ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของมารดาต่อการยุติการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในโรงพยาบาลสงขลา จังหวัดสงขลา
คำสำคัญ:
การตัดสินใจ, มารดา, ยุติการตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจต่อการยุติการตั้งครรภ์ ของมารดาที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ในโรงพยาบาลสงขลา จังหวัดสงขลา ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ.2565 ถึง กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 ผู้ให้ข้อมูล คือ มารดาที่ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ที่ได้รับอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย เข้ารับบริการในโรงพยาบาลสงขลา และยินดีให้ข้อมูลตลอดการวิจัย จำนวน 8 คน มีอายุอยู่ในช่วง 17 - 42 ปี โดยใช้เครื่องมือแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างที่ผ่านการตรวจคุณภาพเครื่องมือจากผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา มีการจำแนกประเด็น และจัดหมวดหมู่
ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจต่อการยุติการตั้งครรภ์ และการวางแผนการใช้ชีวิตใหม่ของมารดาที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์สามารถแบ่งออกเป็น 5 มิติ ได้แก่ 1) มิติทางด้านร่างกาย จากมารดาที่มีโรคประจำตัว ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน และมีภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการตั้งครรภ์ โดยมีการวางแผนคุมกำเนิดถาวร และไม่ตั้งครรภ์อีก 2) มิติทางด้านจิตใจจากมารดาที่มีอาการเครียด วิตกกังวลในการใช้ชีวิต ส่งผลให้พฤติกรรมเปลี่ยนไป และไม่สามารถจัดการกับปัญหา นำไปสู่ภาวะซึมเศร้า โดยมีการวางแผนคุมกำเนิดชั่วคราว และรักษาอาการซึมเศร้าให้หายก่อน จึงตั้งครรภ์ใหม่ 3) มิติทางเศรษฐกิจ จากมารดาที่ตกงาน ไม่มีรายได้ที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายมีหนี้สินจำนวนมาก ต้องรับผิดชอบภาระหน้าที่ของตัวเองที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีการวางแผนคุมกำเนิดชั่วคราว หางานทำ และรอให้ภาวะการเงินพร้อมจึงจะตั้งครรภ์ 4) มิติทางด้านศึกษา จากมารดาที่เป็นวัยเรียน ด้วยการตั้งครรภ์ส่งผลกระทบต่อด้านการเรียน อีกทั้งอยู่ในภาวะที่ต้องพึ่งพิงครอบครัว และยังขาดวุฒิภาวะในการเลี้ยงดูบุตร โดยมีการวางแผนคุมกำเนิดชั่วคราว และกลับไปศึกษาต่อ และ 5) มิติทางด้านครอบครัวและสังคม จากมารดาที่มีปัญหาครอบครัวจากฝ่ายชายปฏิเสธ ไม่รับผิดชอบ ครอบครัวไม่ยอมรับ อับอายตัวเอง นำไปสู่การไม่กล้าออกไปเจอสังคม โดยมีการวางแผนคุมกำเนิดแบบชั่วคราว และตระหนักในการมีสัมพันธ์ทางเพศ
ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานให้แก่มารดาที่ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนนำผลการวิจัยในครั้งนี้เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาสำหรับมารดาที่ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ ธราวรรณ. (2548). ทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม (วิจัย). บริษัทพีเอนพี กรุ๊ป.
กาญจนา บุศรากุล และคณะ. (2546). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้งในกลุ่มสตรีที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์. วารสารวิชาการการแพทย์ เขต 8, 11(3), 163-172.
กมลชนก คชฤทธิ์, นุชนาฎ ชิดตะคุ, พิมพ์ภิกา ยะคาป้อ, วลดาวัลย์ จิตขาว, ศุภรานันท์ ยุทธโกวิท,
และกิ่งดาว มะโนวรรณ. (2553). แนวทางการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์กรณีศึกษา โครงการคุณแม่วัยใสห่วงใยอนาคตศูนย์ฝึกอาชีพสตรี จังหวัดเชียงราย อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
กิ่งมณี กองเงิน. (2543). การศึกษาแนวโน้มของการทำแท้งโดยผิดกฎหมายในระยะเวลา 4 ปี (2539 -2542) ปัจจัยชักนำและทัศนคติต่อการทำแท้งของสตรีที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
กิ่งดาว มะโนวรรณ. (2553). แนวทางการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์: กรณีศึกษาโครงการคุณแม่วัยใสห่วงใยอนาคตศูนย์ฝึกอาชีพสตรีจังหวัดเชียงราย อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย. [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
กีรติ ลีละพงศ์วัฒนา. (2559). การใช้ยายุติการตั้งครรภ์ (Medical Abortion Pill). สืบค้น23 ธันวาคม, จาก http://haamor.com/th
เกษตรชัย และหีม และประไพ สุวรรณสุนทร. (2558). ผลกระทบทางสังคมจากการตั้งครรภ์ก่อนวัยอัน ควรของหญิงวัยรุ่นในอําเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา. วารสารพัฒนบริหารศาสตร์, 55(1), 130-152.
