การรับรู้การวากัฟของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้แต่ง

  • ธวัช นุ้ยผอม คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  • อับบาส หลับด้วง M.B.A. (Agribusiness Management), นักวิชาการอิสระ

คำสำคัญ:

ความรับรู้, หลักการวากัฟ, ชาวไทยมุสลิม, จังหวัดชายแดนภาคใต้

บทคัดย่อ

การวากัฟ (การบริจาคเพื่อสาธารณกุศล) ในสังคมมุสลิมได้มีพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยแรกของท่านศาสนทูตมูหัมหมัด (ซ.ล.) ถึงปัจจุบัน โดยวากัฟสามารถยกระดับสาธารณูปโภคส่วนรวมและพัฒนายกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคม ในสังคมมุสลิมในประเทศไทยก็มีการทำวากัฟกันมาช้านาน อย่างไรก็ตามมุสลิมยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวากัฟน้อยมาก ความไม่รู้ดังกล่าวเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บทบาทของวากัฟในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมลดน้อยไปด้วย การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้เกี่ยวกับหลักการและการปฏิบัติวากัฟของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้วิจัยเลือกพื้นที่ศึกษาแบบเฉพาะเจาะจง กล่าวคือ เลือกจังหวัดปัตตานี และจังหวัดสตูล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยนี้ จำนวน 400 คนโดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย วิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป โดยใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอ้างอิง ได้แก่ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน

ผลการศึกษาพบว่า ระดับความเข้าใจวากัฟ โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยระดับการรับรู้เกี่ยวกับวากัฟ ลักษณะของวากัฟ สถานภาพวากัฟในประเทศไทย โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ในส่วนของการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้เกี่ยวกับวะกัฟกับความเข้าใจวากัฟปัจจัยด้านความเข้าใจวากัฟ มีความสัมพันธ์กันเชิงบวกในระดับน้อย และความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้เกี่ยวกับวากัฟกับลักษณะของวากัฟ ปัจจัยด้านลักษณะของวากัฟ มีความสัมพันธ์กันเชิงบวกในระดับน้อย ระบบวากัฟที่จะประสบผลสำเร็จได้ โดยองค์กรวากัฟต้องตระหนักถึงการกระจายความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องของการวากัฟในสังคม

ประวัติผู้แต่ง

ธวัช นุ้ยผอม, คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

Ph.D. (Islamic Banking and Finance), อาจารย์ประจำหลักสูตรเศรษฐศาสตร์และการจัดการในอิสลาม วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

อับบาส หลับด้วง, M.B.A. (Agribusiness Management), นักวิชาการอิสระ

       

เอกสารอ้างอิง

บะห์รุดดีน บินยูโซ๊ะ, นุมาน สะอะ, ฮามีดะห์ มาสาระกามา และแอสซูมานี มาโซ. 2555. การบริหารจัดการทรัพย์สินวากัฟ (ศาสนสมบัติ) ตามหลักการศาสนาอิสลามในประเทศมาเลเซีย : กรณีศึกษาการทำงาน ของสำนักงานศาสนาอิสลามเมืองอลอร์สตาร์ รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2540. คู่มือการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS FOR DOS AND WINDOWS. กรุงเทพฯ. เจริญดีการพิมพ์.

หาเฉม บิลก่อเด็ม. 2554. การจัดสวัสดิการเพื่อคนด้อยโอกาสในชุมชนมุสลิม : กรณีศึกษากองทุนซะกาตในชุมชนมุสลิมมัสยิดบ้านเหนือ ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. สงขลา: วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัญฑิต สาขาพัฒนามนุษย์และสังคม. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

Ahmad, M.M. & Safiullah, M. (2012). Management of Waqf Estates in Bangladesh: Towards a Sustainable Policy Formation. In Waqf Laws and Management (with Special Reference to Malaysia). Institute of Objective Studies. New Delhi, 229-262.

Islahi, A. A. (1992). Provision of public goods: role of the voluntary sector (waqf) in Islamic history. FINANCING DEVELOPMENT.

Mohammed Obaidullah. 2014. A framework for analysis of Islamic endowment (waqf) law. Islamic research and training institute: A member of the Islamic development bank group.

Zuraidah Mohamed Isa, Norhidayah Ali and Rabitah Harun. 2006. A Comparative Study of Waqf Management in Malaysia. 2011 International Conference on Sociality and Economics Development.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-11-2020

รูปแบบการอ้างอิง

นุ้ยผอม ธ., & หลับด้วง อ. (2020). การรับรู้การวากัฟของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 15(2), 75–96. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/eJHUSO/article/view/248328

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย