แนวคิดสุนทรียศาสตร์และสุนทรียภาพที่ปรากฏในผลงานภาพพิมพ์แกะไม้อุคิโยะเอะ ชุด ‘ทัศนียภาพ 36 มุมของภูเขาฟูจิ’ ของคัตสึชิกะ โฮกุไซ
คำสำคัญ:
สุนทรียศาสตร์, สุนทรียภาพ, ทัศนียภาพ 36 มุมของภูเขาฟูจิ, ภาพอุคิโยะเอะ, คัตสึชิกะ โฮกุไซบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสะท้อนแนวคิดสุนทรียศาสตร์และสุนทรียภาพในผลงานภาพพิมพ์แกะไม้อุคิโยะเอะ ชุด ‘ทัศนียภาพ 36 มุมของภูเขาฟูจิ’ (ค.ศ. 1826–1833) ของคัตสึชิกะ โฮกุไซ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาจากเอกสาร ตำรา วรรณกรรม งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และภาพพิมพ์ต้นฉบับของโฮกุไซเป็นแหล่งข้อมูลหลัก ในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงพรรณนาและการตีความเชิงสุนทรียศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่า โฮกุไซถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติผ่านองค์ประกอบทางทัศนศิลป์อย่างเด่นชัด ได้แก่ การใช้สีที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เช่น สีฟ้าและสีขาวที่สื่อถึงฤดูหนาว สีเขียวและน้ำตาลที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในฤดูร้อน การใช้เส้นที่มีจังหวะพลิ้วไหวและแข็งแรงเพื่อสื่อถึงพลังและการเคลื่อนไหวของธรรมชาติ รวมถึงการจัดวางองค์ประกอบภาพที่ทำให้ภูเขาฟูจิปรากฏทั้งในฐานะศูนย์กลางของภาพและฉากหลังของชีวิตประจำวันของมนุษย์ นอกจากนี้ การศึกษาเนื้อหาภายในภาพพิมพ์ยังแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในเชิงสัญลักษณ์ โดยมักนำเสนอมนุษย์ในขนาดที่เล็กเมื่อเทียบกับภูเขาฟูจิ เพื่อสะท้อนแนวคิดเรื่องความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและความถ่อมตนของมนุษย์ อันเป็นค่านิยมสำคัญในวัฒนธรรมญี่ปุ่น อีกทั้งยังปรากฏการใช้สัญลักษณ์ที่มีความหมายทางศาสนาและวัฒนธรรม เช่น ภูเขาฟูจิในฐานะภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับความเชื่อแบบชินโตและพุทธศาสนา ซึ่งสะท้อนความศรัทธาและจิตวิญญาณของสังคมญี่ปุ่นสมัยเอโดะ การประยุกต์ใช้ทฤษฎีทางสุนทรียศาสตร์ช่วยให้เห็นว่า สุนทรียภาพในผลงานของโฮกุไซมิได้มุ่งเน้นความงามเชิงอุดมคติ หากแต่เน้นประสบการณ์ ความไม่เที่ยง และการอยู่ร่วมกันของมนุษย์กับธรรมชาติอย่างกลมกลืนการศึกษาครั้งนี้เสริมสร้างมุมมองใหม่และความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสุนทรียภาพในผลงานของ โฮกุไซ ซึ่งแตกต่างและโดดเด่นจากศิลปินอุคิโยะเอะร่วมสมัย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและการศึกษาด้านศิลปศึกษาและประวัติศาสตร์ศิลป์ได้
เอกสารอ้างอิง
กำจร สุนพงษ์ศร. (2551). ประวัติศาสตร์ศิลปะญี่ปุ่น. วี.พริ้นท์.
ชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์. (2552). คัทซึซิคะ โฮะคุไซ. สารคดีภาพ.
พีระพงษ์ วงษ์ทวี. (2564). สีน้ำเงินในภาพพิมพ์อุคิโยะเอะ [วิทยานิพนธ์หลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
มาลินี คัมภีรญาณนนท์. (2532). ประวัติศาสตร์ศิลปะญี่ปุ่น. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Andina, T. (2013). The philosophy of art: the question of definition: from Hegel to post-Dantian theories. Bloomsbury Academic.
Amit, R. (2021). New essays in Japanese aesthetics. Japanese Language and Literature, 55(1), 378-383.
Baumgarten, A. G. (1750). Aesthetica. Johann Christian Kleyb.
Dewey, J. (1934). Art as experience. Perigee Books.
Emoto, H. (2020). The development of “Shibui” into a global term of architecture. Journal of Architecture and Planning, 85(769), 753-759.
Guth, C. (1995). Japanese art of the Edo period. Weidenfeld & Nicolson.
Guth, C. (2015). Hokusai's great wave: Biography of a global icon. University of Hawai'i Press.
Kant, I. (1987). Critique of judgment (W. S. Pluhar, Trans.). Hackett Publishing. (Original work published 1790)
Kobayashi, T. (1997). Ukiyo-e: An introduction to Japanese woodblock prints. Kodansha International.
Lau, L. (2020). Contextualisation of wa (harmony) in Japan. Academia.edu. https://www.academia.edu/45500564/Contextualisation_of_Wa_Harmony_in_Japan
Nagata, S. (1999). Hokusai: Genius of the Japanese ukiyo-e. Kodansha.
Pérez-Arantegui, J., Rupérez, D., Almazán, D., & Díez-de-Pinos, N. (2018). Colours and pigments in late ukiyo-e art works: A preliminary non-invasive study of Japanese woodblock prints to interpret hyperspectral images using in-situ point-by-point diffuse reflectance spectroscopy. Microchemical Journal, 139, 94-109.
Prusinski, L. (2012). Wabi-sabi, mono no aware, and ma: Tracing traditional Japanese aesthetics through Japanese history. Studies on Asia, 2(1), 25-49.
Smith, H. D. (1988). Hokusai: One hundred views of Mt. Fuji. George Braziller.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
This article has been published in the Journal of Humanities and Social Sciences at Prince of Songkla University, Pattani Campus.


