แนวคิดจักรวาลวิทยาของชาวไทยภาคใต้: มองผ่านวรรณกรรมบทสวดไหว้พระภูมิ

ผู้แต่ง

  • คำนวล คำมณี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

คำสำคัญ:

จักรวาลวิทยา, พระภูมิ, ชาวไทยภาคใต้

บทคัดย่อ

บทสวดไหว้พระภูมิสะท้อนแนวคิดจักรวาลวิทยาของชาวไทยภาคใต้ว่า ได้รับอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไศวนิกายซึ่งเชื่อว่า พระอิศวรผู้เป็นเจ้าทรงสร้างโลกโดยเนรมิตจากสรีระของพระแม่อุมาภควดี แนวคิดนี้ตอบปัญหาทางอภิปรัชญา คือ สนับสนุนทฤษฎีพระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างโลกตามแนวคิดของศาสนากลุ่มเทวนิยม และเป็นการสร้างโลกแบบสัมบูรณ์ ตามคติความเชื่อว่า พระอิศวรทรงมีมหิทธานุภาพยิ่งใหญ่เหนือเทพเจ้าองค์ใด และทรงมีธรรมชาติ ดังนี้ 1. ทรงเป็นปฐมเหตุของโลก 2. ทรงเป็นสิ่งสัมบูรณ์ 3. ทรงเป็นสิ่งนิรันดร 4. ทรงควบคุมจริยธรรมของมนุษย์ และปัญหาทางภววิทยา เชื่อว่าโลกและสรรพสิ่งเกิดจากเนื้อแท้ของพระอิศวร มีลักษณะเป็นจิตดวงใหญ่ควบคุมสสารและจิตทั้งหลายในโลกและจักรวาล และสิ่งที่พระองค์สร้างมีทั้งสสารและจิตมีลักษณะจำกัด แนวคิดเรื่องการสร้างโลกของชาวไทยภาคใต้แตกต่างจากศาสนากลุ่มเทวนิยมทั้งหลาย เนื่องจากคติความเชื่อเรื่องการสร้างโลกของลัทธิไศวนิกายแฝงด้วยลัทธิ ศักตินิกาย โดยให้การยกย่องพระแม่อุมาภควดี มหาเทวีของพระอิศวรเป็นผู้ร่วมสร้างโลกด้วย

การศึกษาวิจัยเรื่องนี้ทำให้เห็นว่า พิธีกรรมการไหว้พระภูมิซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณในท้องถิ่นภาคใต้ที่ทำหน้าที่เก็บรักษาคติความเชื่อของศาสนาดั้งเดิม แม้ว่าศาสนาพราหมณ์ได้สูญหายไปจากท้องถิ่นภาคใต้เป็นเวลานานแล้ว นอกจากนั้นแล้ว คติความเชื่อดังกล่าวยังสะท้อนภูมิปัญญาชาวใต้ในอดีต สร้างหลักจริยธรรมในท้องถิ่น การสำนึกต่อพระคุณของเทพเจ้าผู้สร้างโลก มีการปฏิบัติบูชาในพิธีกรรมมงคลหลาย อย่างเช่นการแต่งบายศรี จัดเครื่องบูชาสังเวย และกล่าวนามของเทพเจ้าทั้งสองทุกครั้ง  สร้างวิถีการดำเนินชีวิตโดยใช้ทรัพยากรตามความจำเป็น ไม่เบียดเบียนทำลายทรัพยากรให้หมดสิ้น เพราะเชื่อว่าทรัพยากรทั้งหลายเกิดจากสรีระของพระแม่อุมาภควดี  สร้างแนวทางการอยู่ร่วมกันในสังคม ในบทสวดไหว้พระภูมิแสดงให้เห็นคติความเชื่อของศาสนาต่างๆ ผสมผสานปรองดองและเรียบเรียงเข้าด้วยกันอันแสดงให้เห็นว่า ชาวไทยภาคใต้ในอดีตใช้ภูมิปัญญานี้ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ประวัติผู้แต่ง

คำนวล คำมณี, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ศศ.ม. (ปรัชญา) รองศาสตราจารย์, ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

เอกสารอ้างอิง

ชัยวุฒิ พิยะกูล. (2542). นางโภควดี. สงขลา : สถาบันทักษิณคดีศึกษา.

เฉลิม มากนวล และ จรัส ชูชื่น. (2540). การศึกษาการใช้ภาษาและโลกทัศน์ในบทมโนราห์.ปัตตานี : คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

เทพย์ สาริกบุตร. (2512). คัมภีร์พระเวทฉบับพิเศษ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ศิวาศรม.

ธนู แก้วโอกาส. (2542). ศาสนาโลก.กรุงเทพฯ : สุขภายใจ.

ปรีชา ช้างขวัญยืน. (2542). มนุษย์กับอารยธรรม. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช.

ปรีชา นุ่นสุข. (2542). ศาสนาพราหมณ์ในภาคใต้ในสารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ (เล่ม 15 น.7347-7372). กรุงเทพฯ : อัมรินทร์การพิมพ์.

ปรีชา นุ่นสุข. (2551). ศาสนาพราหมณ์ในลุ่มแม่น้ำปัตตานี : การค้นพบใหม่ในบริเวณตอนล่างของคาบสมุทรไทย. เมืองโบราณ. 34 (3), 133-142.

พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับสังคายนาในพระบรมราชูปถัมภ์ พุทธศักราช 2530 เล่มที่ 11

พระยาสัจจาภิรมย์. (2511). เทวกำเนิด. พระนคร : มหารัชตะการพิมพ์.

สฤษดิ์ ขุนทรง. (2556). ร่องรอยศาสนาพราหมณ์ ณ เมืองศูนย์กลางของวัฒนธรรมทวารวาวดี. ศิลปากร, 56 (4), 56-57.

สุจิตรา รณรื่น .(2532). ปรัชญาเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : อักษรพิพัฒน์.

สุจิตรา อ่อนค้อม. (2552). ศาสนาเปรียบเทียบ. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สหธรรมิกจำกัด.

แสง จันทร์งาม. (2531). ศาสนศาสตร์. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.

สุธิวงษ์ พงศ์ไพบูลย์, สมบูรณ์ ธนะสุขและพิชัย แก้วขาว. (2543). กระเทาะสนิมกริช:แลวิถีชีวิตชาวใต้ตอนล่าง. กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการทำวิจัย (สกว.)

อนุพล ส่งแก้วและอัจฉรา ยอดแก้ว. (2550). วรรณกรรมท้องถิ่นเรื่องโภควดีสู่นาฏศิลป์ร่วมสมัย ศิลปะนิพนธ์.ปัตตานี : คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

อมร โสภณวิเชษฐ์วงศ์. (2520). ปรัชญาเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

อุดม หนูทอง. (2524). วรรณกรรมสดุดีและแหล่งทำขวัญของภาคใต้. สงขลา : สถาบันทักษิณคดีศึกษา.

อุดม หนูทอง. (2529). โภควดีในสารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคใต้(เล่ม 7,หน้า 2704).กรุงเทพฯ : อมรินทร์การพิมพ์.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

28-12-2021

รูปแบบการอ้างอิง

คำมณี ค. (2021). แนวคิดจักรวาลวิทยาของชาวไทยภาคใต้: มองผ่านวรรณกรรมบทสวดไหว้พระภูมิ. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 17(2), 9–45. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/eJHUSO/article/view/257453

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย