การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายโดยใช้แหล่งเรียนรู้ ด้านอาชีพในท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน โรงเรียนเทศบาลวัดป้อมแก้ว (อัครพงศ์ชนูปถัมภ์)
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ความต้องการในการพัฒนาการบริหารและแนวทางการปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมทักษะด้านอาชีพของนักเรียน 2) พัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย โดยใช้แหล่งเรียนรู้ด้านอาชีพในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน 3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย โดยใช้แหล่งเรียนรู้ด้านอาชีพในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน และ 4) ประเมินผลและถอดบทเรียนรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายโดยใช้แหล่งเรียนรู้ด้านอาชีพในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครู 52 คน นักเรียน จำนวน 285 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โดยใช้วิธีการเปิดตาราง Krejcie & Morgan แล้วสุ่มอย่างง่ายและกลุ่มเป้าหมายถอดบทเรียน ได้แก่ ครู และนักเรียน 20 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถามการรับรองรูปแบบ แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบทดสอบ แบบประเมินทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน และแบบประเมินการเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่า S.D. การทดสอบ t และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
- ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ความต้องการในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน พบว่า การจัดการเรียนและการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แก่ผู้เรียนของโรงเรียนเทศบาลวัดป้อมแก้ว (อัครพงศ์ชนูปถัมภ์) จะต้องดำเนินงานไปตลอดหลักสูตรตั้งแต่เริ่มเรียนระดับชั้นอนุบาล จนผู้เรียนสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่สร้างโอกาสให้นักเรียน สามารถพัฒนาตนเองเข้าสู่เส้นทางในการประกอบอาชีพที่ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจสนับสนุนการสร้างอาชีพ การสร้างรายได้ และมีความสอดคล้องกับศักยภาพของท้องถิ่นและสร้างความร่วมมือทางวิชาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
- การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายโดยใช้แหล่งเรียนรู้ด้านอาชีพในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน ใช้รูปแบบ PPCCC Model ประกอบด้วย 1) การวางแผน (Planning : P) 2) การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย (Participation of Community : P) 3) การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น (Curriculum : C) 4) การสร้างความรู้ (Constructing : C) และ 5) ทักษะอาชีพ(Career Skills : C) การประเมินความคิดเห็นต่อการกำหนดองค์ประกอบของรูปแบบจากผู้เชี่ยวชาญภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก
- การทดลองใช้รูปแบบ โดยการทดสอบความรู้ความสามารถของครู พบว่า หลังการอบรมครูมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 การประเมินทักษะการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ประเมินทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก
- การประเมินผลและถอดบทเรียน พบว่า การประเมินระดับความรู้ความเข้าใจการจัดการเรียนรู้กิจกรรมนอกห้องเรียนภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.21, S.D. = 0.95) การประเมินการเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.06, S.D. = 0.92) การประเมินทักษะด้านอาชีพของนักเรียน ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.22, S.D. = 0.66) การสอบถามความพึงพอใจ พบว่า ครูมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.22, S.D. = 0.66) และนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.18, S.D. = 0.76)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ยังไม่เคยลงตีพิมพ์ในวารสารใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
บทความที่ลงพิมพ์เป็นข้อคิดเห็น/แนวคิด/ทัศนคติของผู้เขียนเท่านั้น หากเกิดผลทางกฎหมายใดๆที่อาจ
เกิดขึ้นจากบทความนี้ ผู้เขียนจะเป็นผู้รับผิดชอบ และบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แนวทางการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศด้านอาชีพ. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2561
โรงเรียนเทศบาลวัดป้อมแก้ว (อัครพงศ์ชนูปถัมภ์). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (Self-Assessment Report : SAR) ปีการศึกษา 2565. สมุทรสงคราม: โรงเรียนเทศบาลวัดป้อมแก้ว (อัครพงศ์ชนูปถัมภ์); 2565.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ; 2561.
อุมาพร อ่อนคำ. การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อสร้างทักษะอาชีพในท้องถิ่นของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร. [ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาท้องถิ่น]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม; 2562.
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. คุณสมบัติของผู้ประกอบการ. กรุงเทพฯ; 2565.
สำนักงานบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ศูนย์ส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย. แนวทาง การพัฒนาหลักสูตรอาชีพเพื่อการมีงานทำ. กรุงเทพฯ; 2560.
ศิริพร บางสุข. ทักษะการพัฒนาอาชีพ. กระบี่; 2560.
มหาศรัณญู อุทยวโร. ภาวะผู้นำตามหลักพละ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. พระนครศรีอยุธยา; 2562.
จักรกฤษ วิชา. เอกสารประกอบการสอน รายวิชาการบริหารวิชาการ. เชียงใหม่; 2559.
กระทรวงศึกษาธิการ. กระบวนการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชนและธรรมชาติ. กรุงเทพฯ; 2562.
อรพินท์ สพโชคชัย. หลักสำคัญในการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ; 2562.
สิริพันธุ์ สุวรรณมรรคา. แนวทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกอบอาชีพของไทย. กรุงเทพฯ; 2559.
อาภรณ์ ใจเที่ยง. หลักการสอน ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพฯ; 2560.
นรินทร์ชัย พัฒนพงศา. การมีส่วนร่วม หลักการพื้นฐาน เทคนิค และกรณีตัวอย่าง. เชียงใหม่; 2559.
ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ. การพัฒนาการคิด. กรุงเทพฯ; 2556.
ภาวิณี สุขสวัสดิ์. การพัฒนารูปแบบการสร้างภาคีเครือข่ายในพื้นที่เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม จังหวัดเชียงราย. เชียงราย: โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม จังหวัดเชียงราย; 2565.