เพลงซอล้านนาพื้นบ้านจังหวัดเชียงราย กับการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุคโลกาภิวัตน์สื่อ
Main Article Content
บทคัดย่อ
เพลงซอมีการปรับตัวตามกระแสโลกาภิวัตน์ของสื่อ แบ่งออกเป็น 3 ยุค ได้แก่ยุคเพลงซอแบบดั้งเดิม ยุคเพลงซอปะทะสื่อมวลชน และยุคเพลงซอแบบประยุกต์ ในการปรับตัวแต่ละยุคเมื่อศึกษาตามคุณลักษณะทั้ง 6 ด้าน ซึ่งประกอบด้วย ด้านรูปแบบและเนื้อหา ด้านกระบวนการสื่อสารในการแสดง ด้านบทบาทหน้าที่ ด้านการต่อรอง ด้านเครือข่าย และด้านการบริหารจัดการ มีข้อค้นพบที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับในรูปแบบการปรับประสานและมีการเพิ่มบทบาทหน้าที่ใหม่ ทำให้เพลงซอยังคงยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางกระแสที่เชี่ยวกรากของโลกาภิวัตน์ โดยที่ผ่านมาเพลงซอเป็นการปรับตัวโดยเจ้าของวัฒนธรรมตามธรรมชาติ(by nature) ที่ไร้ทิศทางชัดเจน และจำกัดในระดับบุคคล ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสืบทอด เนื่องจากอาจเกิดการผิดเพี้ยนและสูญหายได้ในอนาคต ดังนั้นแนวทางในการปรับตัวสืบทอดควรจะต้องมีการวางแผน(by plan)โดยพิจารณาให้ครบถ้วนตามองค์ประกอบของการสื่อสาร ได้แก่ ผู้สืบทอดทั้งช่างซอและผู้ชม เนื้อหาที่สืบทอด การส่งเสริมและเพิ่มช่องทาง/วาระโอกาส ทั้งนี้แนวทางที่นำเสนอคือ การรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการปรับประยุกต์ การปรับประสานโดยคำนึงถึงแก่นที่ต้องยึดมั่นไว้ การสืบทอดศิลปินช่างซอและผู้ชมระดับคุณภาพ การสานสัมพันธ์ระหว่างสื่อการแสดง สื่อวัตถุ และสื่อพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงซอ และการรักษาบทบาทหน้าที่เดิมรวมถึงการเพิ่มบทบาทหน้าที่ใหม่ให้สอดรับกับสังคมปัจจุบัน เพื่อความยั่งยืนของสื่อพื้นบ้าน
Article Details
ทัศนะและข้อคิดเห็นของบทความที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา แก้วเทพ, พระณรงค์ ขตติโย, พระมหาบุญช่วย สิรินธโร, ภัสวลี นิติเกษตรสุนทร และสมสุข หินวิมาน. (2549). สื่อพื้นบ้านแข็งแกร่ง สุขภาวะชุมชนเข้มแข็ง. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กาญจนา แก้วเทพ. (2549). เมื่อสื่อส่องและสร้างวัฒนธรรม.กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ศาลาแดง. กรพินท์ สุนทรนนท์. (2551). ศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการคณะโนรา.วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, วิทยาลัยนวัตกรรม. ขนิษฐา นิลผึ้ง. (2549). การวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของสื่อพื้นบ้าน:ศึกษากรณีปูนปั้น จังหวัดเพชรบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. คณะวารสารศาสตร์และ สื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ฆัสรา ขมะวรรณ. (2537). แนวความคิดของเรย์มอนด์ วิลเลี่ยมในวัฒนธรรมศึกษาและ การวิเคราะห์วัฒนธรรม.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต.คณะสังคมวิทยาและ มานุษยวิทยา. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. จรรย์สมร แก้วสุข. (2549). ขนบในการแสดงและลักษณะการเปลี่ยนแปลงการแสดงโนราในภาคใต้ตอนล่าง. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ. ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. (2547). วัฒนธรรมและไทยในขบวนการเปลี่ยนแปลงสังคม. พิมพ์คร้ังที่ 5.กรุงเทพ:โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชุมเดช เดชภิมล. (2531). การศึกษาสื่อพื้นบ้าน “หนังประโมทัย” ในจังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม ดุสิต รักษ์ทอง. (2539). การอนุรักษ์และพัฒนาหนังตะลุงตามทัศนะของนายหนัง. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ. ดำริห์ การควรคิด. (2551). การศึกษาหนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง.วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต.คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ทิพย์พธู กฤษสุนทร. (2550). การวิเคราะห์การปรับตัวของสื่อพื้นบ้าน : กรณีศึกษา เพลงโคราช จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์. นิธิมา ชูเมือง. (2544). การปรับตัวของสื่อพื้นบ้านโนราในสังคมไทย. วิทยานิพนธ์ นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาการประชาสัมพันธ์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประยุทธ วรรณอุดมและคณะ. (2547). ศักยภาพและกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อการพัฒนา ท้องถิ่นแบบสาระบันเทิงของหมอลำ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ประยุทธ วรรณอุดม. (2549). กระบวนการต่อรองของหมอลำและผู้ชมหมอลำที่มีต่อ บทบาทและอิทธิพลของระบบอุตสาหกรรมวัฒนธรรม. วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปรีดา นคเร. (2549). แนวทางการส่งเสริมหนังตะลุงสำหรับกลุ่มผู้รับสารวัยรุ่นในจังหวัดสงขลา. วิทยานิพนธ์วารสารศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. พิพัฒน์พงศ์ มาศิริ. (2549). ป๊อดฆ้อง วงปี่พาทย์ล้านนาในบริบทสังคมเชียงใหม่ปัจจุบัน. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง. รจเรศ ณรงศ์ราช. (2548). สื่อมวลชนกับการปรับแปลงของสื่อพื้นบ้าน. วิทยานิพนธ์ นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต ภาคสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. ลัดดา จิตตศุตตานนท์. (2552).การวิเคราะห์การสื่อสารเชิงวัฒนธรรมเพื่อการดำรงอยู่และสืบทอดประเพณีบูชาอินทขิล. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาสื่อสารมวลชน คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ศตนันท์ แคนยุกต์. (2552). การสื่อสารกับการสืบทอดและการปรับตัวของสื่อพื้นบ้าน ตีโพน:ศึกษากรณีชุมชนบ้านไสหมาก ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง.วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์. สมฤทธิ์ลือชัย. (2534). ความตระหนักของช่างซอในบทบาทนักสื่อสารเพื่อการพัฒนา. วิทยานิพนธ์วารสารศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สร้อยสุดา ภิราษร. (2545). การวิเคราะห์บทซอของพ่อครูศรีทวน สอนน้อย.วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัย ราชภัฏเชียงราย. สรัสวดี อ๋องสกุล. (2539). ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ:อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง. สิริกร ไชยมา. (2543). ซอ. เพลงพื้นบ้านล้านนา ภูมิปัญญาชาวเหนือ(พิมพ์ครั้งที่ 2). แพร่:โรงพิมพ์แพร่ไทยอุตสาหการพิมพ์.
สิรินุช วงศ์สกุล. (2544). การคงอยู่ของเพลงพื้นบ้าน(ซอ)ในจังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษานอกระบบ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สุชาดา พงศ์กิตติวิบูลย์. (2551). การสืบทอดสื่อพื้นบ้านเท่งตุ๊ก จ.จันทบุรี เพื่อเสริมสร้าง ความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน. วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. สมสุข หินวิมาน. (2547). ทฤษฎีสำนักวัฒนธรรมศึกษา. เอกสารประกอบการสอนชุด ปรัชญานิเทศศาสตร์และทฤษฎีการสื่อสาร. นนทบุรี: สำานักพิมพ์มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช. ภาษาอังกฤษ Durkheim, E. (1915). The Elementary Form of the Religion Life. London:George Allen & Unwin Ltd. Hobsbawm, E.& Roger, T. (1983). The Invention of Tradition.Cambridge University Press.England. Kato Hidetoshi(1977). “Pop Culture” in D. Lerner& L.M.Nelson(eds). Communiation Research: a Half Century Appraisal. The UniversityPress of Hawaii. O’Conner, A. (2006). Raymond Williams. Lanham: Rowman & Littlefield. William, R. (1961). The Long Revolution. Harmonsworth:Penguin. William, R. (1961). Television,Technology and Cultural Form. London:Fontana.