รูปแบบการสร้างคุณภาพชีวิตของคนสองวัยในพื้นที่ชายขอบโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

ผู้แต่ง

  • เอกศักดิ์ เฮงสุโข สำนักวิชาศึกษาทั่วไป วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อ.เมือง จ.บึงกาฬ 38000 ประเทศไทย
  • ศุภางค์จิต กัลยาแก้ว สำนักวิชาศึกษาทั่วไป วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อ.เมือง จ.บึงกาฬ 38000 ประเทศไทย
  • อภิฤดี ทองพล สำนักวิชาศึกษาทั่วไป วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อ.เมือง จ.บึงกาฬ 38000 ประเทศไทย
  • ฉัตรชนก เฮงสุโข สำนักวิชาศึกษาทั่วไป วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อ.เมือง จ.บึงกาฬ 38000 ประเทศไทย
  • นุสรา สัมปชัญญานนท์ สำนักวิชาศึกษาทั่วไป วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อ.เมือง จ.บึงกาฬ 38000 ประเทศไทย
  • ยุวธิดา หงส์ชูตา สำนักวิชาศึกษาทั่วไป วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อ.เมือง จ.บึงกาฬ 38000 ประเทศไทย

คำสำคัญ:

คุณภาพชีวิต, คนสองวัย, ชุมชนเป็นฐาน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการและรูปแบบการสร้างคุณภาพชีวิตของคนสองวัยในพื้นที่ชายขอบโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณกับกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุ จำนวน 265 คน ซึ่งได้จากการคำนวณตามสูตรของ Krejcie และ Morgan โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมาย 42 คน โดยใช้การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) และการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุมีสภาพปัญหาด้านร่างกายมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.86 รองลงมาคือปัญหาด้านงบประมาณ และรายได้/สวัสดิการ ขณะเดียวกันมีความต้องการสูงในด้านรายได้และสวัสดิการ ครอบครัวและสังคม รวมถึงการดูแลด้านสุขภาพ นอกจากนี้ยังพบว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนสองวัยควรอยู่ภายใต้บริบทของชุมชน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน เพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมรุ่นที่เอื้อให้ผู้สูงอายุถ่ายทอดประสบการณ์ สู่วัยเยาว์ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การจัดตั้งศูนย์สองวัย ห้องเรียนสองวัย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และลานวัฒนธรรมชุมชน ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างบทบาทผู้สูงอายุ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนสองวัย และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างรุ่นในชุมชนอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

ณัฏฐ์ฐิตตา เทวาเลิศสกุล, อัจฉรา พงษ์ตระกูล, & สุภาภรณ์ บัวใหญ่. (2559). การพัฒนาผู้สูงอายุจากภาระให้เป็นพลังในชุมชนท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 11(36), 113–126.

อนันต์ โขมะนาม. (2551). แนวทางและความต้องการดูแลของผู้สูงอายุเพื่อรองรับการเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำปลีก อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ. การศึกษาอิสระรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบึงกาฬ. (2562). รายงานสถานการณ์ทางสังคมของท้องถิ่น (อปท.) ประจำปี 2562. ค้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565, จาก https://www2.buengkan.go.th/files/com_ebook_strategy/2022-03_b477b5e4b02d841.pdf

ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ (แผนพัฒนาจังหวัด ปี พ.ศ. 2561 – 2565) รอบปี พ.ศ. 2564. (2564). ค้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565, จากhttps://buengkanpao.go.th/public/file/2020/5/report00.pdf

Cronbach, L.J. (1990). Essentials of psychological testing. (5th ed.). New York: Harper & Row.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Education and Psychological Measurement. 30(3), 607-610.

Shimada, M. (2004). Intergenerational shared sites: A Japanese model of care. Tokyo: Japan Intergenerational Community Association.

United Nations, Department of Economic and Social Affairs, Population Division. (2017). World population prospects: The 2017 revision. https://population.un.org/wpp/

World Bank. (2016). Thailand Economic Monitor – June 2016: Aging Society and Economy. https://documents.worldbank.org/en/publication/documents-reports/documentdetail/999411467995791540/thailand-economic-monitor-aging-society-and-economy

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

22-12-2025

รูปแบบการอ้างอิง

เฮงสุโข เ., กัลยาแก้ว ศ., ทองพล อ., เฮงสุโข ฉ., สัมปชัญญานนท์ น., & หงส์ชูตา ย. (2025). รูปแบบการสร้างคุณภาพชีวิตของคนสองวัยในพื้นที่ชายขอบโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 21(2), e277866. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/eJHUSO/article/view/277866