การพัฒนาสื่อโมชันกราฟิกเพื่อป้องกันการเกิดภาวะโรคอ้วนในเด็ก ช่วงอายุ 6 - 12 ปี กรณีศึกษา โรงเรียนวัดดอนเสลา (ปาน พูน รัฐราษฎร์บำรุง)
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสื่อโมชันกราฟิกเพื่อป้องกันการเกิดภาวะโรคอ้วนในเด็กช่วงอายุ 6 -12 ปี กรณีศึกษา โรงเรียนวัดดอนเสลา (ปาน พูน รัฐราษฎร์บำรุง) 2) เพื่อพัฒนาสื่อโมชันกราฟิกเพื่อป้องกันการเกิดภาวะโรคอ้วนในเด็กช่วงอายุ 6 - 12 ปี กรณีศึกษา โรงเรียนวัดดอนเสลา (ปาน พูน รัฐราษฎร์บำรุง) 3) เพื่อสอบถามความพึงพอใจของเด็กวัยเรียนช่วงอายุ 6 - 12 ปี ในโรงเรียนวัดดอนเสลา (ปาน พูน รัฐราษฎร์บำรุง) ที่ได้ชมสื่อโมชันกราฟิกเพื่อป้องกันการเกิดภาวะโรคอ้วนในเด็กช่วงอายุ 6 - 12 ปี กรณีศึกษา โรงเรียนวัดดอนเสลา (ปาน พูน รัฐราษฎร์บำรุง) การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยในเชิงคุณภาพและวิจัยเชิงปริมาณ โดยการวิจัยเชิงคุณภาพใช้เครื่องมือในการสอบถามต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้ คือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านการออกแบบพัฒนาสื่อโมชันกราฟิก ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านการสอน บุคลากรครูโรงเรียนวัดดอนเสลา (ปาน พูน รัฐราษฎร์บำรุง) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านทางด้านสาธารณสุขในพื้นที่ และการวิจัยเชิงปริมาณผู้วิจัยใช้แบบสอบถามโดยเก็บข้อมูลจากนักเรียนที่มีช่วงอายุระหว่าง 6 - 12 ปี โรงเรียนวัดดอนเสลา (ปาน พูน รัฐราษฎร์บำรุง) จำนวน 92 คน
ผลการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาสื่อโมชันกราฟิกเพื่อป้องกันการเกิดภาวะโรคอ้วนในเด็กช่วงอายุ 6 - 12 ปี กรณีศึกษา โรงเรียนวัดดอนเสลา (ปาน พูน รัฐราษฎร์บำรุง) เกี่ยวกับเนื้อหา พบว่า เนื้อหาเกี่ยวภาวะโรคอ้วน สาเหตุมาจาก พฤติกรรมการบริโภค การไม่ออกกำลังกาย การนอนไม่เพียงพอ อุปนิสัยคล้ายหรือเหมือนกันของคนในครอบครัว ปัญหาสุขภาพ ยาบางชนิด อายุ กรรมพันธุ์ และผลการวิเคราะห์ผลงานสื่อโมชันกราฟิกตัวอย่างด้วยตารางวิเคราะห์ (Metric Analysis) พบว่า ด้านองค์ประกอบศิลป์ สื่อโมชันกราฟิกส่วนใหญ่นิยมใช้การจัดองค์ประกอบด้วยหลักสัดส่วน ตัวอักษรแบบไม่มีหัว ชุดสีสีสดใส และอยู่ในวรรณะสีเย็น ด้านการวางโครงเรื่อง ใช้เนื้อหาเสนอข้อเท็จจริงแบบตรงไปตรงมาเข้าใจง่าย ใช้การเล่าเรื่องแบบเรียงลำดับจากปัญหาสู่ข้อสรุป โน้มน้าวให้คล้อยตามด้วยข้อมูลจริง และใช้การเล่าเรื่องด้วยการแสดงอารมณ์หรือเร้าอารมณ์ด้านการออกแบบโมชันกราฟิก ใช้สัญลักษณ์ชนิดเว็คเตอร์ การเคลื่อนไหวแบบโมชัน และด้านการใช้เสียงประกอบใช้เสียงเทคนิคพิเศษ เสียงสังเคราะห์ ใช้เสียงบรรเลง และเลือกใช้เสียงบรรยายแบบผสมผสาน
ผลการประเมินคุณภาพสื่อโมชันกราฟิก ด้านการออกแบบ และด้านเนื้อหา โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ความพึงพอใจที่มีต่อสื่อโมชันกราฟิกในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( =3.68, S.D. = 0.62) เมื่อพิจารณารายได้ พบว่า ด้านที่ได้รับความพึงพอใจมากที่สุดคือด้านการจัดองค์ประกอบศิลป์ อยู่ในระดับความพึงพอใจมาก ( =4.15, S.D. = 0.60) รองลงมาคือ ด้านการใช้เสียงประกอบ ( =3.78, S.D. = 0.649) ด้านการออกแบบโมชันกราฟิก ( =3.70, S.D. = 0.52) และด้านเนื้อเรื่อง ( =3.69, S.D. = 0.50) ตามลำดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 