ไทยรัฐฉบับพิมพ์. (2560). สถิติทำแท้ง 29% เป็นนักเรียน นักศึกษา. สืบค้น 3 ธันวาคม 2565, จาก https://www.thairath.co.th/content/868386
ธนพันธ์ ชูบุญ. (2549). การสิ้นสุดการตั้งครรภ์: Terminal of pregnancy. (อ้างอิงใน อุ่นใจ กออนันตกุล, บรรณาธิการ, 2549) การตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง: High risk pregnancy. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
นภาภรณ์ หะวานนท์. (2539). การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และการยุติการตั้งครรภ์:ประเด็นท้าท้ายนโยบายการให้บริการของรัฐ. วารสารการสถาบันวิจัยระบบสาธารสุข, 4(1), 45-54.
นิศานาถ สรรคพงษ์ และพนมพร พุ่มจันทร์. (2560). การตัดสินใจเก็บครรภ์และการดำเนินชีวิตของสตรีที่เก็บครรภ์ไม่พึงประสงค์. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 43(1), 161-192.
ปราณี โพธิ์สุพรรณ์. (2551). กรณีศึกษา:การพยายาบาลครอบครัวที่มีสมาชิกทำแท้งผิดกฎหมาย. [รายงานการศึกษาอิสระปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
พระราชบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น. (2559).ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 133,ตอนที่ 30. สืบค้น 3 ธันวาคม 2565, จาก https://new.camri.go.th/infographic/31
พีระยุทธ สานุกูล. (2563). กรมอนามัยร่วมกับไบเออร์ไทย รณรงค์สังคมไทยหยุดท้องไม่พร้อม สนับสนุนการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพในวันคุมกำเนิดโลก. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565, จาก https://www.bayer.com/th/th/thailand-bayer-thai-join-the-campaign-
to-prevent-unintended-pregnancies?fbclid=IwAR2ZAD0ieaLombDAy-GqSfXwyPsKBrRHcMNhq2 CHwQLso8y-FA_ZZlo1kw
ระวีวรรณ พิไลยเกียรติ, และอุทุมพร แหลมหลวง. (2563). ประสบการณ์ด้านจิตวิญญาณของหญิงตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง. วารสารสภาการพยาบาล, 35(3), 121-138.
วรพจน์ บุษราคัมวดี. (2551). องค์การและการจัดการ. มหาวิทยาลัยวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชปถัมภ์.
วิอร โสมินทุ. (2559). การยุติการตั้งครรภ์: มุมมองของบุคลากรทางการศึกษา. วารสารบริหารการศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรม, 7(1), 248-257.
ศศินันท์ พันธุ์สุวรรณ, พัชรินทร์ สังวาล, อิชยา มอญแสง, และพัชรินทร์ ไชยบาล. (2556). ประสบการณ์หลังตั้งครรภ์วัยรุ่นที่ไม่ได้แต่งงานในภาคเหนือตอนบน. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์, 33(3), 17-35.
ศิริพร จิรวัฒน์กุล. (2553). การวิจัยเชิงคุณภาพด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ. บริษัทวิทยพัฒน์.
สุกัญญา อ่อนจู. (2552). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยของหญิงตั้งครรภ์ : กรณีศึกษาหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น ตำบลหนองโสน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร. [วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตร์บัณฑิต]. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สุชาดา รัชชกุล. (2541). การตั้งครรภ์ไม่พึงปรารถนาและการตัดสินใจทำแท้ง. [วิทยานิพนธ์ปริญญาโท]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.
สมพิศ ใยสุ่น, และปรียารัตน์ รัตนวิบูลย์. (2554). รายงานการวิจัยรูปแบบการสร้างเสริมพฤติกรรมการ ป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ กระทรวงศึกษาธิการ. วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย.
