บทบาทของการตลาดดิจิทัลเชิงเนื้อหาต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับกลาง THE ROLE OF DIGITAL CONTENT MARKETING IN INFLUENCING CONSUMER PURCHASE DECISIONS IN THE MID-RANGE REAL ESTATE MARKET
Main Article Content
Abstract
บทความวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของการตลาดเนื้อหาดิจิทัลที่มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับกลางโดยนำกรอบแนวคิดโมเดลการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance Model: TAM) และมูลค่าแบรนด์ (Brand Equity) ร่วมกับการวิเคราะห์เชิงพฤติกรรมผู้บริโภค (AIDA Model) มาใช้ในการอธิบายกลไกที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงจากผู้สนใจให้กลายเป็นผู้ซื้อจริง การวิจัยนี้ใช้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง อายุระหว่าง 30 – 39 ปี โดยกลุ่มตัวอย่าง มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 – 50,000 บาท และสนใจอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว โดยจากการวิเคราะห์พบว่า พฤติกรรมด้านการรับรู้ถึง "ความมีประโยชน์" และ "ความง่ายในการใช้งาน" ของเนื้อหาดิจิทัล ภายใต้กรอบแนวคิด TAM มีอิทธิพลเชิงบวกตอความตั้งใจและพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน มูลค่าแบรนด์มีผลโดยตรงต่อการสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความภักดี ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการตัดสินใจเลือกซื้อโครงการที่ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยและไว้วางใจและยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นและเร่งรัดกระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดความลังเลและเพิ่มความมั่นใจในกระบวนการตัดสินใจ
การศึกษานี้ได้แสดงให้เห็นว่ากระบวนการตัดสินใจซื้อ (Purchase Decision) ของผู้บริโภคในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับกลางนั้นถูกขับเคลื่อนด้วยการรับข้อมูลจากเนื้อหาดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะจากช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ บทความเปรียบเทียบเชิงลึก และวิดีโอรีวิวโครงการ เนื้อหาที่มีคุณค่าและการเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายและสะดวกสามารถช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพและแน่วแน่มากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจสูง
การตลาดเนื้อหาดิจิทัลจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค ผ่านการสร้างคุณค่าของแบรนด์และการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือซึ่งสามารถช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับกลาง โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคมีอำนาจการตัดสินใจที่เพิ่มมากขึ้นและการตัดสินใจซื้อจะถูกกระตุ้นจากข้อมูลที่ได้รับจากช่องทางออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญ
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
References
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์. (2567). บทวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ไตรมาสที่ 4 ปี 2567 และแนวโน้ม
ปี 2568. ค้นเมื่อ สิงหาคม 10, 2568, จาก https://www.reic.or.th/Activities/PressRelease/255.
Bayne, K. (2006). Homebuyer Information Search: An Extension Of The Technology Acceptance Model For Real Estate Websites.
ค้นเมื่อ สิงหาคม 10, 2568, จาก https://ourarchive.otago.ac.nz /handle/10523/5881.
Cochran, W. G. (1963). Sampling Technique (2nd Ed.). New York: John Wiley and Sons.
Likert, R. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. In Reading in Fishbeic, M (Ed.), Attitude Theory and Measurement
(pp. 90-95). New York: Wiley & Son.
Mohamad, M., Aini, A., and Alias, A. (2024). Driving ict adoption among real estate agents: an extended technology acceptance model.
International Journal of Property Sciences, 14 (1), 37–53.
Think with Google. (2020). Real estate trends in the digital age. ค้นเมื่อ สิงหาคม 12, 2568, จาก https://www.thinkwithgoogle.com.
Wang, Y., Wang, X., Cao, J., and Ghosh, A. (2023). A Study of the Branding’s Impact on Consumers in the Real Estate Market. Asia-Pacific
Journal of Management and Technology, 4 (1), 13–19.