พุทธนวัตกรรมสร้างความเข้มแข็งทางใจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ของครอบครัวผู้ดูแลคนพิการ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ศึกษารูปแบบการสร้างความเข้มแข็งทางใจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้ดูแลคนพิการด้วยพุทธนวัตกรรมและ 2. นำเสนอผลการประเมินจากการสร้างความเข้มแข็งทางใจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้ดูแลคนพิการด้วยพุทธนวัตกรรม โดยพุทธนวัตกรรมในงานวิจัยนี้หมายถึง รูปแบบชุดกิจกรรมเชิงกระบวนการที่บูรณาการหลักธรรมทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะแนวคิดพุทธจิตวิทยา เข้ากับกิจกรรมเพื่อพัฒนาจิตใจ การสื่อสาร และสร้างการเรียนรู้ร่วมกันของครอบครัวและชุมชน เพื่อเสริมสร้างพลังใจและความหมายในการดูแล การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ อสม. นักวิชาการ ระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น และผู้นำชุมชน จำนวน 17 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครอบครัวผู้ดูแลคนพิการ 60 คน ในพื้นที่เกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วย การสัมภาษณ์เชิงลึก ชุดกิจกรรม แบบสำรวจ และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติ t-test และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า
- รูปแบบการส่งเสริมความเข้มแข็งทางใจเป็นชุดกิจกรรม 4 ระยะ ได้แก่ (1) การเสริมสร้างพลังใจผ่านการค้นหาแรงจูงใจในการดูแล (2) การเชื่อมสายใยครอบครัว (3) การเปิดใจ สื่อสาร และสร้างความเข้าใจ และ (4) การสื่อสารเชิงบวกและกิจกรรมครอบครัว โดยมีกิจกรรมสนับสนุน ได้แก่ การบรรยายเชิงบูรณาการ การเชื่อมโยงพลังชุมชน และการสร้างเครือข่ายผู้ดูแล
- ผลการประเมินพบว่า คะแนนเฉลี่ยความเข้มแข็งทางใจโดยรวมของผู้ดูแลคนพิการหลังเข้าร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากผลการทดสอบ t-test สะท้อนให้เห็นว่าพุทธนวัตกรรมมีประสิทธิผลในการเสริมสร้างพลังใจของครอบครัวผู้ดูแลคนพิการ และจากการวิเคราะห์เชิงคุณภาพพบว่า พฤติกรรมด้านความเข้มแข็งทางใจตามแนวพุทธจิตวิทยา ทั้งด้านการยอมรับ ความอดทน การเห็นคุณค่าในตนเอง และการสื่อสารภายในครอบครัว มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
การพัฒนารูปแบบพุทธนวัตกรรมเชิงกระบวนการที่เชื่อมโยง “การพัฒนาจิตใจ การสื่อสาร เครือข่ายชุมชน” เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้ดูแลกลุ่มเปราะบางในบริบทสังคมได้อย่างมีนัยสำคัญ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ. (2556). คู่มือบริการผู้ช่วยคนพิการ. กรุงเทพฯ: กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ.
คณาจารย์ สำนักเรียนวัดปากน้ำ. (2564). มังคลัตถทีปนีแปล ประโยค ป.ธ. 4, ป.ธ. 7. กรุงเทพฯ: สำนักเรียนวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ.
จำนงค์ ทองประเสริฐ. (2552). จริยศาสตร์และจริยธรรมเพื่อพัฒนาชีวิตและสังคม. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
นิพนธ์ พัวพงศกร, และคณะ. (2535). การประเมินผลกระทบขององค์กรกลาง. กรุงเทพฯ: คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
นวลศิริ เปาโลหิตย์. (2533). การพัฒนาคุณภาพชีวิต. ใน เอกสารชุดการสอนวิชาการแนะแนวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต (หน่วยที่ 1). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล. (2550). คู่มือจัดกิจกรรมสร้างความเข้มแข็งทางใจสำหรับบุคลากรสาธารณสุข. นนทบุรี: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต). (2543). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
นฤดี โสรัตน์, อาชัญญา รัตนอุบล และปาน กิมปี. (2562). ความเข้มแข็งของครอบครัวในบริบทสังคมไทย: ลักษณะความเข้มแข็งของครอบครัว ปัจจัย และวิธีการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 16(2), 427-437.
สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. (2562). ชุดความรู้ครอบครัวเข้มแข็งตามมาตรฐานครอบครัวเข้มแข็งห้าด้าน. กรุงเทพฯ: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
Grotberg, E. H. (1995). A guide to promoting resilience in children: Strengthening the human spirit. Early Childhood Development: Practice and Reflections No. 8. The Hague, The Netherlands: Bernard van Leer Foundation.