การพัฒนาระบบการลาด้วยดิจิทัลคอนเทนต์ของบุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Main Article Content

ศรีรัตน์ ทองล้ำ
กฤษฎา บุญศิริยะ
วิสุทธิ์ แก้วป้องปก
จิราพร พุกสุข

บทคัดย่อ

            การวิจัยเป็นวิจัยเชิงพัฒนา (Research & Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาระบบการลาด้วยดิจิทัลคอนเทนต์ และ 2) เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจของระบบการลาด้วยดิจิทัลคอนเทนต์ที่ได้พัฒนาขึ้น โดยการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System analysis and design) ประกอบด้วยส่วนนำข้อมูลเข้า (Input) ส่วนกระบวนการ (Process) และส่วนแสดงผลลัพธ์ (Output) ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการออกแบบและพัฒนาระบบ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการบริหารงาน ทางด้านบุคคลให้กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้มีประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวดเร็ว และช่วยลดปริมาณกระดาษ ซึ่งเดิมนั้นการดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับการลางานประเภทต่าง ๆ ยังคงดำเนินการด้วยการกรอกข้อมูลในกระดาษ และส่งใบลาดำเนินการอนุมัติตามขั้นตอนการบริหารงาน ซึ่งส่งผลให้การตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เป็นไปด้วยความล่าช้า ดังนั้น ผู้วิจัยจึงได้ทำการสำรวจความต้องการจากบุคลากรของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร้อยละ 91.57 มีความต้องการใช้ระบบการลาด้วยดิจิทัลคอนเทนต์ โดยจะพัฒนาระบบฯ ที่เชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูล ENMIS ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ด้วยกระบวนการ SDLC Model (System Development Life Cycle) เพื่อให้บุคลากรสามารถกรอกข้อมูลการลาผ่านระบบได้ ผู้บังคับบัญชาสามารถทำการอนุมัติโดยระบบจะทำการแจ้งผลการอนุมัติผ่าน Line notify และใบลาถูกส่งไปยังบุคลากรทันทีแบบอัตโนมัติ รวมถึงบุคลากรสามารถยกเลิกการลา ตรวจสอบสถานะการลา ตรวจสอบข้อมูลการลาผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา โดยมีการประเมินประสิทธิภาพของระบบด้วยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลคอนเทนต์ จำนวน 2 ท่าน และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จำนวน 1 ท่าน โดยใช้ลักษณะประเมินแบบ Black-Box Testing และประเมินความพึงพอใจของระบบฯ กลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling)  ได้แก่ บุคลากรสายสนับสนุนและบุคลากรสายวิชาการ จำนวน 84 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินประสิทธิภาพของระบบการลาด้วยดิจิทัลคอนเทนต์ของบุคลากร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


            ผลการวิจัย พบว่า


  1. ได้ระบบการลาด้วยดิจิทัลคอนเทนต์ออกแบบในรูปแบบ Web Application และมีระบบการแจ้งเตือนผ่าน Line notify

  2. ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบการลาฯ อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.85 S.D. = 0.28) และผลประเมินความพึงพอใจของบุคลากรต่อการใช้งานระบบการลาฯ อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.71 S.D. = 0.45) 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทองล้ำ ศ., บุญศิริยะ ก., แก้วป้องปก ว., & พุกสุข จ. (2025). การพัฒนาระบบการลาด้วยดิจิทัลคอนเทนต์ของบุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 14(3), 146–157. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/article/view/281403
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

มหาวิทยาลัยนเรศวร. แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ.2566-2570. กองแผนงาน มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2566.เข้าถึงได้จาก: https://www.plan.office.nu.ac.th/?page_id=674

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. (2565). ระบบฐานข้อมูลบุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์. 2565. เข้าถึงได้จาก; https://web.eng.nu.ac.th/engineer/enmis/

วทัญญู สุภาพ และหทัยชนก อดกลั้น. การจัดการระบบการลางานของพนักงาน. 2564. [โครงงหลักสูตรประกาศนียบัตรวิขาชีพ (ปวส) วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ. เข้าถึงได้จาก; http://www.tatc.ac.th/files/22011915154822452_22031013135823.pdf

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย การลาของข้าราชการ ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 (24 มกราคม 2555). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนพิเศษ 22 ง หน้า 1-11

Royce, W. W. Managing the development of large software systems. Proceedings of IEEE WESCON, 1970;. 26(8), 1–9.

บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. 2549.

นนิดา สร้อยดอกสน ณัฐพร สวัสดิ์นาวิน และปิยนุช ขันติศุข. การพัฒนาระบบลางานออนไลน์ [ออนไลน์]. 2557. เข้าถึงได้จาก; https://repository.rmutp.ac.th/bitstream/handle/123456789/1420/IRD_57_26.pdf?sequence=1

บัวไข ไสนาสน์ และคมศรี คมน์ทิพอร์ตน์. ระบบการบริหารจัดการลาออนไลน์. 2560. ใน PULINET Journal มทร.พระนคร, 4(2): 206-214

ประทุมวรรณ มูลศรี และโสภณ เครือแก้ว. การสำรวจความพึงพอใจต่อระบบการลางานออนไลน์ของคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ [ออนไลน์]. 2563. เข้าถึงได้จาก https://www.council-uast.com/journal/upload/fullpaper/10-07-2020 337941706.pdf