและการเผยแพร่ พัฒนาทักษะนักสื่อสารชุมชน และพัฒนาทักษะอื่น ๆ เช่น ภาษาอังกฤษหรือจีน
Article Details
ทัศนะและข้อคิดเห็นของบทความที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
Chai Prasit, Kosit. (2011). Royal Project: Ethnic Diversity. Retrieved 03 16, 2018, from https://www.research.cmru.ac.th/2014/ris/resout/arc/NRCT-1-HUSO-1-54.pdf.
Chiang Rai Provincial Statistical Office City Hall, Chiang Rai Tourist Statistics 2016. (2016). Chiang Rai Tourist Statistics 2016. Retrieved 03 16, 2018,
from https://www.chiangrai.net/dashboard19.
Ishiyakul, Raanee. (2003). Introduction to Tourism and Tourism Industry. Unit 8-15. Nonthaburi: Sukhothai Thammathirat Open University Department of Management Science.
Madhyamapurush, Warach. (2009). A Management Model of Longstay Tourism for Japanese Tourists in Chiangmai Province. (Doctor of Philosophy in Administrative Science). Maejo University, Chiangmai.
Mattayomsook, Natkitta. (2016). Participatory Communication in The 4DS-A Campaign by Tonkla Nakhonnayok Youth Club-At Khao Yai National Park.
Journal of Environment Management, 12(2), 42-63.
Miller, G. (1951). Language and Communication. New York: McGraw-Hill.
National Statistical Office, Internet usage of teenagers. (2013). Internet Usage of Teenagers 2013. Retrieved 03 16, 2018,
from https://www.nso.go.th/sites/2014en.
Nindum, Sermsiri, et al. (2017). The Development of Ethnic Traveling Routes in Chiang Rai Province. Phranakhon Rajabhat University Research Journal, Humanities and Social, 12(1), 26-37.
Nopparat, Noppadon. (2008). Community participation Development of sustainable tourism: A case study of Wiang Tai Subdistrict, Pai District, Mae Hong Son Province. Retrieved 03 16, 2018, from https://dric.nrct.go.th/Search/SearchDetail/197977
Prachuap, Chaweewan. (2004). The Ethnographic / Cognitive Approach Approach. Bangkok: Sirindhorn Anthropological Center. (Public Organization).
Promsoontorn, Warattaya. (2012). Opinions of Children and Youth on the Importance of Social Problems: A Case Study of Children and Youth in Sonkhla Province. Retrieved 03 16, 2018, from https://library1.nida.ac.th/termpaper6/sd/2555/19809.pdf.