การพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมา และอำนาจหน้าที่ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน และศึกษาบทบาทความสัมพันธ์ระหว่างกำนันผู้ใหญ่บ้าน กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งศึกษาความต้องการรูปแบบการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพ ตลอดจนศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผลการศึกษาพบว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงวางรากฐานบทบาท อำนาจหน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน จึงควรมีการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ องค์การปกครองท้องถิ่น กระทรวง กรมกองที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีภารกิจหลากหลายรูปแบบ ทำให้การประสานงานไม่ครอบคลุมทั่วถึง และไม่มีบทบาทในการร่วมปฏิบัติภารกิจกับหน่วยงานภาครัฐในทุกระดับ การส่งเสริมศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยสร้างรูปแบบและทางเลือกในการส่งเสริมบทบาท อำนาจ หน้าที่ การมอบทุนสนับสนุนการศึกษาหรือฝึกอบรม ในสถาบันภาครัฐและเอกชนทุกแห่ง หรือโดยกรมการปกครอง เน้นเนื้อหาหลักสูตรฝึกอบรม ด้านการบริหาร การดูแลที่สาธารณะประโยชน์ ความรู้กฎหมายการปกครอง จัดทำคู่มือการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักธรรมาภิบาล รวมทั้งการทัศนศึกษาในองค์กรท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จ หรือต่างประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่า การจัดระบบสวัสดิการในรูปแบบบำเหน็จบำนาญหลังเกษียณอายุเป็นปัจจัยจูงใจประการหนึ่งที่ส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จึงมีข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ คือ จัดระบบความร่วมมือระหว่างกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการในการปฏิบัติหน้าที่ เร่งสร้างความชัดเจนในการคงอยู่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผลสรุปการวิจัยเป็นข้อเสนอแนะในมุมมองของผู้นำท้องถิ่นต่อกรมการปกครองเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป
Article Details
ทัศนะและข้อคิดเห็นของบทความที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ. (2555). รายงานการวิจัยปัญหากฎหมายเกี่ยวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน. กรงเทพฯ: กรมการปกครอง, กระทรวงมหาดไทย.
Krejcie, R.V., & Morgan, D.W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3), 607-610.
McClelland, D.C. (1973). “Testing for Competence rather than for Intelligence”. American Psychologist. 28(1), 1-14.
Spencer M. Lyle and Spencer M. Signe. (1993) Competency at work: Models for Performance. USA.: John Wiley & Sons.
Boam, R. and Sparrow, P. (1992). Designing and Achieving Competency: a competency-based approach to developing people and organization. London: McGraw-Hill.
David D.D., William R.J. (2004). Competency-Based Human Resource Management. Davies-Black Publishing, California.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2550). นิยามใหม่การบริหารทรัพยากรบุคคล. กรุงเทพฯ : แอร์บอร์นพรินต์.
Millet, J.D. (1954). Management in The public service. New York: McGraw Hill Book.
Simon, H.A. (1960), Admnistrative behavior. New York : Mcmillan.
ธานินทร์ สุทธิกุญชร. (2543). ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานฝ่ายการพนักงาน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน). วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ติน ปรัชญพฤทธิ์. (2536) ศัพท์รัฐประศาสนศาสตร์. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Maslow, Abraham. (1970). Motivation and Personality. New York: Harper and Row Publishers.
สมพิศ สุขแสน. (2556). เทคนิคการทำงานให้มีประสิทธิภาพ. สืบค้นจาก https://bongkotsakorn. wordpress.com/2013/06/06/เทคนิคการทำงานให้ประสบความสำเร็จ/.
Sims, R.R. (2007). Human resource management: Contemporary issues, challenges, and opportunities. Charlotte, NC: Information Age.
Dessler, G. (2005). Human resource management. 10th ed. Upper Saddle River, NJ: Pearson Education.
Yorks, L. (2005). Strategic human resource development. Upper Saddle River, NJ: Thomson South-Western.
Kossek, E.E., and Block, R.N. (2002). Managing human resource in the 21st century: From core concepts to strategic choice. Cincinnati, OH: South-Western College.