บรรยากาศองค์การ คุณภาพชีวิตในการทำงาน และภาวะหมดไฟในการทำงาน ของข้าราชการตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

Main Article Content

บุญญ์ญิสา บุณยเกตุ
ทิพย์วัลย์ สุรินยา
ธีรพัฒน์ วงศ์คุ้มสิน

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับบรรยากาศองค์การ ระดับคุณภาพชีวิตในการทำงาน และระดับภาวะหมดไฟในการทำงานของข้าราชการตำรวจ 2) ศึกษาเปรียบเทียบภาวะหมดไฟในการทำงานของข้าราชการตำรวจตามปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกัน 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศองค์การกับภาวะหมดไฟในการทำงานของข้าราชการตำรวจ และ 4) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพชีวิตในการทำงานกับภาวะหมดไฟในการทำงานของข้าราชการตำรวจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ข้าราชการตำรวจ จำนวน 234 คน สุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มแบ่งชั้นภูมิ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและนำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ สถิติที่ใช้คือ ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่า t-test การทดสอบค่า F-test เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่โดย LSD และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1) บรรยากาศองค์การและคุณภาพชีวิตในการทำงานของข้าราชการตำรวจอยู่ในระดับสูง ส่วนภาวะหมดไฟในการทำงานนั้นอยู่ในระดับปานกลาง 2) ข้าราชการตำรวจที่มีเพศและประเภทสายงานแตกต่างกัน มีภาวะหมดไฟในการทำงานที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) บรรยากาศองค์การมีความสัมพันธ์เชิงลบกับภาวะหมดไฟในการทำงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) คุณภาพชีวิตในการทำงานมีความสัมพันธ์เชิงลบกับภาวะหมดไฟในการทำงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บุณยเกตุ บ., สุรินยา ท., & วงศ์คุ้มสิน ธ. (2026). บรรยากาศองค์การ คุณภาพชีวิตในการทำงาน และภาวะหมดไฟในการทำงาน ของข้าราชการตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว. วารสารพุทธจิตวิทยา, 11(4), 832–845. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jbp/article/view/302526
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. ราชกิจจานุเบกษา, 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 1–90.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. (2560). ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 (ฉบับที่ 10). 1–14.

Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

Freudenberger, H. J. (1980). Burn-out: The high cost of high achievement. Garden City, NY: Anchor Press.

Huse, E. F. & Cummings, T. G. (1985). Organization development and change (3rd ed.). St. Paul, MN: West Publishing.

Likert, R., & Likert, J. G. (1976). New ways of managing conflict. New York, NY: McGraw-Hill.

Litwin, G. H. & Stringer, R. A. (1968). Motivation and organizational climate. Boston, MA: Harvard University Press.

Maslach, C. & Jackson, S. E. (1981). The measurement of experienced burnout. Journal of Occupational Behaviour, 2(2), 99–113.

Maslach, C. & Leiter, M. P. (1997). The truth about burnout: How organizations cause stress and what to do about it. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

Maslach, C., Schaufeli, W. B. & Leiter, M. P. (2001). Job burnout. Annual Review of Psychology, 52(1), 397–422.

Walton, R. E. (1973). Quality of working life: What is it? Sloan Management Review, 15(1), 11–21.

World Health Organization. (2019, May 28). Burn-out an “occupational phenomenon”: International Classification of Diseases. Retrieved from https://www.who.int/news/item/ 28-05-2019-burn-out-an-occupational-phenomenon-international-classification-of-diseases

Yamane, T. (1967). Statistics: An introductory analysis (2nd ed.). New York, NY: Harper & Row.