การพัฒนาพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น กรณีศึกษา : พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น กรณีศึกษา พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) จัดการระบบสารสนเทศพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก 2) พัฒนาพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ดิจิทัล และ 3) เผยแพร่พิพิธภัณฑ์ดิจิทัล พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก ในรูปแบบออนไลน์ มีวิธีดำเนินการวิจัย ด้วยการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลด้านเนื้อหาและภาพประกอบเพื่อนำมาพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ดิจิทัล ทดสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาและด้านเทคนิคการออกแบบ แล้วจึงนำไปเป็นเครื่องมือในการสำรวจความพึงพอใจจากกลุ่มตัวอย่าง ผลจากการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ได้วิเคราะห์และสรุปข้อมูลสารสนเทศพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก ออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) ประวัติความเป็นมาการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ 2) เครื่องมือเครื่องใช้บนเรือน 3) เครื่องใช้ในครัว 4) เครื่องมือล่า ดัก จับ สัตว์ อุปกรณ์ดักจับสัตว์ 5) เครื่องมือเครื่องใช้ทางการเกษตร ผลการประเมินประสิทธิภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านเนื้อหาและด้านเทคนิคการออกแบบอยู่ในระดับมาก ( = 4.12, S.D. = 0.89) ผลการประเมินความพึงพอใจโดยกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมาก (
= 4.18 , S.D. = 0.81) จึงสามารถสรุปได้ว่า พิพิธภัณฑ์ดิจิทัล พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการนำเสนอด้วยภาพถ่ายพาโนรามา 360 องศา เนื้อหาประกอบด้วยข้อความ ภาพนิ่ง กราฟิก ภาพเคลื่อนไหว 2 มิติ เสียง จึงมีความเหมาะสมที่จะเป็นสื่อกลางในการสืบค้นข้อมูลของพิพิธภัณฑ์ในเนื้อหาต่างๆ ตรงกับบริบทของความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยียุคปัจจุบัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารทดสอบระบบ ThaiJo2 ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทดสอบระบบ ThaiJo2 ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารทดสอบระบบ ThaiJo2 หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารทดสอบระบบ ThaiJo2 ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ญาณินทร์ รักวงศ์วาน. (2547). การวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : กรุงเทพฯ.
ดุลยเทพ ภัทรโกศล. (2559). การพัฒนาสื่อเรียนรู้เสมือนจริงบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วยเทคโนโลยีภาพถ่ายพาโนรามา 360 องศา กรณีศึกษา : เว็บไซต์ฐานข้อมูลแหล่งเรียนรู้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม, 3(1), 53-58.
ดลพร ศรีฟ้า. (2561). การใช้ความจริงเสมือนในพิพิธภัณฑ์ กรณีศึกษา พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติฟินแลนด์. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ (ฉบับภาษาไทย), 11(2), 2028-2039.
ทัศนา, ป. (2564). การพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ในรูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) รายวิชาหลักการออกแบบและพัฒนาสื่อสำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิชาการเทคโนโลยีและนวัตกรรมไทย, 9(2), 1-15.
นิรันดร์ กุลศิริ. (2560). การจัดการโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศ. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : กรุงเทพฯ.
วิวัฒน์ โรจนาวรรณ. (2556). พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์. ทางอีศาน, 2(13), 41-43.
อิทธิพล โพธิพันธุ์, และกฤษดา ครุฑทาภูมิ. (2560). กระบวนการถ่ายภาพพาโนรามาช่วงรับแสงสูงเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง. วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, 27(1), 169-181.
Djindjian, F. (2007). The virtual museum: an introduction. Archeologia e Calcolatori Supplemento 1, 9-14.
Schwalbe, K. (2018). Information technology project management (9th ed.). Cengage Learning.
Suryani, M. (2022). Development of Historical Learning Media Based on Virtual Reality of The National Awakening Museum. Jurnal Ilmiah Bidang Teknologi Informasi dan Komunikasi, 7(2), 70-76.