โรงเรียนวัดดอนเสลา (ปาน พูน รัฐราษฎร์บำรุง) จำนวน 92 คน พบว่า ระดับความพึงพอใจที่มีต่อสื่อโมชันกราฟิกป้องกันการเกิดภาวะโรคอ้วนในเด็กช่วงอายุ 6 - 12 ปี ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.52, S.D. = 0.56) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านองค์ประกอบศิลป์ มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าด้านอื่นๆ จัดอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.75, S.D. = 0.47) รองลงมาคือ ด้านการออกแบบโมชันกราฟิก ( =4.67, S.D. = 0.54) ด้านการใช้เสียงประกอบ ( =4.541, S.D. = 0.56) และด้านเนื้อเรื่อง ( =4.32, S.D. = 0.64) ตามลำดับ
* อาจารย์สาขาวิชาออกแบบดิจิทัลอาร์ต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 73000
** คณะผู้วิจัยประกอบด้วย 1.มีตรา ธีระเสธียร 2. นพรัตน์ กุมภะ 3.มนตรา ตรีชั้น 4.ธีร์ คำหอม และ 5.อรรถ อารีรอบ
Corresponding author : mprang09@gmail.com
Article Details
ทัศนะและข้อคิดเห็นของบทความที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
ทักษิณา สุขพัทธี และทรงศรี สรณสถาพร. (2560). การศึกษาแนวทางการออกแบบโมชันกราฟิกที่ส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้. วารสารวิจัย และพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. 12 (1) :261-268.
ไทยรัฐออนไลน์.(2557). คนไทยเป็นโรคอ้วนอันดับ 2 ของอาเซียน. [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2559. จาก https://www.thaihealth.or.th/Content/24745-คนไทยเป็นโรคอ้วนอันดับ%202%20ของอาเซียน.html.
พงษ์พิพัฒน์ สายทอง. (2560). การพัฒนาโมชันอินโฟกราฟิกเพื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตรระดับปริญญาตรี คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วารสารวิจัย, สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และศิลปะ.10 (2) : 1330-1341.
ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี. (2559) แผนสุขภาพของราชบุรี 57. [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 12 มกราคม 2560. https://hpc5.anamai.moph.go.th/director/region57/?module=!&file=index_region.php .
ศรีสุดา วงศ์วิเศษกุล. (2540). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยด้านพฤติกรรมการปฏิบัติเพื่อสุขภาพกับภาวะโภชนาการของนักเรียนชั้นประถมปีที่ 5-6 ในโรงเรียน สังกัดกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเอกการ. พยาบาลสาธารณสุข. คณะสาธารณสุขศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหิดล.
สายสมร พลดงนอก สรวิเชษฐ์ รัตนชัยวงศ์ และจันจิราภรณ์ วิชัย. (2558) ความรู้เรื่องโรคอ้วนลงพุง = Metabolic Syndrome. ขอนแก่น : หน่วยสร้างเสริมสุขภาพ งานเวชกรรมสังคมโรงพยาบาลศรีนครินทร.
สุภางค์ จันทวานิช. (2554). การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยเชิงคุณภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2554). รายงานการสำรวจการบริโภคอาหารของประชาชนไทย การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551-2552. นนทบุรี. ม.ป.ป.
Healthandtrend. (2558).“โรคอ้วน” ปัญหาสุขภาพระดับประเทศที่คุณต้องใส่ใจ. [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 12 มกราคม 2560. จาก https://www.healthandtrend.com/healthy/disease/obesity.