ความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่มีต่อกิจกรรมรับผิดชอบสู่สังคม กรณีน้ำมันรั่วในทะเลเกาะเสม็ด ตำบลบ้านเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ของบริษัท การปิโตรเลียม แห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน)

Main Article Content

กรชัยนันท์ นันทะโกมน
เสริมศิริ นิลดำ

บทคัดย่อ

 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่มีต่อกิจกรรมรับผิดชอบสู่สังคม กรณีน้ำมันดิบรั่วในทะเลเกาะเสม็ด ตำบลบ้านเพ อำเภอเมือ จังหวัดระยอง ของกลุ่มบริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) และเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างลักษณะประชากรกับความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่มีต่อกิจกรรมรับผิดชอบสู่สังคม กรณีน้ำมันดิบรั่วในทะเลเกาะเสม็ด ตำบลบ้านเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ของกลุ่มบริษัทการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เป็นการศึกษาเชิงปริมาณด้วยการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ประชากรในการศึกษาในครั้งนี้ คือ ประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตตำบลบ้านเพอำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ การทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง (Independent t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-way ANOVA) และการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยวิธีของ Scheffe' ผลการศึกษา พบว่าการเปิดรับเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมรับผิดชอบสู่สังคม กรณีน้ำมันดิบรั่วในทะเลเกาะเสม็ด ตำบลบ้านเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ของกลุ่มบริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน)โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า สื่อที่รับรู้บ่อยสูงสุด คือ สื่อด้านโทรทัศน์ รองลงมา คือ การประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสาย / หอกระจายข่าว และต่ำที่สุด คือ สื่อด้านนิตยสารในด้านการรับรู้เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ส่วนใหญ่รับรู้เกี่ยวกับกิจกรรมการเก็บกู้คราบน้ำมันในทะเลและเกาะเสม็ดรองลงมา คือ กิจกรรมการเก็บกู้คราบน้ำมันบนชายหาดเกาะเสม็ด และต่ำที่สุด คือ กิจกรรมการฟื้นฟูปะการังในทะเลเกาะเสม็ด ความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่มีต่อการดำเนินกิจการของกลุ่มบริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ กลุ่มบริษัท ปตท. มีนโยบายในการดูแลกรณีที่น้ำมันหลุดรั่วในทะเลอย่างเข้มงวดอยู่ในระดับมากที่สุด กลุ่มบริษัท ปตท. มีการแก้ปัญหากรณีที่น้ำมันรั่วในทะเลอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ และต่ำที่สุด คือ กลุ่มบริษัท ปตท. ได้ทำกิจกรรมสู่สังคมตลอดทั้งปี ส่วนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อกิจกรรมรับผิดชอบสู่สังคม กรณีน้ำมันดิบรั่วในทะเลเกาะเสม็ด ตำบลบ้านเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ กิจกรรมรับผิดชอบสู่สังคมของกลุ่มบริษัท ปตท. ทำให้ชุมชนมีความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น รองลงมาคือ กิจกรรมรับผิดชอบสู่สังคมของกลุ่มบริษัท ปตท. เป็นกิจกรรมที่กลุ่มตัวอย่างสามารถนำไปปฏิบัติได้ และต่ำที่สุด คือ กิจกรรมรับผิดชอบสู่สังคมของกลุ่มบริษัท ปตท.เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อสังคม การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างลักษณะประชากรกับความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่มีต่อกิจกรรมรับผิดชอบสู่สังคม กรณีน้ำมันดิบรั่วในทะเลเกาะเสม็ด ตำบลบ้านเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ของกลุ่มบริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) จำแนกตามที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือน พบว่า แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
นันทะโกมน ก., & นิลดำ เ. (2018). ความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่มีต่อกิจกรรมรับผิดชอบสู่สังคม กรณีน้ำมันรั่วในทะเลเกาะเสม็ด ตำบลบ้านเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ของบริษัท การปิโตรเลียม แห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน). วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 10(1), 158–192. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jmscrru/article/view/125894
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

กรชัยนันท์ นันทะโกมน

  *นักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต (นิเทศศาสตร์ กลุ่มวิชาการสื่อสารการตลาด) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (2557)

เสริมศิริ นิลดำ

**นิเทศศาสตรดุษฏีบัณฑิต (นิเทศศาสตร์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2551). ปัจจุบันเป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ประจำโปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

เอกสารอ้างอิง

จินตนา บุญบงการ. (2544). การจัดการเชิงกลยุทธ์.กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยูเคชั่น. ณัฐชรินธร อภิวิชญ์ชลชาติ. (2551). การศึกษาให้ความหมาย รูปแบบ และกลยุทธ์การดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน).
กรุงเทพมหานคร: สหธรรมิก. พักตร์ศุภางค์ ศรีสวัสดิ์. (2554). ความสัมพันธ์ระหว่างความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) กับภาพลักษณ์องค์กรของเครือซีเมนต์ไทย (SCG) ในมุมมองของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร.กรุงเทพมหานคร:ไอคอนพรินติ้ง. พัชนี นิวัฒเจริญชัยกุล. (2546). การมีส่วน
ร่วมรับผิดชอบต่อสังคมของพนักงานบริษัทเทเลคอมเอเชีย คอร์ ปอเรชั่น จากัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร. เพ็ญสุดา ประถมกรึก. (2545). ระดับการเชื่อมโยงการตลาดเชิงกิจกรรมและตราสินค้ากับทัศนคติภาพลักษณ์ต่อการตลาดเชิงกิจกรรม. กรุงเทพมหานคร:จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย. รุ่งทิวา แซ่ตั้ง. (2550). กลยุทธ์การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของตราสินค้าบรีส(CORPORATE SOCIAL RESPONIBILITY STRATEGY OF BREEZE). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. วศินี นพคุณ. (2551).กลยุทธ์การสื่อสารเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและการมีส่วนร่วมของชุมชนด้านสิ่งแวดล้อม ของอุตสาหกรรมพลังงาน. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิเชียร เกตุสิงห์. (2537). คู่มือการวิจัย : การวิจัยเชิงปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย.
วิภาดา วีระสัมฤทธิ์. (2553).ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) ที่มีผลต่อความจงรักภักดีของลูกค้าของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์ วิส จำกัด (มหาชน). กรุงเทพมหานคร: สหธรรมิก. เสรีวัฒน์ เพ็ชรดิษฐ์. (2553).การศึกษาทัศนคติผู้บริโภคธุรกิจพลังงานกับการทำกิจกรรม
ความรับผิดชอบต่อสังคม: กรณีศึกษาผู้บริโภคธุรกิจพลังงาน ปตท. ในบริเวณรอบนิคมอุตสาหกรรมมาตตาพุด. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. เหตุท่อส่งน้ำมันดิบ PTTGC รั่วไหลกลางทะเล จังหวัดระยอง. สืบค้นเมื่อ 27 สิงหาคม 2556 จากhttp://www.thairath.co.th/content/365745.