ความหลากหลายด้านการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา สำหรับเด็กปฐมวัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สังเคราะห์ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย และ 2) เสนอแนวทางการประยุกต์ใช้แนวคิดสะเต็มศึกษาในชีวิตประจำวันเพื่อพัฒนาเด็กอย่างยั่งยืน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ บทความวิจัย เกี่ยวกับการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา สำหรับเด็กปฐมวัย ใช้วิธีการสุ่มแบบเจาะจง โดยเลือกผลงานที่สามารถสืบค้น ผ่านระบบฐานข้อมูลทาง Google Scholar ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ระหว่าง พ.ศ. 2558 - 2567 โดยใช้คำสำคัญ คือ ประสบการณ์ สะเต็มศึกษา และเด็กปฐมวัย รวมจำนวน 14 เรื่อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสำรวจข้อมูลเพื่อสังเคราะห์งานวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสถิติเชิงพรรณา ได้แก่ การแจกแจงความถี่
ผลการวิจัยพบว่า ผลงานวิจัยส่วนใหญ่จำนวน 13 บทความ เป็นผลงานวิจัยเชิงทดลอง และสรุปผลที่ได้จากการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาสอดคล้องกันว่า สามารถส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการสร้างกิจกรรมที่ตอบสนองต่อความสนใจและความต้องการของเด็กได้หลายแนวทาง เน้นการบูรณาการศาสตร์หลัก 4 วิชา คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมถึงบูรณาการร่วมกับชุมชน ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย มีการวิเคราะห์ผลกระทบของการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่หลากหลายต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยในด้านทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ บทความยังได้เสนอแนวทางสำหรับครูและผู้ปกครองในการนำสะเต็มศึกษาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อพัฒนาเด็กได้อย่างยั่งยืน ข้อเสนอแนะนี้จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมในศตวรรษที่ 21 ซึ่งแสดงถึงความหลากหลายของการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education) สำหรับเด็กปฐมวัย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว.
กัญจนา ศิลปกิจยาน และ วรวรรณ เหมชะญาติ. (2562). กรอบความคิดของกระบวนการเรียนการสอนตามแนวคิดสะเต็มศึกษาและการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสื่อสารของเด็กอนุบาล. วารสารคุรุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 47(3), 25-45.
เกตุมณี เหมรา, & ชลาธิป สมาหิโต. (2564). การจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเรื่องของดีเมืองร้อยเอ็ดเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 3(3), 153-159.
จิตตวิสุทธิ์ วิมุตติปัญญา. (2562). การพัฒนาเด็กปฐมวัยด้วยสะเต็มศึกษาบูรณาการกับแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน. วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ, 6(2), 1–9.
จิตรา พลสุธรรม, และ ชลาธิป สมาหิโต. (2558). การส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมสะเต็มศึกษา. วารสารการศึกษาปฐมวัย, 8(2), 45–56.
จิราพร ใจห้าว อารี สาริปา และ จิราภรณ์ เหมพันธ์.(2564). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยด้วยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวสะเต็มร่วมกับนิทานสาหรับเด็ก. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 18(83), 45–53.
ธมลวรรณ เศรษฐหิรัญกุล, และ ชลาธิป สมาหิโต. (2562). การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาเรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดนนทบุรีเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ., 12(1), 99–102.
เบญจกาญจน์ ใส่ละม้าย, และ ชลาธิป สมาหิโต. (2558). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยผ่านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาเรื่องอาชีพในท้องถิ่น จังหวัดสงขลา. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 26(2), 104–106.
พัทฐรินทร์ โลหา, และ สิรินาถ จงกลกลาง.(2562). การพัฒนาพฤติกรรมกล้าแสดงออกและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย โดยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา. วารสารราชพฤกษ์, 17(1), 121-128.
ภาวินี จิตต์โสภา, ศิรประภา พฤทธิกุล, เชวง ซ้อนบุญ. (2021). ผลการเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของเด็กอนุบาลโดยใช้การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 32(1), 117-123.
ฤดีรัตน์ อยู่อาจิน. และ บัณฑิตา อินสมบัติ. (2564). ผลการจัดประสบการณ์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาที่มีต่อความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย. วารสารบัณฑิตวิจัย, 12(1), 83-93.
วิชญาพร อ่อนปุย และ พิชญาภา ตรีวงษ์. (2563). การพัฒนารูปแบบการสอนตามแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาที่ศึกษาในรายวิชาคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย.วารสารราชภัฏเพชรบูรณ์สาร, 22(1),77-86.
สมใจ เรือนเพ็ชร อารีย์ ปรีดีกุล. (2565). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ STEM Education เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3. วารสารวิชาการสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค,9(1), 231-244.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.). (2563). กรอบการเรียนรู้และแนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สิริญ์ลดาฌ์ เกียรติทวี รัชชุกาญจน์ ทองถาวร และไพบูลย์ อุปันโน.(2562). การจัดการเรียนรู้จากงานของพ่อผ่านสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและประสบการณ์ การเรียนรู้วิศวกรรมศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 47(1), 508-525.
Brenneman, K., Stevenson-Boyd, J., & Frede, E. (2009). Math and science in preschool: Policies and practice. Preschool Policy Brief, (19), 1–12.
Bybee, R. W. (2013). The case for STEM education: Challenges and opportunities. Arlington, VA: NSTA Press.
International Technology and Engineering Educators Association (ITEEA). (2020). Standards for technological and engineering literacy: The role of technology and engineering in STEM education. Reston, VA: ITEEA.
Lederman, N. G. (2007). Nature of science: Past, present, and future. In S. K. Abell & N. G. Lederman (Eds.), Handbook of research on science education (pp. 831–879). Mahwah, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
National Council of Teachers of Mathematics. (2013). Early childhood mathematics: Promoting good beginnings. Reston, VA: NCTM.
National Research Council. (2000). Inquiry and the national science education standards: A guide for teaching and learning. Washington, DC: National Academy Press.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.