สมสุข โสภาวนิตย์, สุภาพร สมบัติ, และอารีรัตน์ จันทร์ลาภู. (2562). รายงานเฝ้าระวังการแท้งประเทศไทย พ.ศ.2562. สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. จาก https://rh.anamai .moph.go.th/web-upload/migrated/files/rh/n330_d1a80b22d8a4daa876f459095915af6d_Ebook_Abortion_62.pdf
สำนักงานสถิติจังหวัดสงขลา. (2561). รายงานสถิติจังหวัดสงขลา. สำนักงานสถิติจังหวัดสงขลา.
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2557). คู่มือแนวทางปฏิบัติการดูแลหญิง. กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ.
สำนักอนามัยเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2558). คู่มือการจัดกิจกรรมเรื่องเพศคุยได้
ในครอบครัว. (พิมพ์ครั้งที่ 2). ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม.
สำนักอนามัยเจริญพันธ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2561). รายงานประจำปี 2561.
สำนักอนามัย การเจริญพันธุ์. สืบค้น 8 มกราคม 2562, จาก http://rh.anamai. moph. go.th/ewt_dl_link. php?nid=263
สำนักอนามัยเจริญพันธ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2562). สถานการณ์การตั้งครรภ์แม่วัยรุ่น. สืบค้น 5 พฤศจิกายน 2563, จาก http://rh.anamai.moph.go.th/download/all_file/ index/situation/ FactSheet@62.pdf
โสเพ็ญ ชูนวล, จิตไส ลาวัลย์ตระกูล, ครีพจนารถม วัฒนา, ศิริรัตน์ โกศัลวัฒน์, จิตติ ลาวัลย์ตะกูล,อวยพร สมใจ, อรมิช แสงจันทร์, และจิตรานันท์ ลมพร. (2554). รายงานผลการวิจัยการศึกษาสถานการณ์แท้งในภาคใต้ของประเทศไทย. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย. (2559). รายงานผลการวิจัยเพื่อทบทวนการสอนเพศวิถีศึกษาในสถาน ศึกษาไทย. สืบค้น 27กุมภาพันธ์ 2564, จาก https://www.unicef.org/thailand/media/ 1106/file/รายงานผลการวิจัยเพื่อทบทวนการสอนเพศวิถีศึกษาในสถานศึกษาไทย.pdf
อาภรณ์ ดีนาน. (2551). แนวคิด และวิธีการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น. ไฮเดนกรุ๊ป.
Athey, J., & Spielvogel, A. (2000). Risk factors and interventions for psychological sequelae in women after miscarriage. Primary Care Update for Obstetrics Gynecology, 7(2), 64-69.
Cohen, MZ, Kahn, DL, & Steeves, RH. (2000). Hermeneutic phenomenological research: a practice guide for nurse researchers. Sage.
Dallas, C. M. (2009). Interactions between adolescent fathers and health care professionals during pregnancy, labor, and early postpartum. Journal of obstetric. Gynecologic, & Neonatal Nursing, 38(3), 290-299.
Feldman-Winter, L., & Shaikh, U. (2007). Optimizing breastfeeding promotion and support in adolescent mothers. Journal of Human Lactation, 23(4), 362-367.
Grassley, J. S. (2010). Adolescent mothers’ breastfeeding social support needs. Journal of Obstetric. Gynecologic, & Neonatal Nursing, 39(6), 713-722.
Green, C. J., & Wilkinson, J. M. (2012). Maternal newborn nursing care plan (2 nd ed). Mosby.
Herrman, Judith. (2006). The Voices of Teen Mothers. (The Experience of Report Pregnancy, MCN). The American Journal of Maternal / Child Nursing, 31(4), 243-249.
Koetsawang, Suporn. (1993). lllegally induced Abor- tion In Thailand. [Paper presented] IPPF SEAO Regional Programme Advisory Panel Meeting on Abortion. 29-30 October 1993, Bali, Indonesia.
Pinotti & Faundes. (1989). Unwanted pregnancy: challenges for health policy. Retrieved May 11, 2021. from https://obgyn.onlinelibrary.wiley.com.
Prasitlumkum, M. (2009). Risk of low birth weight and adverse pregnancy outcomes in adolescent pregnancies at chainat hospital. Thai Journal of Obstetrics and Gynecology, 17(2), 93-97.
UNICEF Thailand. (2015). Situation Analysis of Adolescent Pregnancy in Thailand. Retrieved May 20, 2017, from https://www.unicef.org/thailand/media/1126/file/ Situation Analysis of Adolescent Pregnancy in Thailand.pdf
WHO. (2018). Adolescent pregnancy. Retrieved May 20, 2017, from http://www.who. int/news-room/fact-sheets/detail/adolescent-pregnancy
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
This article has been published in the Journal of Humanities and Social Sciences at Prince of Songkla University, Pattani Campus.


